กรรมการ ปปช. ปลุกเยาวชนพิทักษ์สมบัติชาติ ชี้ทุจริตจำนำข้าวสุดยอดชั่วร้าย แฉเงินโกงข้าวถูกขนออกนอกปท.
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จัดกิจกรรมรณรงค์ต่อต้านการทุจริต และโครงการดู “Cheat don’t cheat” เป็นวัยรุ่นต้องกล้าโชว์ ใจฮีโร่ต่อต้านโกง ภายใต้โครงการยุวทูตป.ป.ช. โดยมีนายวิชา มหาคุณ กรรมการป.ป.ช. เป็นประธานเปิดโครงการ พร้อมทั้งมีการเสวนา ในหัวข้อ “เมื่อการทุจริตมีรอบตัว รัฐหรือเราที่ต้องแก้”
โดยนายวิชา กล่าวตอนหนึ่งว่า วันนี้เมื่อเราออกไปต่างประเทศเรตติ้งประเทศไทยโกงสุด สอบตกทุกปี อายและขายหน้าหรือไม่ ต้องเอาปี๊บคุมหัวแบบนายสุกรี เจริญสุข คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดลหรือไม่ มาตรฐานเรื่องการโกงสากลเขารับไม่ได้ แล้วเราจะไม่เปลี่ยนหรือ ประเทศอื่นเขาเปลี่ยนแล้ว เราย่ำเท้าอยู่กับที่ ดังนั้น ต้องร่วมมือร่วมใจกัน เริ่มต้นต้องไม่คิดเอาของคนอื่นที่ไม่ใช่ของเรา รวมทั้งไม่เอาของที่เป็นสาธารณประโยชน์หรือสาธารณสมบัติของชาติ เช่น ภูเขา ต้นน้ำ ลำธาร แต่ต้องรวมกันพิทักษ์ไว้ยิ่งกว่าของส่วนตัว
นายวิชา กล่าวว่า ปัจจุบันคดีทุจริตไม่ลดลง แต่กลับสูงขึ้นเรื่อยๆ มาเหมือนกับสายน้ำ หากไม่มีเขื่อนตั้งรับไว้ รับรองน้ำท่วมองค์กรหมดแล้ว นอกจากคดีมากมายแล้วยังมีความสลับซ้อน เช่น การทุจริตเชิงนโยบาย โดยเข้ามาปกครองบ้านเมืองแล้วกำหนดว่าจะต้องออกกฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์พรรคพวก คิดแผนไว้ล่วงหน้าแล้ว อาทิ การทุจริตจัดซื้อรถ - เรือดับเพลิงของกทม.จะเห็นว่าเขาวางแผนกันไว้แล้ว หรือการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าว เรียกว่าจำนำแต่ให้เงินฟรี จะเห็นว่าชาวนาปล่อยข้าวให้แล้วไม่เอากลับคืน ไม่มีชาวนาที่ไหนมารับข้าวคืนจนล้นโกงดัง กระบวนการเหล่านี้คนคิดต้องเรียกว่าสุดยอดของความชั่วร้าย ทำให้เงินที่รัฐจ่ายไป 7 แสนล้านบาทหายไปเข้ากระเป๋าพรรคพวก ถือเป็นการโกงที่ยิ่งใหญ่ ไม่มีใครเอาชนะการโกงที่ยิ่งใหญ่อย่างนี้ได้เลย เพราะเป็นกระบวนการที่มีความรู้ความชำนาญ ดังนั้น คนที่ทำหน้าที่ไต่สวนต้องมีความเชี่ยวชาญเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นหาไม่เจอว่าเงินหายไปไหน เงินส่วนใหญ่ขณะนี้ขนออกไปนอกประเทศ ไม่ได้อยู่ในประเทศ ต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งป.ป.ช.ได้ร่วมมือกับป.ป.ช.ทั่วโลกที่มีการลงนามในเอ็มโอยูกันเอาไว้ เพื่อจะได้รู้ว่าคนของเราไปประเทศเขาแล้วฝากเงินไว้ในธนาคารใดบ้าง โดยป.ป.ช.ประเทศนั้นๆ จะช่วยหาข้อมูลของเงินให้เรา
เมื่อถามว่า แนวทางการทำงานของป.ป.ช.ในสถานการณ์การเมืองปัจจุบันเป็นอย่างไร นายวิชา กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร แต่ป.ป.ช.ต้องทำงานและทำหน้าที่ปราบปรามการทุจริต มีคนพูดกันหลายครั้งว่าบ้านเมืองปรองดองแล้วทำไมปปช.ไม่ไปปรองดองบ้าง ถามว่าคนที่ทุจริตโกงบ้านโกงเมืองแล้วอยู่ๆ จะบอกป.ป.ช.ว่าปรองดอง เลิกกันเถอะนั้นไม่ได้ จะไปมโนทั้งที่บอกปาวๆ ว่าเผาเลยพี่น้องแล้วจะมาปรองดอง ซึ่งไม่ใช่ แต่ถ้าทะเลาะเบาะแว้งกันแล้วจะมาปรองดองอันนี้ได้ เพราะต้องอยู่ร่วมแผ่นดินกัน
“ที่มีการฟ้องร้องหรือร้องทุกข์กล่าวโทษกันแล้วมาบอกให้ป.ป.ช.เลิกเถอะ แยกย้ายกลับบ้าน ซึ่งไม่ได้ ไม่เช่นนั้นจะมีป.ป.ช.ทำไม ในเมื่อมีการโกงปรากฎขึ้นต้องว่ากันไปตามกระบวนการ ถ้าทำอย่างนั้นเท่ากับว่าโกงแล้วเลิกได้ ป.ป.ช.ไม่ทำอะไร ดังนั้น สถานการณ์ขณะนี้ ป.ป.ช.ต้องทำหน้าที่ของตัวเองไป ส่วนจะจบอย่างไร ไม่ได้จบที่เรา แต่จบที่ศาล และสนช.ภารกิจใครมีก็ทำไป ทำหน้าที่ตนเองให้ดี”
นายวิชา กล่าว
นายอุดม รัฐอมฤต รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า การกระทำที่ไม่ถูกต้องในสังคมที่พัฒนาแล้วเป็นสิ่งที่น่าละอาย แต่บ้านเรากลับไม่ต่อต้าน ดังนั้น ต้องสร้างวัฒนธรรมต่อต้านคนที่ไม่เคารพกติกา แน่นอนว่าคนๆเดียวอาจทำอะไรแล้วกลายเป็นคนบ้าหรือขวางโลก จึงจำเป็นต้องรวมกลุ่มจัดตั้งเป็นองค์กรที่เคารพกฎหมายและกติกาในสังคม การโกงบ้านโกงเมืองไปในทางมิชอบมีทางเดียวต้องทำให้ประชาชนรู้สึกว่าสิ่งเหล่านี้เป็นของพวกเราทั้งหมด ไม่ใช่ของๆ คนที่มีตำแหน่ง เพราะสาธารณะสมบัติเป็นของทุกคน ต้องมานั่งช่วยกัน ไม่ใช่ปล่อยให้มีตัวแทน ข้าราชการ หรือป.ป.ช. ทำเท่านั้น





