วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กสม.ขอเช็คร่างกายมือฆ่าผู้ดี

กรรมการสิทธิฯ ทำเรื่องขอ ผบ.เรือนจำ ตรวจร่างกายหนึ่งในผู้ต้องหาพม่าคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวอังกฤษซ้ำอีกครั้ง

พร้อมเรียกชุดสืบนครบาลและภาค 8 แจงปมซ้อมผู้ต้องหา ด้าน โฆษก ตร. อ้างผลตรวจแพทย์หลายหน่วยยันไม่มีซ้อม ผบ.ตร. ย้ำอังกฤษ-พม่าแค่ผู้สังเกตการณ์ ขณะที่การหายตัวลึกลับของชายญี่ปุ่น ตร.ยังไม่พบเบาะแสโยงหญิงไทยคนสนิท

นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) ในฐานะประธานอนุกรรมการสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง แถลงวานนี้ (20 ต.ค.) ภายหลังเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องกับกรณีที่มีการร้องเรียนว่ามีการซ้อมทรมาน 2 ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรม 2 นักท่องเที่ยวอังกฤษที่เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ว่า ได้รับข้อมูลจาก พ.ต.อ.ประชุม เรืองทอง ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธร อ.เกาะพงัน ว่า คดีดังกล่าวมีชุดสืบสวนทั้งระดับพื้นที่และจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติลงพื้นที่หลายชุด แต่ยืนยันว่าเมื่อจับกุมผู้ต้องหาได้และนำตัวมายังสถานีตำรวจนั้น ไม่มีการซ้อมทรมาน

เขากล่าวว่า พ.ต.อ.ประชุมระบุว่าผู้ต้องหาได้รับสิทธิในการตั้งทนายความตามที่กฎหมายกำหนด แต่ทั้งนี้ก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่าการซ้อมทรมานเกิดขึ้นในขั้นตอนใด เพราะกระบวนการสืบสวนของแต่ละหน่วยงานที่ลงไป ไม่สามารถไปก้าวก่ายได้

ดังนั้นวันที่ 27 ต.ค.นี้ เวลา 10.00 น. อนุกรรมการฯ จะเชิญตัวแทนจากชุดสืบสวนทั้งหมด รวมทั้ง พล.ต.ต.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บังคับการสืบสวน กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) และพล.ต.ต.ปวีณ พงษ์สิรินทร์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 (รอง ผบช.ภ.8) มาชี้แจงข้อมูลอีกครั้ง

นพ.นิรันดร์ กล่าวด้วยว่า จากการลงพื้นที่เกิดเหตุของเจ้าหน้าที่ กสม. ร่วมกับ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ และการไปพูดคุยกับ 2 ผู้ต้องหา ได้ข้อมูลตรงกันว่า เจ้าหน้าที่มีพฤติกรรมซ้อม ทุบตี ทำร้าย มีการใช้ถุงพลาสติกคลุมหัว

จากการตรวจร่างกายเบื้องต้นพบจุดกดเจ็บที่หน้าอกของผู้ต้องหา 1 ราย ซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นอาการเจ็บของกระดูกหรือกล้ามเนื้อ อนุกรรมการฯจึงจะทำจดหมายถึงผู้บัญชาการเรือนจำ ขอให้มีการเอ็กซ์เรย์ผู้ต้องหาเพื่อให้ทราบว่ามีบาดแผลตรงไหนอีกหรือไม่

อย่างไรก็ตาม กสม.ตรวจสอบเพียงเรื่องการละเมิดตามที่มีการร้องว่าซ้อมผู้ต้องหาเท่านั้น ไม่ได้ตรวจสอบเรื่องว่าผู้ต้องหาเป็นผู้กระทำผิดจริงหรือไม่ เพราะไม่ใช่หน้าที่ ยืนยันว่า กสม.จะเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้เข้ามาชี้แจงข้อเท็จจริงด้วยความเป็นธรรมก่อนที่จะมีการสรุปข้อเท็จจริงในประเด็นดังกล่าว

