สปช.อภิปรายค้านให้คนนอกเป็นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ "เสรี"แจงเหตุผลคนนอกไม่เชื่อมโยงเสียงสปช.
สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช) ได้ประชุมนอกรอบ เพื่อพิจารณาแนวทางการสรรหากรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ และรายงานความคืบหน้าการปฏิบัติหน้าที่ขอกรรมาธิการกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (วิปฯสปช.) ชั่วคราว โดยก่อนเข้าสู่วาระพิจารณา ที่ประชุมได้คัดเลือกบุคคลที่จะขึ้นมาปฏิบัติหน้าที่ประธานเฉพาะคราว หลังจากที่นายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา สปช.ที่อาวุโสสูงสุด ขอถอนตัว โดยขอเว้นการบังคับใช้ข้อบังคับการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ข้อ 22 ว่าด้วยให้ผู้อาวุโสสูงสุดทำหน้าที่ประธานชั่วคราวในที่ประชุม โดยอนุโลม ซึ่งที่ประชุมได้เสนอชื่อ นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ว่าที่ประธานสปช. ทำหน้าที่ประธานเฉพาะคราว
จากนั้นนายเทียนฉาย ได้ให้นายอลงกรณ์ พลบุตร สปช. ฐานะเลขานุการ วิปฯสปช. รายงานผลประชุมว่า ที่ประชุมได้พิจารณากำหนดแนวทางในการสรรหาผู้มีคุณสมบัติสมควรเป็น กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ จำนว 20 คน โดยมีแนวทางคือ 1. คุณสมบัติต้องไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว 2557, ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อต้องสมัครใจในการได้รับการเสนอชื่อนั้น และสัดส่วนกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ของสปช. จำนวน 20 คน จะแบ่งเป็นมาจากการสรรหาจากสมาชิก สปช. 15 คน โดยการเสนอชื่อผู้ที่เหมาะสมไม่มีลักษณะต้องห้ามจากกลุ่มต่างๆ รวม11 กลุ่มๆ ละ1คน และ 4ภาคๆ ละ 1 คน ทั้งนี้ในกลุ่มและภาคอาจจะไม่เสนอชื่อบุคคลใดก็ได้และไม่ตัดสิทธิ์ สปช. ที่ต้องการสมัครเข้ารับการสรรหาเป็น กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ และมาจากบุคลภายนอกที่เหมาะสมและไม่มีคุณสมบัติต้องห้าม อีก 5 คน โดยให้วิปฯสปช.เป็นผู้สรรหา ก่อนให้ที่ประชุมสปช.ลงมติ
จากนั้นนายอำพล จินดาวัฒนะ สปช. ฐานะวิปฯสปช. ชั่วคราว ชี้แจงรายงานผลการประชุมวิปฯ สปช. เพิ่มเติมและทำความเข้าใจว่าข้อเสนอของวิปฯ สปช. เป็นเพียงทางเลือกเท่านั้น ซึ่งที่ประชุมสปช. อาจจะไม่เห็นด้วยถือเป็นเรื่องปกติ อีกทั้งประเด็นที่เสนอเข้าสู่ที่ประชุมไม่ได้มุ่งหวังเพื่อเอาชนะ แต่ต้องการให้ที่ประชุมร่วมตัดสินในทางเลือกที่ดีที่สุดเท่านั้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการอภิปรายเพื่อขอความเห็นก่อนลงมติในข้อเสนอของวิปฯ สปช. ชั่วคราว ในภาคเช้าก่อนที่นายเทียนฉายจะขอพักการประชุมเพื่อรับประทานอาหารกลางวัน เมื่อเวลา 12.30 น. มีสมาชิก สปช. ที่ใช้สิทธิ์อภิปราย 8 คน โดยทั้งหมดแสดงความเห็นคัดค้านมติของวิปฯสปช. เนื่องจากกังวลว่าหากให้บุคคลภายนอกเข้าร่วมเป็นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ จะกระทบต่อกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญ การให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และอาจเป็นต้นเหตุให้เกิดปัญหาความขัดแย้ง จนทำให้สภา สปช. ต้องใช้เวลาตอบคำถามกับสังคมมากกว่าเดินหน้าทำงานเพื่อปฏิรูปประเทศ
โดยนายเสรี สุวรรณภานนท์ สปช. ด้านกฎหมายและกระบวนยุติธรรม อภิปรายไม่เห็นชอบกับมติวิปฯ สปช.ชั่วคราว ที่ให้สัดส่วนบุคคลภายนอกร่วมเป็นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ เพราะอาจกระทบต่อกระบวนการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่สภาสปช. ต้องร่วมรับผิดชอบ ตั้งแต่การเสนอแนะข้อมูลต่อกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ การให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ดังนั้นหากสปช. สรรหาบุคคลภายนอกซึ่งไม่ใช่สมาชิก สปช. ให้เข้ามาทำหน้าที่อาจจะทำให้เกิดความไม่เชื่อมโยงและทำให้การยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ตรงกับแนวคิด สปช. ที่มุ่งเน้นการปฏิรูปและแก้ปัญหาของประเทศได้ จนส่งผลให้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภา สปช.
