(รายงาน) ทีดีอาร์ไอเตือนรับมือเปิดเออีซี แรงงานบริการฟิลิปปินส์รุกไทย
สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทยหรือ ทีดีอาร์ไอ ได้ออกมาวิเคราะห์ถึงความร่วมมือของอาเซียนใน 6 สาขอาชีพ 32 ตำแหน่งงาน โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวในประเทศไทย โดยเตือนให้รับมือภาวะแข่งขันที่สูงขึ้นหลังเปิด AEC
นายยงยุทธ แฉล้มวงษ์ ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาแรงงาน สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศต่างๆ ในกลุ่มอาเซียน 10 ประเทศ ได้มีการลงนามตามกรอบความร่วมมือแห่งอาเซียนใน 6 สาขาอาชีพ (32 ตำแหน่งงาน) ที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรวิชาชีพท่องเที่ยว (MRA- Tourism Professional:TP)
ประกอบด้วย ด้านบริการโรงแรม (Hotel Services) มีแผนกต้อนรับ แผนกแม่บ้าน แผนกอาหาร แผนกอาหารและเครื่องดื่ม ด้านการเดินทาง (Travel Services) งานบริษัททัวร์ และตัวแทนท่องเที่ยว ซึ่งมีคนทำงานอยู่ในธุรกิจท่องเที่ยวในอาเซียนมากกว่า 25 ล้านคน
ทั้งนี้จากข้อมูลปี 2556 ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวกว่า 24 ล้านคนและมีแรงงานทำงานเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวมากกว่า 4.8 ล้านคน กระจายไปตามแหล่งท่องเที่ยวของไทยทั่วประเทศ ซึ่งเมื่อพิจารณาสภาพตลาดแรงงานด้านท่องเที่ยวแล้ว พบว่าในกลุ่มประเทศอาเซียนนี้ ประเทศไทยขาดแคลนมากที่สุด
ขณะที่มาเลเซียขาดแคลนแรงงานท่องเที่ยวในบางสาขา ขณะที่ประเทศอื่นๆ ส่วนใหญ่มีแรงงานท่องเที่ยวเกินกว่าจำนวนที่ต้องการในประเทศ เช่น ประเทศเวียดนามและฟิลิปปินส์ ซึ่งเมื่อเปิดอาเซียนในปี 2558 แล้วมีแนวโน้มที่จะเข้ามาทำงานบริการท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแรงงานไทย
แรงงานไทยที่ทำงานในด้านการท่องเที่ยว ยังมีจุดอ่อนที่สำคัญ คือ ด้านภาษาต่างประเทศและความสนใจในอาชีพด้านการบริการท่องเที่ยว โดยหากเทียบกับประเทศที่มีแรงงานอยู่ในภาคการท่องเที่ยวจำนวนมากและมีความพร้อมที่จะทำงานบริการในกิจกรรมเกี่ยวกับการท่องเที่ยว เช่น ประเทศฟิลิปปินส์มีความพร้อมเป็นอย่างมาก ที่จะเข้ามาทำงานในสาขาบริการ ไม่ว่าจะเป็นงานด้านการต้อนรับ งานนักร้อง งานแม่บ้าน งานด้านบริหาร เป็นต้น ซึ่งอาศัยความได้เปรียบด้านภาษาอังกฤษ และเป็นภาษากลางของอาเซียน และมีความมุ่งมั่นในการทำงานในต่างประเทศมากกว่าหลายประเทศในอาเซียน
ขณะที่แรงงานจากประเทศเวียดนาม มีการเตรียมพร้อมเรียนภาษาอังกฤษในหลักสูตรเป็นปีๆ และบางส่วนยังเรียนภาษาไทยด้วย นอกจากนั้นเวียดนามมีจำนวนแรงงานมาก มีค่าแรงที่ต่ำกว่าประเทศไทยมาก จึงมีโอกาสเข้ามาแย่งงานที่คนไทยเกี่ยงกันทำในหลายตำแหน่งงานที่เกี่ยวข้องกับโรงแรม ภัตตาคาร ร้านอาหาร และการท่องเที่ยว ซึ่งประเทศไทยขาดแคลนแรงงานทั้งระดับฝีมือและกึ่งฝีมือ
“แม้ว่าประเทศไทยจะมีการจัดการเรียนการสอน มีผู้จบการศึกษาเกี่ยวกับสาขาการท่องเที่ยวในระดับประกาศนียบัตรจนถึงระดับปริญญาตรีจำนวนมากก็จริง แต่ส่วนใหญ่ไม่สนใจทำงานในภาคบริการโดยเฉพาะการเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเพราะบางคนที่จบคิดเลยเถิดว่าเป็นงานที่ หนัก ต่ำต้อย ไร้ศักดิ์ศรี และไม่มีอนาคตทำให้แรงงานไม่มีความพร้อมในด้านการท่องเที่ยว รวมทั้งบุคลากรโดยเฉพาะด้านภาษาอังกฤษและภาษาประเทศต่างๆ รวมทั้งภาษาอื่นๆ จากนักท่องเที่ยวนอกอาเซียน อีกทั้งผู้จบการศึกษาเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวคิดแต่เพียงว่าเรียนอะไรก็ได้จบง่ายๆ แต่เมื่อจบแล้ว เสียของ ไม่สนใจทำงานในสาขาเกี่ยวกับท่องเที่ยว ถ้าทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่มีความมุ่งมั่น (Commitment) ที่จะเร่งพัฒนาบุคลากรเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ในที่สุดประเทศไทยจะได้ประโยชน์จากการรวมตัวเป็นประเทศอาเซียนไม่มากดังที่คาดหวังไว้”
สำหรับการเปิดเสรี 7 วิชาชีพที่ได้ทำข้อตกลงกันเอาไว้ในปลายปี 2558 นายยงยุทธกล่าวว่า ยังไม่ต้องห่วงมากนักเกี่ยวกับ คือ แพทย์ ทันตแพทย์ วิศวกรรม ช่างสำรวจ สถาปนิก พยาบาล และวิชาชีพบัญชี ซึ่งทุกกลุ่มจะมีสภาวิชาชีพดูแลอยู่แล้วตามกติกา เมื่อเริ่มเคลื่อนย้ายบุคลากรเสรีปลายปีหน้าทุกประเทศที่สนใจที่จะเข้ามาทำงานในประเทศไทยจะต้องปฏิบัติตามกรอบของกฎหมายและกฎระเบียบในการประกอบวิชาชีพเหล่านี้ในประเทศไทยอยู่ดี ขณะเดียวกันแรงงานฝีมือของไทยปกติไปทำงานในประเทศที่มีค่าแรงสูงกว่าประเทศไทยคือประเทศสิงคโปร์เป็นหลัก
ส่วนการขาดแคลนบุคลากรในบางสาขา อาทิ สาขาด้านที่เกี่ยวข้องกับช่างเทคนิคหรือช่างฝีมือชั้นสูง ทุกวันนี้มีแรงงานจากต่างประเทศทำงานอยู่ในประเทศไทยนับหมื่นคนอยู่แล้ว ภายใต้กรอบกติกาการส่งเสริมการลงทุนของประเทศไทย





