เฟดเตรียมปิดฉาก'คิวอี3'

เฟดเตรียมปิดฉาก'คิวอี3'

(รายงาน) เฟดเตรียมปิดฉาก"คิวอี3" จับตา"กรอบเวลา"ขึ้นดอกเบี้ย"

การประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน(เอฟโอเอ็มซี) ซึ่งจะแถลงในวันที่ 30 ต.ค.นี้ตามเวลาในไทย โดยตลาดเงินตลาดทุนทั่วโลกกำลังจับตาสัญญาณของถ้อยแถลงในครั้งนี้ ถึงกำหนดเวลาที่เฟดจะปรับอัตราดอกเบี้ย

ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประชุมกำหนดนโยบายการเงินในวันที่ 28-29 ต.ค.นี้ และจะออกแถลงการณ์นโยบาย เวลา 01.00 น.วันที่ 30 ต.ค. ตามเวลาไทย โดยนักวิเคราะห์คาดว่า เฟดมีแนวโน้มที่จะระบุย้ำถึงความตั้งใจในการตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับต่ำต่อไปเป็นเวลานาน ก่อนที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต หลังจากตลาดการเงินแกว่งตัวผันผวนในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา และตัวเลขคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อดิ่งลงสู่ระดับที่ต่ำจนน่าเป็นห่วง

นักวิเคราะห์กล่าวว่า เฟดมีความจำเป็นมากยิ่งขึ้น ในการรับประกันว่าจะตรึงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับต่ำต่อไปเป็นเวลานาน เพราะว่าเฟดมีแนวโน้มที่จะประกาศยุติมาตรการเข้าซื้อตราสารหนี้ หรือมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณรอบสาม (คิวอี 3)ในการประชุมครั้งนี้

เฟดคาดการณ์ในช่วงก่อนหน้านี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ซึ่งจะเปิดโอกาสให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงกลางปีหน้า

อย่างไรก็ดี อัตราเงินเฟ้อสหรัฐอยู่ในระดับต่ำ เศรษฐกิจยุโรปอยู่ในภาวะอ่อนแอ และดอลลาร์แข็งค่าขึ้นในช่วงนี้ ทำให้นักลงทุนตั้งข้อสงสัยเป็นอย่างมากว่าเจ้าหน้าที่เฟดจะยอมรับว่าการคาดการณ์ทางเศรษฐกิจของตนเองเผชิญกับความเสี่ยงในระดับที่มากน้อยเพียงใด

นายมิลแลน มัลเรน นักเศรษฐศาสตร์ของบล.ทีดี กล่าวว่า "แถลงการณ์เฟดน่าจะมีแนวโน้มผ่อนคลายโดยรวม ในขณะที่เฟดสกัดกั้นภาวะตึงตัวของสถานการณ์ทางการเงิน ซึ่งเป็นผลจากการแข็งค่าของดอลลาร์ และเฟดรับมือกับผลกระทบที่อาจเกิดจากการชะลอการเติบโตของเศรษฐกิจโลก และการร่วงลงของอัตราเงินเฟ้อ"

เฟดจะไม่ปรับเปลี่ยนตัวเลขคาดการณ์ทางเศรษฐกิจและตัวเลขคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้ และนางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด ก็ไม่มีกำหนดจะจัดการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนหลังการประชุมครั้งนี้ด้วย ดังนั้นนักลงทุนจึงจำเป็นต้องพิจารณาเนื้อหาในแถลงการณ์เฟดอย่างละเอียด เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้เกี่ยวกับทิศทางนโยบายของเฟด

ประเด็นที่ตลาดจับตามอง มีดังนี้

1.กำหนดเวลาในการคุมเข้มนโยบายการเงิน

เจ้าหน้าที่เฟด 2-3 รายต้องการให้เฟดให้สัญญาตามเดิมว่า เฟดจะไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย "เป็นเวลานานระยะหนึ่ง" โดยเฉพาะหลังจากตลาดการเงินแกว่งตัวผันผวนในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ตลาดหุ้นดิ่งลง และทำให้มาตรวัดอัตราเงินเฟ้อในตลาดร่วงลงตามไปด้วย

อย่างไรก็ดี นายเอริค โรเซนเกรน ประธานเฟดสาขาบอสตัน และเจ้าหน้าที่คนอื่นๆบางคนในเฟด ต้องการให้เฟดยุติการอ้างอิงถึง"เวลา" และต้องการให้เฟดประกาศย้ำว่า การปรับเปลี่ยนนโยบายใดๆในอนาคตจะขึ้นอยู่กับตัวเลขเศรษฐกิจเป็นสำคัญ

เฟดจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนถ้อยคำในแถลงการณ์ในทางใดทางหนึ่งเพื่อยุติการระบุถึงมาตรการเข้าซื้อสินทรัพย์ ซึ่งถึงแม้ปัจจุบันนี้นักลงทุนคาดว่าเฟดจะเริ่มต้นปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงปลายปี 2558 แต่เจ้าหน้าที่เฟดหลายคนกล่าวว่าพวกเขายังคงคาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงกลางปี 2558