"หากพิจารณาความรับผิดชอบของสปช. กับจำนวนสมาชิก สปช. จะพบว่าหากให้สัดส่วนจากสภา สปช. เพียง 15 คน จะทำให้มีสัดส่วนจากบุคคลภายนอก คือ สปช. คณะรัฐมนตรี, คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ อย่างละ 5 คน รวมเป็น 20 คน จะทำให้ไม่มีความเชื่อมโยงกับสปช. เพราะเสียงอยู่นอกสภา สปช.หมดแล้ว โอกาสที่จะไม่เป็นไปตามความเห็ สปช. เป็นไปได้สูง อีกทั้งคนภายนอกเหล่านั้นไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบอะไร หากไปยกร่างรัฐธรรมนูญที่ไม่ตรงกับแนวคิดสปช. อาจทำให้ร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภา สปช.ได้ อย่าคิดว่า สปช.ที่อยากทำหน้าที่ต่อก็ให้ความเห็นชอบไป แต่ผมเชื่อว่าสปช. ต้องมีความรับผิดชอบ หากร่างรัฐธรรมนูญไม่ตรงกับการปฏิรูป ไม่เข้าท่า หรือไปรับรองแนวคิดทางการเมืองของคนบางกลุ่มที่หาประโยชน์ ไม่แก้ปัญหาซื้อสิทธิ์ ขายเสียงเขาจะลงมติไม่เห็นชอบได้ แม้ สปช. จะตายตกไปตามกันกับกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญก็ยอม หากท่านไม่อยากเป็นแบบนั้น ต้องให้คามสำคัญกับเสียงของสมาชิกในสภา สปช.เพราะเสียงของสภา สปช. เป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถจำนวนมาก" นายเสรี อภิปราย
ด้านนายไพบูลย์ นิติตะวัน สปช. ด้านการเมือง อภิปรายคัดค้านข้อเสนอของวิปฯ สปช. ชั่วคราว พร้อมยกเหตุผลประกอบว่า สปช. ถือเป็นบุคคลที่ผ่านการคัดเลือกมาตามกระบวนการและถือเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่ความหลากหลายอย่างครบถ้วน ดั้งนั้นหากจำกัดให้ สปช. เข้าไปเป็นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญเพียง 15 คน อาจะเป็นเสียงข้างน้อยของกมธ.ยกร่างฯ ทั้งหมดได้ นอกจากนั้นหากที่ประชุมเห็นว่าให้มีสัดส่วนคนนอก 5 คน โดยให้วิปฯ สปช. ชั่วคราวไปดำเนินการสรรหาอาจเป็นประเด็นที่ทำให้สังคมครหา เพราะนับจากวันที่ 27 ต.ค. เหลือเวลาเพียง 7 วันที่ต้องส่งรายชื่อกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญทูลเกล้าฯ อาจถูกมองว่าเป็นการสรรหาที่เอื้อให้กับพรรคพวกได้ และสปช.จะเสียเวลาตอบคำถามดังกล่าวแทนจะเดินหน้าปฏิรูปประเทศ นอกจากนั้นกรณีที่จะเลือกคู่ขัดแย้งทางการเมืองเข้ามายกร่างฯ อาจทำให้คู่ขัดแย้งตรงข้ามไม่เห็นด้วย และเกิดความขัดแย้งได้
ด้านนายวิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ สปช.ด้านสังคม อภิปรายว่า เชื่อว่าหลังจากนี้ สปช. จะตั้งกรรมการเพื่อรับฟังความเห็นจากประชาชนภายนอก ต่อข้อมูลเพื่อประกอบกับการยกร่างรัฐธรรมนูญของกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ อยู่แล้วดังนั้นส่วนดังกล่าวถือเป็นการเปิดกว้างให้บุคคลภายนอกเข้ามามีส่วนร่วมอยู่แล้ว ดังนั้นตนมองว่าสัดส่วนสปช. ที่จะเข้าไปทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญควรเป็นสมาชิกสปช.
จากนั้นนางเตือนใจ สินธุวณิก สปช.ด้านสื่อมวลชน ขอให้วิปฯสปช.ชั่วคราวชี้แจงเหตุผลข้อดีและข้อเสียต่อการเสนอแนวทางดังกล่าวให้ที่ประชุมพิจารณา แต่ด้วยเวลาอภิปรายเกินเวลา 12.30 น.ไปแล้วทำให้นายเทียนฉาย ขอพักการประชุมเพื่อรับประทานอาหารเที่ยง ก่อนที่จะเข้าสู่การพิจารณาและอภิปรายในประเด็นดังกล่าวต่อไป





