วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ยรรยง'โต้ผลตรวจสอบสต๊อกข้าวบิดเบือน

อดีตรมช.พาณิชย์รัฐบาล"ยิ่งลักษณ์" โต้ผลตรวจสอบสต๊อกข้าวของรัฐบาลผิดพลาด บิดเบือนข้อเท็จจริง

นายยรรยง พวงราช อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ขอตั้งข้อสังเกตถึงกรณีการแถลงผลการตรวจสอบสต๊อกข้าวของรัฐบาลดังนี้ 1.ข้อสรุปที่ระบุว่าข้าวในสต็อกที่ตรวจสอบได้มาตรฐานเพียงร้อยละ 10 และเป็นข้าวคุณภาพต่ำไม่ได้มาตรฐานและเป็นสีเหลืองเกินร้อยละ 70 รวมทั้งมีข้าวเสื่อมร้อยละ 4-5 นั้น เป็นข้อสรุปที่ไม่ชัดเจนและผิดพลาดคลาดเคลื่อนอย่างมาก เพราะข้าวที่รับจำนำนั้นส่วนใหญ่ผลิตโดยชาวนากว่า 40 ล้านตันข้าวเปลือก

โดยเฉพาะในระยะแรกซึ่งมีการรับจำนำข้าวเกือบทั้งหมดหรือจำนำทุกเม็ด การปลอมปนข้าวจึงเป็นไปได้ยากที่จะหาข้าวราคาถูกที่ไม่มีการจำนำมาสวมสิทธิ์ นอกจากนี้ ขั้นตอนการรับจำนำข้าว ที่จุดรับจำนำแต่ละจุดมีคณะทำงานฝ่ายต่างๆ 7-9 คนที่คอยดูแลการปลอมปนข้าว ดังนั้นจึงเป็นไปได้ยาก โดยเฉพาะเจ้าของโรงสีที่จะต้องรับผิดชอบคุณภาพข้าวที่จะส่งให้โกดังหากโกดังไม่รับมอบข้าว เจ้าของโกดังและผู้ตรวจสอบคุณภาพข้าวสาร (Surveyor) จะต้องรับผิดชอบหากรับข้าวคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐานเข้าโกดัง อีกทั้งในช่วงโครงการรับจำนำของรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯนั้น คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและตรวจสอบหลายคณะ คณะอนุกรรมการเหล่านี้รวมทั้งหน่วยงานรับผิดชอบ อาทิ กรมการค้าภายในและกรมการค้าต่างประเทศ ได้ตรวจสอบสต๊อกข้าวทั้งในเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพเป็นประจำ และได้รายงานผลการตรวจสอบให้กขช.ทราบเป็นระยะ ๆ ซึ่งระบุว่ามีข้าวที่คุณภาพไม่ดีและข้าวเสื่อมเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

นายยรรยง กล่าวอีกว่า เป็นที่น่าสังเกตว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช. เคยเปิดเผยเมื่อวันที่ 1 ส.ค.ที่ผ่านมาในช่วงที่ตรวจสอบสต๊อกข้าวไปกว่าร้อยละ 72 ว่า มีข้าวดีและถูกต้องประมาณร้อยละ 80 ซึ่งพออนุมานได้ว่า ผลสรุปสุดท้ายที่ระบุว่ามีข้าวไม่ได้มาตรฐานถึงร้อยละ 70 นั้น เป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงหลังจากที่ได้ตรวจสอบพบว่ามีข้าวขาดหายจากบัญชีน้อยมาก ประมาณ 100,000 ตัน ซึ่งสวนทางกับข้อเท็จจริงที่พรรคประชาธิปัตย์ ป.ป.ช. และนักวิชาการที่โจมตีรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ว่า มีข้าวขาดหายไปถึง 2-3 ล้านตัน

ทั้งนี้ วงการค้าข้าวยังคงเชื่อมั่นในคุณภาพข้าวไทย โดยเฉพาะข้าวที่รับจำนำมา โดยจะเห็นได้ว่า ในช่วงรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์นั้นได้ระบายข้าวในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งแบบเปิดประมูลทั่วไป แบบรัฐต่อรัฐ (G to G) และผ่านตลาดล่วงหน้า (AFET) โดยส่งมอบไปกว่า 15 ล้านตัน และยังไม่ได้ส่งมอบอีกประมาณ 3 ล้านตัน ซึ่งการซื้อขายเกือบทั้งหมดผู้ซื้อไม่เคยโต้แย้งว่าข้าวรัฐบาลไม่ได้มาตรฐาน อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่คสช.ยึดอำนาจ มีการเปิดประมูลขายข้าวแล้ว 3 ครั้ง ซึ่งปรากฏว่ามีผู้มาร่วมประมูลจำนวนมากทุกครั้ง แสดงถึงความเชื่อมั่นในคุณภาพข้าวที่รับจำนำ และตลาดค้าข้าวโลกยังมีความเชื่อมั่นในคุณภาพข้าวไทยมาโดยตลอด โดยจะเห็นได้ว่าราคาข้าวสารเจ้า 5% ของไทยสูงกว่าราคาข้าวชนิดเดียวกันของอินเดียประมาณตันละ 20 เหรียญสหรัฐ

นายยรรยง กล่าวด้วยว่า การแถลงในภาพรวมแบบคลุมเครือว่าข้าวในสต๊อกรัฐบาลเป็นข้าวคุณภาพต่ำ ไม่ได้มาตรฐานและเป็นสีเหลืองมากกว่าร้อยละ 70 นั้น น่าจะเป็นการทำเพื่อชี้นำ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่ารัฐบาลชุดที่แล้วมีการทุจริต ทำให้ข้าวคุณภาพต่ำ มีการปลอมปนข้าวจำนวนมหาศาล แต่ไม่ให้รายละเอียดต่อประชาชนอย่างชัดเจน อาทิ เป็นข้าวที่ไม่ได้มาตรฐาน ในลักษณะใด เช่น มีการปลอมปนหรือมีสิ่งเจือปน มีสีหรือกลิ่นหรือลักษณะทางกายภาพอย่างไร มีสาเหตุจากการทุจริต หรือเป็นตามธรรมชาติหรือสุดวิสัย เช่น น้ำท่วม เปียกฝน ไฟไหม้ กองล้ม หรือรมยา เป็นต้น นอกจากนี้ ข้อสรุปที่ว่าข้าวขาดหายไปจากคลังประมาณ 1 แสนตันนั้น เพราะคณะอนุกรรมการตรวจสอบของคสช.ไม่สามารถบิดเบือนข้อเท็จจริงเรื่องปริมาณข้าวได้ เนื่องจากสามารถตรวจนับจำนวนและน้ำหนักข้าวได้ในแต่ละโกดัง อีกทั้งข้าวที่ขาดหายไปจำนวนประมาณ 1 แสนตันนั้น ส่วนใหญ่มีการตรวจสอบพบและดำเนินการมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์แล้ว