2.เฟดอาจจะปรับเปลี่ยนถ้อยคำ

อัตราการว่างงานของสหรัฐดิ่งลงสู่ 5.9 % ในปัจจุบัน และเป็นที่คาดกันว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐอาจอยู่ที่ 3 % ในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 และในปี 2558 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจสหรัฐมีความแข็งแกร่ง และปัจจัยนี้สนับสนุนให้เฟดเตรียมพร้อมคุมเข้มนโยบายการเงิน

อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจยุโรปและญี่ปุ่นเกือบจะเข้าสู่ภาวะถดถอย เศรษฐกิจจีนชะลอตัว และดอลลาร์แข็งค่าขึ้น ทำให้นักลงทุนจึงกังวลว่า อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐอาจจะไม่ปรับตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องสู่ระดับเป้าหมายที่เฟดตั้งไว้ที่ 2 %

เฟดอาจจะประกาศเตือนว่า อัตราเงินเฟ้ออาจจะยังคงอยู่ต่ำกว่าระดับเป้าหมายเป็นเวลานานกว่าที่เฟดเคยคาดการณ์กันไว้ และเฟดอาจจะระบุย้ำว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกถือเป็นภัยคุกคามต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจในสหรัฐ โดยการระบุเช่นนี้จะถือเป็นการส่งสัญญาณในเชิงผ่อนคลาย

อย่างไรก็ดี การที่อัตราการว่างงานลดลงอย่างรวดเร็ว ก็ทำให้นักลงทุนตั้งข้อสงสัยว่า เฟดอาจจะปรับเปลี่ยนถ้อยคำในแถลงการณ์ให้แตกต่างไปจากเดิม โดยเฟดเคยระบุว่า ทรัพยากรแรงงานยังคงมีการใช้งานต่ำเกินไป "เป็นอย่างมาก" ซึ่งเฟดอาจจะตัดคำว่า "เป็นอย่างมาก" ออกไปจากแถลงการณ์ในครั้งนี้

3.เฟดยุติคิวอีแต่อาจจะใช้ได้อีก

ถึงแม้นายเจมส์ บูลลาร์ด ประธานเฟดสาขาเซนต์หลุยส์ กล่าวว่า เฟดควรจะเข้าซื้อตราสารหนี้ต่อไปจนถึงสิ้นปีนี้ แต่เฟดก็มีแนวโน้มสูงมากที่จะประกาศยุติคิวอี3 ในการประชุมครั้งนี้

แต่แถลงการณ์เฟดอาจจะระบุย้ำว่า เฟดมีความเต็มใจที่จะหันกลับมาใช้โครงการนี้อีก ถ้าหากมีความจำเป็น

ทั้งนี้ นายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟด สาขาซานฟรานซิสโก กล่าวว่าพร้อมเปิดรับโอกาสในการดำเนินมาตรการเข้าซื้อตราสารหนี้รอบใหม่ ถ้าหากแนวโน้มเศรษฐกิจเปลี่ยนแปลงไป "เป็นอย่างมาก" และอัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำเกินไป

4.ผู้ลงคะแนนเสียงคัดค้านคนที่สาม

มีความเป็นไปได้ที่นางลอเรตตา เมสเนอร์ ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์ อาจจะลงคะแนนเสียงคัดค้านแถลงการณ์เฟด โดยนางเมสเนอร์เพิ่งจะมีสิทธิลงคะแนนเสียงในการประชุมกำหนดนโยบายเฟดในปีนี้เป็นปีแรก และได้ลงคะแนนเสียงสนับสนุนความเห็นของนางเยลเลนในช่วงที่ผ่านมา

อย่างไรก็ดี การแถลงของนางเมสเนอร์ ในระยะนี้ ชี้ให้เห็นว่าสนับสนุนให้เฟดปรับเปลี่ยนสัญญาณชี้นำล่วงหน้าเรื่องกำหนดเวลาในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยให้มุ่งความสนใจไปที่สภาพเศรษฐกิจ แทนที่จะมุ่งความสนใจไปยังจังหวะเวลา

ในการประชุมเฟดครั้งที่แล้วซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 16-17 ก.ย. เจ้าหน้าที่เฟดสองคนได้ลงคะแนนเสียงคัดค้านนโยบายเฟด คือ นายชาร์ลส์ พลอสเซอร์ ประธานเฟดสาขาฟิลาเดลเฟีย และนายริชาร์ด ฟิชเชอร์ ประธานเฟดสาขาดัลลัส โดยทั้งสองเป็นเจ้าหน้าที่สายเหยี่ยวที่ต้องการให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ ถ้าหากมีผู้ลงคะแนนเสียงคัดค้านเป็นรายที่สามในการประชุมครั้งนี้ สิ่งนี้ก็จะแสดงให้เห็นว่า นางเยลเลนได้รับเสียงสนับสนุนน้อยลงภายในคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (เอฟโอเอ็มซี)