ตั้งกมธ.ยกร่าง4พ.ย. "ครม.-คสช."นัดถกร่วมเคาะชื่อประธาน มติปปช.เอกฉันท์ชี้สปช.ไม่ต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สิน
สปช.มติเอกฉันท์เลือก "เทียนฉาย" นั่งประธานตามคาด "บวรศักดิ์"รองประธานคนที่ 1 ขณะที่"ทัศนา"เบียด "ประชา" ยึดรองประธานคนที่ 2 ด้วยคะแนน 151 ต่อ 88 เสียง เตรียมตั้งกมธ.ยกร่างรธน. 4 พ.ย. "ประยุทธ์" ชม"เทียนฉาย"เหมาะนั่งประธาน ชี้เป็นคนเก่ง ขณะที่"ครม.-คสช."นัดเคาะกมธ.ยกร่างรธน. 4 พ.ย. ด้านมติป.ป.ช.สรุปสปช.ไม่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน เหตุทำงานเชิงวิชาการ-ไม่มีผลประโยชน์
ในการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) โดยมีนายพารณ อิศรเสนา ณ อยุธยา สปช.ที่มีอายุสูงสุด ทำหน้าที่ประธานชั่วคราว เช้าวานนี้(21 ต.ค.) ที่ประชุมได้รับทราบพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศแต่งตั้งสปช. จำนวน 250 คน และให้สปช.ที่นั่งอยู่ในห้องประชุม 243 คน กล่าวปฏิญาณตนต่อที่ประชุม จากนั้นเป็นการเลือกประธาน สปช. และรองประธานสปช. 2 คน
ทั้งนี้ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ เลือก นายเทียนฉาย กีระนันทน์ สปช.ด้านอื่นๆ ดำรงตำแหน่งประธานสปช. และนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ สปช.ด้านการเมือง ดำรงตำแหน่งรองประธานสปช. คนที่ 1 โดยไม่มีผู้เสนอชื่อบุคคลอื่นเข้าแข่งขัน แม้ในช่วงของการเสนอชื่อสมาชิกฯ ให้ดำรงตำแหน่งประธานสปช. จะมีผู้เสนอชื่อนายอลงกรณ์ พลบุตร สปช. ด้านพลังงาน เข้าแข่งขัน แต่นายอลงกรณ์ได้ขอถอนตัว
ขณะที่ในตำแหน่งรองประธาน สปช.คนที่ 2 น.ส.ทัศนา บุญทอง สปช.ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม แข่งขันกับ นายประชา เตรัตน์ สปช.จังหวัดชลบุรี โดยนายพารณ ได้ให้ผู้ที่ได้รับการเสนอชื่อทั้ง 2 คน แสดงวิสัยทัศน์ ก่อนที่ที่ประชุมจะลงมติด้วยวิธีลับ โดยผลการลงคะแนนปรากฏว่า น.ส.ทัศนา ได้รับเสียงสนับสนุน 151 เสียง ด้านนายประชา ได้เสียงสนับสนุน 88 เสียง มีบัตรเสีย 1 เสีย และงดออกเสียง 3 เสียง
สปช.ตั้งกมธ.ยกร่างรธน.4พ.ย.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในขั้นตอนต่อไป นายจเร พันธุ์เปรื่อง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะเลขาธิการสปช. จะส่งรายชื่อนายเทียนฉาย ฐานะประธานสปช., นายบวรศักดิ์ ในฐานะรองประธานสปช.คนที่ 1 และ น.ส.ทัศนี ในฐานะรองประธานสปช.คนที่ 2 ไปยัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงที่นายบวรศักดิ์ แสดงวิสัยทัศน์ต่อบรรดาสมาชิก สปช. ตอนหนึ่งกล่าวถึงการตั้งกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ว่า การเลือกกรรมาธิการยกร่าง ต้องแล้วเสร็จในวันที่ 4 พ.ย.
