วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'จาตุรนต์'ยังไม่ให้การคดีขัดคำสั่งรายงานตัวคสช.

"จาตุรนต์"ยังไม่ให้การคดีขัดคำสั่งรายงานตัวคสช. พร้อมยื่นคำร้องศาลทหาร ส่งเรื่องกก.ชี้ขาดเขตอำนาจศาลวินิจฉัย

ที่ศาลทหารกรุงเทพฯ กรมพระธรรมนูญ ถ.หลักเมือง ศาลนัดสอบคำให้การ คดีหมายเลขดำ 31ก./2557 ที่อัยการทหาร เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรมว.ศึกษาธิการ เป็นจำเลย ในความผิดฐานขัดคำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ไม่เข้ารายงานตัว , กระทำการยุยง ปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบหรือละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 (2)(3) และพ.ร.บ.ว่าการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14 (3) ฐานนำ เข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใด ๆ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ฯ รวม 3 ข้อหาสืบเนื่องจาก กรณีที่นายจาตุรนต์ ไม่รายงานตัวตามประกาศ คสช.วันที่ 31 พ.ค.57 และนายจาตุรนต์ได้ปาฐกถา ที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ซึ่งพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ได้รวบรวมพยานหลักฐานแล้วกล่าวหาว่า นายจาตุรนต์ มีพฤติการณ์ปลุกปั่น ยุยงฯ

แต่อย่างไรก็ดี เมื่อถึงเวลานายจาตุรนต์ จำเลย และทีมทนายความ ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลทหาร ส่งเรื่องให้คณะกรรมการวินิจฉัยเขตอำนาจศาล เนื่องจากนายจาตุรนต์ จำเลย เห็นว่า กรณีที่มีการกล่าวหาว่ามีการปาฐกถาลักษณะปลุกปั่น ยุงยงนั้น เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันที่ 22-24 และ 27 พ.ค.57 ซึ่งเหตุการณ์สิ้นสุดก่อนที่จะมีการออกประกาศ คสช. ฉบับที่ 37-38/2557 เมื่อวันที่ 25 พ.ค.57 ที่กำหนดความผิดซึ่งอยู่ในเขตอำนาจศาลทหาร โดยประกาศ คสช.ทั้ง 2 ฉบับ ได้ประกาศลงราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ 30 พ.ค.57 แล้วจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 31 พ.ค.57 กรณีที่มีการกล่าวหา จึงเกิดขึ้นก่อนที่ประกาศ คสช. จะบังคับใช้ ดังนั้นจึงไม่อาจนำประกาศทั้ง 2 ฉบับ มาบังคับใช้ย้อนหลังได้ ซึ่งอำนาจพิจารณาและพิพากษาคดีควรต้องอยู่ในเขตอำนาจศาลยุติธรรม นอกจากนี้ ประกาศ คสช.ทั้ง 2 ฉบับ ยังจะขัดแย้ง กับมาตรา 4 ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ.2557 ด้วย ที่ว่า ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพ และความเสมอภาค ที่คนไทยได้รับการคุ้มครองตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีอยู่แล้ว ย่อมได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญนี้

ดังนั้นจำเลย จึงขอให้ศาลทหาร ส่งสำนวนคดีนี้ ให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจหน้าที่ระหว่างศาล ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการวินิจฉัยชี้ขาดอำนาจระหว่างศาล พ.ศ.2542 มาตรา 10 เพื่อพิจารณาก่อนว่า คดีอยู่ในเขตอำนาจศาลทหาร หรือศาลยุติธรรม พร้อมทั้งขอให้วินิจฉัยว่า ประกาศ คสช. ขัดหรือแย้งรัฐธรรมนูญฯ หรือไม่ และขอให้ส่งสำนวนคดีนี้ให้ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา พิจารณาเพื่อขอมติว่า จะส่งสำนวนคดีนี้ให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยด้วยหรือไม่

ภายหลังนายนรินท์พงศ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ที่ปรึกษากฎหมายนายจาตุรนต์ กล่าวว่า วันนี้นายจาตุรนต์ ยังไม่ได้สอบคำให้การ แต่ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลทหารส่งเรื่องวินิจฉัยชี้ขาดเขตอำนาจศาล ดังนั้นหลังจากนี้ตามกระบวนการต้องรอให้คณะกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดเขตอำนาจศาล มีคำวินิจฉัยออกมาก่อนว่าคดีอยู่เขตศาลทหาร หรือศาลยุติธรรม หลังจากนั้นจึงจะสอบคำให้การและดำเนินกระบวนการพิจารณาคดีตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งประเด็นเขตอำนาจศาล ก็เป็นเรื่องหลักที่เราต่อสู้มาตลอด ขณะที่ประเทศไทย เป็นภาคีของ กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิการเมือง หรือ ICCPR ที่มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 30 ม.ค.40 และถือว่าเป็นกฎหมายระหว่างประเทศตามปฏิญญาสากล ซึ่งตามหลักการพลเมืองมีสิทธิได้รับการพิจารณาคดีอย่างเปิดเผยและเป็นธรรมด้วยคณะตุลาการที่เป็นอิสระ และเป็นกลาง และสามารถใช้สิทธิอุทธรณ์ - ฎีกาได้ แต่การนำนายจาตุรนต์ ที่เป็นพลเรือนมาขึ้นศาลทหาร ที่เป็นการพิจารณาเพียงศาลเดียวโดยไม่มีการอุทธรณ์ - ฎีกาก็ย่อมขัดกติการะหว่างประเทศด้วย