วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประยุทธ์'สรุปถกอาเซมเรียบร้อยดี

"พล.อ.ประยุทธ์" นายกฯ สรุปถกอาเซมเรียบร้อยดี ชี้ได้รับการต้อนรับอย่างทรงเกียรติ ไม่ถูกกีดกั้นอะไร

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวผ่านรายการโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ถึงการเข้าร่วมประชุมผู้นำเอเชีย-ยุโรป ครั้งที่ 10 ณ Milamo Congres นครมิลาน สาธารณรัฐอิตาลี ว่า ตนได้เสนอต่อที่ประชาคมโลกในเรื่องการดูแลภาคการเกษตรในอาเซียน เพราะหากโลกเปลี่ยนแปลง เราไม่สามารถเพาะปลูกหรือทำธุรกิจได้ และหากขาดแคลนพลังงาน อาหารจะทำอย่างไร ซึ่งอาเซียนมีความพร้อมด้านอาหาร การเกษตร แต่รายได้ในด้านดังกล่าวน้อยมาเพราะมีการแข่งขันสูง และมีมาตรการทางการค้าต่างๆอีกมากมาย ถ้าราคาผลผลิตตกมากๆ คนก็จะขาดจากอาชีพการเกษตรไปทำอาชีพอื่น ซึ่งชาวไร่ ชาวนามีความสำคัญกับโลกทั้งสิ้น ส่วนอุตสาหกรรม พลังงานกินไม่ได้ ตนจึงเสนอมุมมองเพื่อให้คิดว่าจะดูแลภาคการเกษตรในอาเซียนอย่างไร เพราะเขาไม่ได้เป็นประเทศที่ผลิตเรื่องเหล่านี้มากนัก ถ้าเราสร้างความสัมพันธ์ด้านอาหาร พลังงานจากพืชก็จะทำให้ความต้องการเรื่องวัตถุดิบมากขึ้น จะทำให้ราคาข้าว ยาง และพืชพลังงานดีขึ้น ซึ่งที่ประชุมก็บันทึกไว้เพราะไม่เคยมีการเสนออย่างนี้ ทั้งนี้ ต้องฝากกระทรวงการต่างประเทศ และทุกกระทรวงนำแนวทางนี้ไปพูดคุยกับต่างประเทศด้วย ไม่เช่นนั้นเราคงลำบากในวันหน้า ส่วนการค้าขายของอาเซียนกับประชาคมอื่นๆ เราจะเสียเปรียบเพราะเราเป็นประเทศเกษตรกรรม ผลผลิตส่วนใหญ่มาจากการเกษตร แต่ราคาตก ดังนั้นต้องรวมความเข้มแข็งของอาเซียนทั้งการกำหนดดีมาน ซัพพลาย ทุกประเภท และทำอย่างไรให้ประชาคมอื่นๆ รับด้วย โดยจะต้องประชาสัมพันธ์ทำให้เห็นว่าข้าวไทยมีคุณประโยชน์อย่างไร และมีคุณพิเศษอย่างไร

นายกฯ กล่าวอีกว่า ส่วนการประชุมเต็มคณะ 50 กว่าประเทศ นั้น ได้มีการพูดกันว่า เราจะส่งเสริมเรื่องการค้า เศรษฐกิจ และการลงทุน อย่างไร แต่ประเด็นคือจะเปิดประตูเชื่อมโยงกันอย่างไร ตนเสนอว่าเรากำลังปรับเรื่องระบบสาธารณูปโภคในประเทศเพื่อเชื่อมต่อกับอาเซียน โดยวางแผนไว้แล้วทั้งการกำหนดรถไฟทางคู่ การขยายช่องทางติดต่อชายแดน 5 ช่องทาง บางเส้นทางเชื่อมต่อไปทางจีน ลาว และต่อไปจะต้องเปิดอีกหลายช่องทาง แต่ปัญหาของเราคืองบประมาณมีจำกัด ในส่วนของรถไฟก็สำคัญเพราะหลายประเทศให้ความสนใจ โดยประเทศจีน และญุี่ปุ่น พร้อมให้ความร่วมมือและสนับสนุนเรา ซึ่งตนต้องไปตั้งคณะกรรมการพิจารณาว่าจะเกิดประโยชน์กับเราอย่างไร