สปช.สุดวุ่นถกปมตั้งกรรมการ2ชุด
ขณะที่ในช่วงบ่าย ภายหลังที่ประชุม สปช. เลือกประธานและรองประเทศแล้ว นายพารณ ได้หารือและมีมติแต่งตั้งกรรมการ จำนวน 2 ชุด คือ คณะกรรมการยกร่างข้อบังคับการประชุมสปช. และคณะกรรมการประสานงานกิจการ สปช.ชั่วคราว (วิปสปช.ชั่วคราว)
โดยคณะกรรมการยกร่างข้อบังคับการประชุมสปช. มี 19 คน อาทิ นายประสาร มฤคพิทักษ์, นายธรรมรักษ์ การพิศิษฎ์, นายเสรี สุวรรณภานนท์, นายชิงชัย หาญเจนรัตน์, พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ ทำหน้าที่ยกร่างข้อบังคับการประชุมสปช. พ.ศ... เพื่อนำเสนอให้ที่ประชุมสปช. พิจารณาวาระที่ 1 และลงมติว่าจะรับหลักการหรือไม่ หากสปช.รับหลักการจะตั้งกรรมาธิการ หรือใช้กรรมาธิการเต็มสภาก็ได้ โดยมีกรอบทำงาน 15 วันและนัดประชุมครั้งแรก วันที่ 22 ต.ค.
ขณะที่คณะกรรมการวิปสปช.ชั่วคราว จำนวน 22 คน ประกอบด้วย นายเทียนฉาย เป็นประธานวิป, นายบวรศักดิ์ เป็นรองประธานวิป, น.ส.ทัศนา เป็นรองประธานวิป, พล.ท.ฐิติวัจน์ กำลังเอก, นายธีรยุทธ์ หล่อเลิศรัตน์, นายวันชัย สอนศิริ, นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร,นายวัลลภ พริ้งพงศ์, นางนรีวรรณ จินตกานนท์ โดยมีอำนาจหน้าที่ดำเนินการเรื่องราวที่สำคัญและเร่งด่วน คือสรรหารายชื่อและตรวจสอบคุณสมบัติผู้ควรเป็นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ในสัดส่วนสปช. เพื่อให้ที่ประชุมสปช.พิจารณาเลือกสรรต่อไป และให้กระบวนการคัดสรรดังกล่าวแล้วเสร็จภายในวันที่ 29 ต.ค.นี้ และดำเนินการเรื่องอื่นๆ ในวงงาน สปช.ในระยะเวลาก่อนที่จะจัดตั้งวิปสปช. ชุดถาวร และมีหน้าที่กำหนดวันประชุมสปช. ในระยะที่ยังไม่มีข้อบังคับการประชุมสปช. ทั้งนี้วิปสปช.ชั่วคราว ประชุมในวันที่ 22 ต.ค.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การลงมติเลือกกรรมการ ทั้ง 2 ชุดดังกล่าวมีความวุ่นวายโต้แย้งประเด็นทางข้อกฎหมาย จนทำให้ประธานชั่วคราวในที่ประชุมต้องสั่งพักการประชุม 2 รอบ โดยประเด็นที่ถกเถียง คือ เรื่องระยะเวลาตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่ต้องนับจากวันประชุมสปช.ไป 15 วัน ตามที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวกำหนด
อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน และเสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุมให้วิปสปช.ไปพิจารณา นอกจากนั้นยังมีประเด็นของการรวบรัดการจัดสรรบุคคลให้ไปดำรงตำแหน่งกรรมการ ทั้ง 2 ชุด ที่ไม่เปิดกว้าง ทั้งนี้กว่าที่ประชุมจะหาข้อยุติในเรื่องที่ถกเถียงและลงมติตั้งกรรมการฯ ต้องใช้เวลานานถึง 4 ชั่วโมง
นายกฯชม"เทียนฉาย"เก่ง-เหมาะประธาน
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประชุม สปช.เลือกนายเทียนฉาย เป็นประธานว่า เป็นไปตามผลการโหวตในสปช. ทั้งนี้ท่านเก่งกว่าตนมาก เจตนาไม่ได้ไปก้าวล่วง ส่วนที่ก่อนหน้านี้นายเทียนฉาย เคยแสดงความเป็นห่วงในเรื่องกรอบเวลาในการยกร่างรัฐธรรมนูญนั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ท่านเทียนฉายห่วง พวกเราไม่ห่วงเลยมั้ง ก็แล้วแต่ ก็ทำให้เร็วๆ แค่นั้น"