"เขาบอกว่าถูกซ้อม แต่เราไม่รู้ว่ามีการกระทำอย่างที่กล่าวหาหรือเปล่า" นพ.นิรันดร์ ตอบข้อถามว่าเป็นการซ้อมเพื่อให้รับสารภาพจริงหรือไม่

โฆษกตร.ยันไม่มีการซ้อมผู้ต้องหา

อย่างไรก็ดี พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า วานนี้ (20 ต.ค.) กสม.ได้เชิญหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปตอบข้อซักถาม โดยเฉพาะประเด็นเรื่องของการซ้อมผู้ต้องหาให้รับสารภาพ โดยแพทย์ที่ตรวจร่างกายของนายเวพิว หรือวิน อายุ 21 ปี สัญชาติพม่า และนายซอ ลิน หรือซอ อายุ 21 ปี สัญชาติพม่า ยืนยันว่า ตามร่างกายไม่พบบาดแผลใดๆ ก่อนที่จะนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังที่ ศาล จ.สุราษฎร์ธานี

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวต่อว่า ก่อนฝากขังแพทย์เรือนจำ จ.สุราษฎร์ธานีก็ได้ตรวจร่างกายซ้ำอีกครั้ง อีกทั้งทางสถาบันนิติเวชก็ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจร่างกายอีกรอบ ซึ่งผลตรวจทุกอย่างยืนยันได้ว่า ไม่มีการซ้อมผู้ต้องหา แต่มีแพทย์ของเรือนจำ จ.สุราษฎร์ธานีระบุว่ามี 1 ใน 2 ผู้ต้องหาได้มีอาการเจ็บที่หน้าอก แต่ไม่มีบาดแผล ซึ่งไม่มีอะไรยืนยันได้ว่าผู้ต้องหาถูกซ้อม

ผบ.ตร.ย้ำอังกฤษแค่ผู้สังเกตการณ์

ด้าน พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีประเทศอังกฤษส่งเจ้าหน้าที่มาเข้าร่วมสังเกตการณ์คดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวที่เกาะเต่า ว่า ไทยมีความพร้อมและเต็มใจให้ทางอังกฤษส่งเจ้าหน้าที่หรือผู้เชี่ยวชาญมาช่วยเหลือสนับสนุนในการทำงานของตำรวจ แต่การดำเนินการทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ว่าทำได้มากน้อยแค่ไหน

อย่างไรก็ตาม เขากล่าวว่า ไม่ใช่เฉพาะประเทศอังกฤษประเทศเดียว ในส่วนของประเทศเมียนมาร์ก็ได้แจ้งไปว่าสามารถส่งเจ้าหน้าที่มาสนับสนุนหรือร่วมสังเกตการณ์ได้เช่นกัน

เมื่อถามว่า กรอบการให้เจ้าหน้าที่อังกฤษมีส่วนร่วมในคดีนี้เป็นอย่างไร พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ถ้าอะไรที่เขาสนับสนุนการทำงานเราได้ก็ต้องเปิดกว้างและยอมรับ แต่ถ้าอะไรที่ขัดข้อกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ตลอดจนอธิปไตยของประเทศไทยก็ไม่อนุญาต

"เรื่องที่ทางประเทศอังกฤษไม่เชื่อมั่นกระบวนการสอบสวนของตำรวจไทย เป็นเรื่องภายในประเทศของเขาที่มีความกดดันที่ทำให้รัฐบาลของประเทศอังกฤษต้องส่งเจ้าหน้าที่มามีส่วนร่วม ซึ่งเราไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวตรงนั้น ผมมั่นใจในการทำงานของตำรวจไทยที่ยึดหลักกฎหมาย ความถูกต้อง พยานหลักฐาน ไม่ได้มีการสร้างพยานหลักฐานเท็จ เพื่อดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง" พล.ต.อ.สมยศ กล่าว