"พล.อ.ไพบูลย์" รมว.ยธ. สั่งปปท. ดีเอสไอ ลงพื้นที่ตรวจสอบการจ่ายเงินช่วยชาวนา หลังสตง.ชี้ข้อกังวลส่อทุจริต
สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)- 22 ต.ค. 57 นายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการป.ป.ท.เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับพล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบและการจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาทตามนโยบายของรัฐบาล
ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมการปกครอง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) กรมส่งเสริมการเกษตร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) ว่า ในที่ประชุมมีการติดตามผลการจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนา เพื่อป้องกันการทุจริต
นอกจากนี้ในที่ประชุม รมว.ยุติธรรม ยังได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายในการทำงานของศูนย์อำนวยการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ คือ ป.ป.ท. ดีเอสไอ ปปง. ป.ป.ช. สตง. และตำรวจ แบ่งพื้นที่ตรวจสอบการจ่ายเงินช่วยชาวนาใน 18 จังหวัด อย่างใกล้ชิด หลังมีการรายงานในที่ประชุมเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนเกษตรกรที่ใช้เป็นฐานข้อมูลในการจ่ายเงินรอบนี้ ซึ่งเป็นฐานข้อมูลเดิมที่มีการขึ้นทะเบียนมานานหลายปี และที่ผ่านมาสตง.ตรวจสอบพบว่ามีปัญหาการทุจริตจากการสวมสิทธิเกษตรกร
โดยนำชื่อบุคคลที่ไม่ใช่เกษตรกรหรือเป็นเกษตรกรแต่ไม่ได้ปลูกข้าวมาขึ้นทะเบียนชาวนา ดังนั้นจึงมีข้อกังวลว่าการจ่ายเงินในลักษณะเดิมที่มีขั้นตอนและวิธิการเดิมมีแนวโน้มจะมีการทุจริตเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะปัญหาที่เคยพบคือการจ่ายเงินให้กับผู้ที่ไม่ใช่เกษตรกรตัวจริง
เลขาธิการป.ป.ท. กล่าวอีกว่า เบื้องต้นคณะทำงานฯจะลงพื้นที่ตรวจสอบการจ่ายเงินชาวนาที่ดำเนินการไปแล้ว 2 รอบ โดยเริ่มลงพื้นที่ตั้งแต่วันพรุ่งนี้(23 ต.ค.) เพื่อตรวจสอบที่มาของเกษตรกรที่มารับเงินแล้วกว่า 20,000 คน รวมถึงตรวจสอบการรับรองการขึ้นทะเบียนชาวนา หากพบการกระทำผิดจะได้ดำเนินการได้ทันที ในส่วนเกษตรกรหากไม่ใช่เกษตรกรจริงจะเข้าข่ายแจ้งความเท็จกับเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ รมว.ยุติธรรม ระบุว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้จะทำในเชิงปราบปรามเพื่อให้พื้นที่อื่นที่ยังไม่จ่ายเงินมีระบบการจ่ายเงินที่โปร่งใส รัดกุม