ส่วนปัญหาการก่อการร้ายสู้รบสงครามนั้น เป็นเรื่องของผู้ที่มีผลกระทบโดยตรง หรือคู่กรณีกัน ซึ่งบ้านเราก็ยังมีความคิดที่แตกต่างกันบ้าง ตนรู้สึกว่าความขัดแย้งในโลกมีความเหลื่อมล้ำในเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ ความยากจนของประชาชนในประเทศ ทุกคนดิ้่นรน ทำให้ไม่สามารถแข่งขันกับใครได้ เป็นความขัดแย้งในประเทศจนไปถึงประชาคม และนำไปสู่การต่อสู้สงคราม แม้วันนี้สงครามจะจำกัดไม่ลุกลามบานปลายไปในบางพื้นที่ แต่ท้ายสุดก็ต้องเจรจา เพราะต้องการหลีกเลี่ยงไม่ให้บานปลาย แต่ที่น่าเป็นห่วงคือ ผู้ที่มีความคิดสุดโต่ง แม้เราจะไม่ใช่ประเทศคู่ขัดแย้ง แต่เราต้องปฏิบัติตามและยืนยันว่าเราพร้อมให้ความร่วมมือตามมติของสหประชาชาติ นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึงความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ หมู่เกาะในทะเล ซึ่งเราสนับสนุนสันติวิธี ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวภายในของเขา เพราะหากเกิดความขัดแย้งขึ้นมาสองประเทศ หากเราไปเข้าข้างใดข้างหนึ่งก็จะเป็นปัญหา และโยงมาถึงบ้านเรา ที่เริ่มจากความยากจน ความขัดแย้งความไม่เท่าเทียม รายได้ไม่พอเลี้ยงครอบครัว ก็จะนำไปสู่ความขัดแย้ง ยิ่งการเมืองมีความขัดแย้ง คนเหล่านี้ก็ไปร่วม ซึ่งรัฐบาลปัจจุบันพยายามแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำนี้ให้ได้ แต่ปัญหาหมักหมมมานานซึ่งต้องใช้เวลา

" ทุกประเทศบอกว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของอาเซียน และประเทศไทยก็มีความมั่นคง มีศักยภาพ สามารถทำให้การค้าเศรษฐกิจของอาเซียนเดินหน้าไปได้ ในฐานะที่เราเป็นประเทศที่มีฐานะทางเศรษฐกิจอยู่ในเกณฑ์ดี ส่วนความขัดแย้งทางการเมืองนั้น ทุกประเทศก็เข้าใจดี ไม่ต้องกังวล ทุกประเทศอยากจะลงทุน เพียงแต่เราต้องวางแผนยุทธศาสตร์ให้ดีว่าจะเดินหน้าไปทางไหน เน้นด้านใด สิ่งที่เรามองขณะนี้คือประเทศในอาเซียนยังมีรายได้น้อย มูลค่าสินค้าที่ส่งออกก็ลดลงเรื่อยๆ ซึ่งต้องไปพัฒนาว่าจะผลิตอย่างไรใช้ในประเทศ และส่งออกอย่างมีคุณภาพ มีแบรนด์ นวัตกรรมใหม่ๆ ไปแข่งขัน แต่เราจะต้องรวมกลุ่มกันให้ได้ รวมถึงต้องพูดคุยกันในเรื่องการตัดราคา ซึ่งทั้งจีน และญุี่ปุ่นก็พร้อมสนับสนุน ยืนยันการเจราจาต่างๆ ต้องเปิดเผยโปร่งใส จะคิดแบบเรา ว่าต้องได้ทั้งหมด หรือไม่ยอมเสียอะไรเลยไม่ได้ " นายกฯ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ตนอยากให้ทุกคนแยกแยะให้ออก อะไรเป็นเรื่องภายในของเรา เราก็แก้ไขด้วยกระบวนการของเรา อาจจะช้าบ้าง เร็วบ้าง แต่ถ้าใช้เวลาที่เหมาะสม มีหลักฐานเพียงพอก็โอเค แต่ถ้าเราเอาเรื่องเหล่านี้ไปพูดในต่างประเทศ สิ่งที่เราจะทำล้มเหลวหมด เพราะเขาคิดว่าประเทศไทยยังขัดแย้งกันอยู่ ก็คงไม่อยากมา แต่ถ้าทุกคนรู้ว่าประเทศเรามีปัญหาอยู่มาก มีเวลาจำกัดในการแก้ปัญหา และมาตรการระยะยาว ระยะสั้น ก็จะเพิ่มเติมไป ซึ่งก็ต้องเป็นไปตามสถานการณ์โลกด้วย เพราะขณะนี้เศรษฐกิจตกทั้งโลก รัฐบาลก็พยายามทุกอย่าง เราจะต้องพัฒนาประเทศชาติแต่งบมีจำกัด การเตรียมการปฏิรูป และการขับเคลื่อนส่วนราชการทุกกระทรวงทบวงกรมให้ได้

