"วิปฯสปช.ชั่วคราว" เคาะหลักเกณฑ์เลือกกมธ.ยกร่าง รธน. ให้คนนอก5คนร่วมเป็นตัวแทน-อีก15คนมาจาก สปช.
เล็งเรียกประชุม 27 ต.ค. นี้เพื่อขอให้ที่ประชุมสปช.เห็นชอบอีกครั้ง
เมื่อเวลา 16.30 น. ภายหลังที่คณะกรรมาธิการกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (วิปฯสปช.)ชั่วคราว ประชุมแล้วเสร็จ นายอลงกรณ์ พลบุตร สปช. ฐานะเลขานุการ วิปฯ สปช. ชั่วคราว แถลงผลการประชุม ว่า การประชุมที่มีนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ว่าที่ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เป็นประธานในที่ประชุมมีมติกำหนดหลักเกณฑ์เพื่อสรรหาบุคคลเข้าไปเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ตามที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว มาตรา 32 กำหนดในสัดส่วนของสปช. จำนวน 20 คน
โดยจะเป็นผู้ดำรงตำแหน่งสมาชิก สปช. จำนวน 15 คน มาจากการคัดเลือกโดยคณะปฏิรูปทั้ง 11 ด้าน และภาคจังหวัด ทั้ง 4 ภาค และในสัดส่วนของบุคคลภายนอกที่ไม่ได้เป็นผู้ดำรงตำแหน่ง สปช. อีก 5 คน โดยในกรณีของบุคคลภายนอกนั้น จะเป็นหน้าที่ของวิปฯสปช. ชั่วคราวจะไปพิจารณาบุคคลที่เหมาะสม
ทั้งนี้หลักเกณฑ์ดังกล่าวจะขอความเห็นชอบจากที่ประชุม สปช. อีกครั้ง ในวันนัดประชุมรอบต่อไป วันที่ 27 ต.ค. เวลา 10.00 น. หากที่ประชุมลงมติเห็นชอบในวันเดียวกันนั้นจะให้ สปช.ทั้ง 11 ด้านและสปช.ภาคจังหวัดทั้ง 4 ภาค ไปประชุมเพื่อพิจารณาชื่อบุคคลให้เข้ามาเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยยึดหลักเกณฑ์ความสมัครใจ และคุณสมบัติ รวมถึงลักษณะต้องห้ามตามที่รัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราว มาตรา 33 กำหนด และเมื่อขั้นตอนดังกล่าวแล้วเสร็จ จะมีการนัดประชุมนอกรอบอีกครั้งในวันที่ 28 ต.ค. เพื่อลงมติยืนยัน
ด้านนายเทียนฉาย กล่าวขยายความในประเด็นที่สปช. เปิดโควต้าบุคคลภายนอกที่ไม่ใช่สมาชิก สปช. ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาถึงความหลากหลาย อีกทั้งเห็นว่ายังมีผู้รู้ ผู้ทรงภูมิ รวมถึงคนที่เหมาะสมอีกจำนวนหนึ่งไม่ได้เข้ามาร่วมในวงงานปฏิรูป รวมถึงบุคคลที่ไม่เห็นด้วยกับแนวทางสปช. และกลุ่มขั้วทางการเมือง พรรคการเมืองจึงต้องการระดมความเห็นที่หลากหลายดังกล่าวไว้รอบนี้ด้วย อย่างไรก็ตามบุคคลภายนอกที่วิปฯสปช.ชั่วคราวจะคัดเลือกนั้น ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวกำหนดด้วย และประเด็นสำคัญคือบุคคลเหล่านั้นต้องสมัครใจด้วย เพราะตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมีข้อกำหนดห้ามลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลา 2 ปี หลังจากที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีผลบังคับใช้
“คุณสมบัติของคนภายนอกที่จะมาเป็นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ในสัดส่วนของสปช. จำนวน 5 คนนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นนักกฎหมาย หรือมีประสบการณ์ยกร่างรัฐธรรมนูญมาก่อน เพราะผู้ที่เชี่ยวชาญด้านกฎหมายอาจเข้ามาเป็นที่ปรึกษากรรมาธิการฯ ได้อยู่แล้ว อย่างไรก็ตามสัดส่วน กมธ.ยกร่างรธน.ที่เป็นสมาชิก สปช. จำนวน 15 คนนั้นไม่มีข้อจำกัดว่าสาขาหรือภาคจังหวัดจะส่งตัวแทนเกิน 1 คน ดังนั้นสาขาปฏิรูปหรือภาคจังหวัดสามารถส่งคนเข้ามาเกินกว่า 1 คนได้ รวมถึงส่งคนที่อยู่ต่างสาขาหรือต่างภาคกันก็ได้ หากมีผู้สมัครใจและผ่านการตรวจสอบเกิน 15 คนจะให้ที่ประชุมลงมติเลือก” นายเทียนฉาย กล่าว