สำหรับรายชื่อกมธ.ยกร่างร่างรัฐธรรมนูญในส่วนของรัฐบาลนั้น นายกฯ กล่าวว่า รายชื่อ 5 คนทางคณะรัฐมนตรีกำลังหารือกันอยู่ ในส่วนของคนที่จะเข้ามาเป็นประธานกมธ.ยกร่างก็มีอยู่ในใจแล้ว
"ผมมีอยู่ในใจแล้วสัก 100 คน ตอนนี้ยังไม่มีการเลือก 1 เดียวในใจ ยังเต็มทั้งร้อยคน ซึ่งตามโรดแมพแล้วมีการกำหนดขั้นตอนและเวลาไว้อย่างชัดเจน ก็ต้องทำให้ได้ ถ้าทำยาวไปก็จะเกินเวลา ถึงได้มีการกำหนดเวลาให้ชัดเจน ดังนั้นต้องทำให้ได้และรัฐบาลไปบังคับอะไรไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของรัฐธรรมนูญ"
ปัดล็อบบี้ปมถอดถอน"สมศักดิ์-นิคม"
ส่วนเรื่องการถอดถอน นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวรัชพาณิชย์ อดีตประธานวุฒิสภานี้ พล.อ.ประยุทธ์ ปฏิเสธ.ว่า "ไม่เคยมีการล็อบบี้หรือสั่งการใดๆ เป็นเรื่องของกฎหมาย ก็ต้องไปดูว่ากฎหมายทำได้มากน้อยแค่ไหน ถ้าทำไม่ได้ตอนนี้หรือยังมีความขัดแย้งอยู่ ก็ต้องไปตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาขึ้นมา จะไปบอกว่าทำอย่างนี้หรือไม่ทำอย่างนี้ มันก็มีปัญหาทั้งคู่ เมื่อยังไม่แน่ใจและยังไม่มั่นใจ ก็ต้องไปศึกษามาให้ได้ว่าจะเอาอย่างไร ไม่ใช่ว่าจะไปยกโทษหรือไม่ยกโทษให้ใคร ถ้าผิดก็ต้องว่ากันไปตามผิด แต่ทั้งหมดทั้งมวลก็ต้องไปดูกฎหมายว่าทำได้หรือไม่"
เมื่อถามว่า ไม่ได้เป็นการปูพื้นฐานและเพ่งเล็งไปที่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า "ผมไม่ได้ไปเพ่งเล็งใครสักคน จะไปเล็งทำไม ใครผิดก็ว่ากันไปตามผิด คนผิดก็เยอะแยะไป"
"ครม.-คสช."ถกเคาะปธ.-กมธ.ร่างรธน.4พ.ย.
พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ในที่ประชุม นายกฯได้สั่งการให้มีการจัดการประชุมร่วมระหว่าง ครม. และคสช.ในวันที่ 4 พ.ย.นี้ โดยมีวาระสำคัญคือ การพิจารณาบุคคลเป็นกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญในสัดส่วน 5+1 ที่ครม.และคสช.จะเสนอ
เปิดให้สนช.แจ้งนั่งกมธ.ยกร่างถึง28ต.ค.
น.พ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.)เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการสรรหากรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญในสัดส่วนของ สนช.จำนวน 5 คน ซึ่งที่ประชุมได้มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการไปดำเนินการเปิดให้สมาชิก สนช.แสดงความจำนงเพื่อเป็นกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ก่อนวันที่ 28 ต.ค. หากเกิน 5 คน ทางวิป สนช.จะคัดเลือกให้เหลือเพียง 5 คน จากนั้นจะเสนอรายชื่อดังกล่าวต่อที่ประชุม สนช.ในวันที่ 30 ต.ค.นี้ เพื่อให้ที่ประชุมลงมติเลือกต่อไป
มติปปช.เอกฉันท์สปช.ไม่ต้องยื่นทรัพย์สิน
ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยว่า ในกรณี สปช.จะต้องยื่นบัญชีรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช.หรือไม่นั้น คณะกรรมการป.ป.ช.เห็นว่า เนื่องจาก สปช.เป็นตำแหน่งที่เรียกได้ว่าเกี่ยวข้องทางวิชาการ ไม่มีผลประโยชน์ใดๆ แต่เป็นการใช้ความรู้ความสามารถในการปฏิรูปบ้านเมืองให้ดียิ่งขึ้น จึงเห็นตรงกันเป็นเอกฉันท์ว่าไม่ต้องยื่นบัญชีแสดงทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช.