เราจะเอาความขัดแย้งมาเป็นอุปสรรคต่อการเดินหน้าของประเทศไม่ได้ ไม่เช่นนั้นเราสู้ใครไม่ได้ ปีหน้าประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนเกิด เราจะลำบากเพราะแรงงานขาดแคลน การเคลื่อนย้ายแรงงานที่มีฝีมือจะทำได้ไม่มีข้อจำกัด และคนเก่งๆ จะไปทำงานต่างประเทศมากขึ้น ตนก็พูดกับทุกประเทศที่มาตั้งในไทยให้หาตำแหน่งให้คนไทยด้วย ทั้งนี้ขอให้ทุกมหาวิทยาลัยไปดูเรื่องการผลิตคนให้มีคุณภาพ และอาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีการ หน่วยกิต หลักสูตรให้สอดคล้องกับความต้องการแรงงานในปี 58 ไม่เช่นนั้นเมื่อเราจะขาดแคลนแรงงานที่มีคุณภาพ

ส่วนเรื่องความปลอดภัยนั้น ตนได้นั่งข้างทูตจากสวิสต์ และอังกฤษซึ่งก็พูดคุยกับตนดี โดยอังกฤษได้ฝากความห่วงใยในเรื่องคดีเกาะเต่า ซึ่งก็มีการประสานงานกันอย่างดี โดยรองนายกฯ และผบ.ตร.ก็ติดตามเรื่องนี้เป็นพิเศษ ซึ่งทูตก็มีความเข้าใจมากขึ้น แต่ที่สำคัญต้องไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนี้อีก เพราะบ้านเราน่าเที่ยวมาก และมีความเป็นห่วงเรื่องความสงบในประเทศ ซึ่งทุกประเทศมีปัญหาน้อยมาก จึงขอร้องว่าให้หยุดกัน ขอให้รัฐบาลเดินหน้าพัฒนาประเทศเพื่ออนาคตลูกหลานดีกว่า ทะเลาะ ต่อต้านกันไปก็ไม่มีประโยชน์ การมาครั้งนี้ตนยังไม่เห็นการต่อต้านที่ไหน อาจจะมีข่าวอยู่บ้าง แต่กระทรวงการต่างประเทศก็ดูแลเรื่องนี้อยู่แล้ว ส่วนภาพที่ปรากฏในโซเชียลมีเดียนั้น อาจจะไปถ่ายที่ไหนก็ได้แล้วโพสต์เข้ามา อาจจะชูป้ายหน้าบ้านตัวเองก็ได้ เพราะที่นี่มีกฎหมายเรื่องการชุมนุมที่ต้องอนุญาต แต่บ้านเรากำลังดำเนินการในเรื่องนี้อยู่

" ในวันแรกน่าชื่นใจได้พบคนไทยที่พักอาศัยที่นี่ ได้มาเยี่ยม ให้กำลังใจ บอกว่าให้รัฐบาลเข้มแข็ง รักและเป็นห่วงพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ซึ่งผมก็รับปากไป อย่างไรก็ตาม ใครจะมาต่อต้านผม ผมก็อดทน เพราะเป็นผู้แทนของคนไทย พร้อมให้โอกาสเสมอ ทุกคนกลับบ้านได้หมด มาต่อสู้คดี ถ้าไม่ผิดก็ไม่ผิด ใครจะไปเอาผิดได้ การกล่าวอ้างกันว่าไม่ผิดถูกรังแก มันไม่ใช่ ผมอยากใช้ความเป็นคนไทย เป็นรัฐบาลขณะนี้เรียกร้องให้ทุกคนกลับบ้าน ลำบากอยู่เมืองนอก ไม่มีความสุข ให้กลับมาเพราะกระทรวงยุติธรรมก็ดูแลอยู่ และผมก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกระบวนการยุติธรรมเลย เพราะเราใช้อำนาจใจทางสร้างสรรค์ จะใช้เต็มอำนาจไม่ได้มันมากเกินไป การประชุมครั้งนี้เป็นผลดีกับประเทศไทยอย่างมาก ได้รับการยอมรับรัฐบาล และผมในฐานะผู้นำรัฐบาลไทยอย่างทรงเกียรติเท่าเทียมกับประเทศอื่น ไม่ได้ถูกกีดกั้นอะไรเลย " นายกฯ กล่าว