วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชี้ชะตา'ยิ่งลักษณ์'12พ.ย.

ชี้ชะตา"ยิ่งลักษณ์"12พ.ย. ด้าน"พรเพชร"นัดสนช.ถกถอดถอน-ทนายโวยรับคำร้องไม่ได้

นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดเผยเมื่อวานนี้(29 ต.ค.) ว่า ตนได้รับเรื่องถอดถอน นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้พ้นจากตำแหน่ง จากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยมีเอกสารประกอบหลายร้อยหน้าระบุว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ มีพฤติการณ์จงใจกระทำผิดต่อรัฐธรรมนูญ 2550 มาตรา 178 ส่อขัดต่อพ.ร.บ.บริหารราชการแผ่นดิน 2534 มาตรา 11 (1) และยังขัดต่อพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยป.ป.ช. มาตรา 58

ทั้งนี้ตนและวิปสนช.ได้พิจารณาอย่างละเอียดแล้วเห็นว่า แม้สำนวนจะอ้างฐานความผิดตามรัฐธรรมนูญ 2550 ที่ยกเลิกไปแล้ว แต่สำนวนถอดถอนยังอ้างการทำความผิดตามพ.ร.บ.บริหารราชการแผ่นดิน 2534 และพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยป.ป.ช ที่ยังคงบังคับใช้อยู่ ดังนั้นตนจึงสั่งบรรจุเข้าเป็นวาระการประชุมของสนช.นัดพิเศษในวันที่ 12 พ.ย.นี้ เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาต่อไป ทั้งนี้ตามข้อบังคับที่ 150 ตนจะส่งสำเนาเอกสารไปให้ นางสาวยิ่งลักษณ์ และสมาชิกสนช.ได้รับทราบเพื่อพิจารณา

ส่วนกรณีถอดถอนนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภานั้น สาเหตุที่สนช.นัดประชุมในกรณีดังกล่าวอีกครั้งในวันที่ 6 พ.ย. เนื่องจากสนช.ยังสงสัยในฐานความผิดของสำนวนถอดถอนนายสมศักดิ์ และนายนิคม ที่ยังไม่แน่ชัด เพราะฐานความผิดนั้น ผิดตามรัฐธรรมนูญ 2550 ที่ยกเลิกไปแล้ว วิปสนช.จึงมีมติให้นำเข้าสู่การประชุมของสนช.ในวันที่ 6 พ.ย.ว่า เรื่องดังกล่าวอยู่ในอำนาจของสนช.หรือไม่

ผู้สื่อข่าวถามว่า การถอดถอนนายนิคม และนายสมศักดิ์ ต่างจากกรณีของนางสาวยิ่งลักษณ์อย่างไร นายพรเพชร กล่าวว่า กรณีของนางสาวยิ่งลักษณ์ ตนตรวจสอบแล้วเห็นว่า คำร้องข้อกล่าวหา ฐานความผิดครบถ้วน แม้จะอ้างรัฐธรรมนูญ 2550 ที่ถูกยกเลิกไป แต่ก็ยังมีฐานความผิดตามพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่ยังบังคับใช้อยู่ ตนจึงดำเนินการไปตามข้อบังคับ แต่กรณีของนายนิคม และนายสมศักดิ์ ยังไม่ชัดเจนว่าสามารถดำเนินการตามข้อบังคับได้หรือไม่ จึงต้องขอความเห็นจากที่ประชุมในวันที่ 6 พ.ย.

คาด6พ.ย.ได้ข้อสรุปถอด"สมศักดิ์-นิคม"

ด้านนายสมชาย แสวงการ สนช. กล่าวว่า การจะถอดถอน นางสาวยิ่งลักษณ์ ตามข้อกล่าวหาของป.ป.ช.อาจไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะนางสาวยิ่งลักษณ์ ปกป้องตัวเองตั้งแต่ต้น ด้วยการไม่เข้าประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าว (กนข.) แม้จะเป็นประธานคณะกรรมการชุดนี้โดยตำแหน่ง แต่มอบหมายให้คนอื่นรับผิดชอบแทน จึงต้องพิจารณาว่าจะสามารถเอาผิดได้หรือไม่ ทั้งนี้เห็นว่าโทษถอดถอนซึ่งจะมีผลทำให้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี

นายสมชาย กล่าวถึงกรณีจะมีการพิจารณาสำนวนถอดถอนนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภาและนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ส่งเรื่องมาให้ในวันที่ 6 พ.ย.นี้ ซึ่งน่าจะได้ข้อสรุปว่าจะรับไว้ดำเนินการหรือไม่และหากรับไว้ดำเนินการจะถอดถอนได้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับเสียงของสนช.เพราะจะต้องได้คะแนน 132 เสียงหรือ 3 ใน 5

"พิชิต"ตีกันสนช.ไม่ควรรับถอด"ยิ่งลักษณ์"

นายพิชิต ชื่นบาน ที่ปรึกษากฎหมายนางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวว่า หวังว่าสนช.จะพิจารณาโดยเทียบเคียงกรณีการถอดถอนของนายสมศักดิ์ กรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องที่มา ส.ว.ขัดรัฐธรรมนูญปี 2550 ที่มี สนช.เห็นว่าไม่สามารถถอดถอนได้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญได้ยกเลิกแล้ว ซึ่งกรณีของนางสาวยิ่งลักษณ์นั้น นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช.เคยแถลงชัดว่าสำนวนถอดถอนนางสาวยิ่งลักษณ์นั้น ไม่ได้ตัดฐานความผิดในรัฐธรรมนูญมาตรา 270 แต่ขณะนี้รัฐธรรมนูญสิ้นสุดแล้ว สนช.ก็ไม่ควรรับไว้พิจารณา

อย่างไรก็ตาม หากสนช.รับพิจารณา ตนเห็นว่าขณะนี้สำนวนคดีดังกล่าวก็ยังไม่มีข้อยุติในเชิงพยานหลักฐาน เพราะคดีอาญาที่ ป.ป.ช.ยื่นให้อัยการสูงสุดพิจารณาเพื่อส่งเรื่องไปยังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้น อัยการสูงสุดและ ป.ป.ช.ก็ยังต้องตั้งคณะกรรมการร่วมกันพิจารณาสำนวนใหม่ และยังไม่มีข้อยุติ แม้ ป.ป.ช.พยายามโต้แย้งคดีถอดถอนเป็นคนละเรื่องคดีอาญา แต่เรื่องนี้ ป.ป.ช.ได้รวมคดีถอดกับคดีอาญามาตั้งแต่ต้น แต่พอถึงเวลานี้กลับมาแยก ทั้งที่พยานหลักฐานและเอกสารเป็นชุดเดียวกัน

ปปช.รับสอบข้าวหาย-ไม่เกี่ยวถอดยิ่งลักษณ์

นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานป.ป.ช.กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ชี้แจงผลการตรวจคุณภาพข้าวในคลังของรัฐบาลจำนวน 18 ล้านตัน พบข้าวมีคุณภาพเพียงกว่า 10% ที่เหลือมีคุณภาพต่ำกว่ามาตรฐาน และยังมีข้าวหายกว่าแสนตันว่า เมื่อวันที่ 28 ต.ค. คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ลงนามกับคณะอนุกรรมการตรวจสอบปริมาณและคุณภาพข้าวคงเหลือของรัฐ เพื่อรับข้อมูลเหล่านี้มาตรวจสอบว่ามีความผิดพลาดหรือทุจริตตรงส่วนไหน หรือข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ใครต้องรับผิดชอบ

อย่างไรก็ดี เรื่องนี้ไม่มีผลต่อสำนวนคดีถอนถอด นางสาวยิ่งลักษณ์ ที่ทาง ป.ป.ช.ส่งสำนวนให้ สนช.ดำเนินการแล้ว แต่จะเป็นข้อมูลที่ใช้ในการไต่สวนกรณีการซื้อขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ของ นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

ปปช.ถกถอดถอน39ส.ว.สัปดาห์หน้า

นายปานเทพ ยังกล่าวถึงการพิจารณาสำนวนถอดถอน 39 ส.ว. กรณีแก้ไขรัฐธรรมนูญประเด็นที่มาของ ส.ว.โดยมิชอบ ว่า ขณะนี้อยู่ในระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ว่าคดีดังกล่าวมีความผิดตามกฎหมายอื่นหรือไม่ นอกจากความผิดตามรัฐธรรมนูญ 2550 โดยคาดว่าจะสามารถนำเข้าที่ประชุมป.ป.ช.ได้ภายในสัปดาห์หน้า เพื่อพิจารณาว่าจะส่งสำนวนให้ สนช.ดำเนินการหรือไม่