ป.ป.ช.สรุป2ปีพบโกง3แสนล้าน
วันเดียวกัน คณะกรรมการ ป.ป.ช. นำโดยนายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช.แถลงผลการดำเนินการของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ครบรอบ 8 ปี (6 ต.ค.2549-6 ต.ค.2557) ว่า สถิติการดำเนินการงานด้านปราบปรามการทุจริตตั้งแต่ปีงบประมาณ 2550-2557 มีเรื่องค้างสะสมยกมาจาก 11,578 เรื่อง และเรื่องกล่าวหารับใหม่ 22,950 เรื่อง รวมเรื่องรับดำเนินการทั้งสิ้น 34,528 เรื่อง แยกเป็นดำเนินการเสร็จแล้ว 25,012 เรื่อง และดำเนินการอยู่ 9,516 เรื่อง แบ่งเป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างการแสวงหาข้อเท็จจริง 7,665 เรื่อง, อยู่ระหว่างการไต่สวนข้อเท็จจริง 1,851 เรื่อง, มอบหมายพนักงานไต่สวน 1,057 เรื่อง, แต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน 747 เรื่อง และคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้งคณะเป็นองค์คณะไต่สวน 47 เรื่อง
ส่วนสถิติเรื่องไต่สวนข้อเท็จจริงที่ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดอาญา และร่ำรวยผิดปกติที่สามารถประเมินมูลค่าความเสียหายได้ แบ่งเป็นปีงบประมาณ 2556 มี 34 คดี รวมมูลค่าความเสียหาย 24,881.163 ล้านบาท แยกเป็นส่วนราชการ 12 คดี มูลค่าความเสียหาย 65.474 ล้านบาท ส่วนรัฐวิสาหกิจ 11 คดี มูลค่าความเสียหาย 24,702.757 ล้านบาท ส่วนท้องถิ่น 11 คดี มูลค่าความเสียหาย 12,932 บาท
ขณะเดียวกันในปีงบประมาณ 2557 มี 63 คดี รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น 332,926.678 ล้านบาท แบ่งเป็นส่วนราชการ 19 คดี มูลค่าความเสียหาย 332,813.619 ล้านบาท ส่วนรัฐวิสาหกิจ 7 คดี 73.734 ล้านบาท ส่วนท้องถิ่น 37 คดี มูลค่าความเสียหาย 25.325 ล้านบาท ซึ่งรวมทั้ง 2 ปีงบประมาณ มีคดีทั้งสิ้น 97 คดี รวมมูลค่าความเสียหายทั้งสิ้น 357,807.841 ล้านบาท
นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า การทำงานตลอด 8 ปีที่ผ่านมาพบว่ามีคดีที่เกี่ยวกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสูงสุด โดยคิดเป็น 50% ของเรื่องทุจริตทั้งหมด รองลงมาคือกระทรวงมหาดไทยในส่วนของกรมที่ดิน
ป.ป.ช.เล็งสรุปคดีฟ้อง"ยิ่งลักษณ์"7พ.ย.
นายวิชา กล่าวถึงความคืบหน้าการประชุมร่วมระหว่างป.ป.ช.กับอัยการสูงสุด (อสส.) ในการพิจารณาคดีรับจำนำข้าวของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า คาดว่าการประชุมในวันที่ 7 พ.ย.นี้ หากไม่ได้ข้อยุติ ป.ป.ช.จะต้องตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้เกิดความรวดเร็วยิ่งขึ้น





