(รายงาน) โยกงบค้างท่อ 8 พันล้าน นำร่อง 1.9 หมื่นหมู่บ้าน
ม.ร.ว.ดิศนัดดา กล่าวว่าได้เสนอแนวทางการขับเคลื่อนแนวทางบูรณาการยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (2557- 2560) เพื่อนำไปสู่ภาคปฏิบัติ
ขณะนี้ปัญหาใหญ่ในชุมชนของประเทศไทยคือปัญหาเรื่องของการแก้ปัญหาหนี้สิน และแนวทางที่ยั่งยืนคือการแก้ปัญหาหนี้สินของชาวบ้านด้วยการส่งเสริมแนวทางในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ส่งเสริมให้มีการปลูกพืชเพื่อพอเพียงกับการบริโภค และนำพืชที่เหลือจากการบริโภคไปขาย
ทั้งนี้ได้เสนอให้กระทรวงพาณิชย์จัดทำข้อมูลสินค้าเกษตรที่มีการนำเข้าและนำมาส่งเสริมให้เกษตรกรในประเทศปลูกพืชชนิดดังกล่าวเพื่อบริโภคในประเทศและส่งเสริมให้มีการส่งออก โดยกระทรวงพาณิชย์จะต้องทำหน้าที่ในการหาตลาดของพืชให้กับเกษตรกร ซึ่งหากสามารถทำได้จะช่วยส่งเสริมนโยบายการจัดทำโซนนิ่งของรัฐบาลที่ต้องการลดพื้นที่ปลูกข้าวและยางพาราได้ด้วย
“การดำเนินการทั้งหมดของมูลนิธิฯในช่วงที่ผ่านมาทำให้เห็นจริงว่าทำได้ โดยนำศาสตร์พระราชา เข้าไปปฏิบัติให้เกิดขึ้นจริง เพื่อแก้ปัญหาความยากจน ปลดหนี้ เรื่องที่สำคัญคือเอาเรื่องของน้ำและดินเป็นที่ตั้ง โดยเฉพาะน้ำ ซึ่งรัฐบาลนี้ยกเรื่องของน้ำเป็นวาระของรัฐบาลแถลงต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จึงเห็นว่าเวลานี้เหมาะที่สุดที่จะต้องดำเนินการ ซึ่งแผนทั้งหมดนายกฯก็รับทราบ และสั่งการให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องในที่ประชุมไปทำทันที เช่น พาณิชย์ที่ต้องไปหาแนวทางส่งเสริมปลูกพืชผักเพื่อทดแทนการนำเข้า และให้อุตสาหกรรมฯ ส่งเสริมการแปรรูปสินค้าเกษตรเพื่อเพิ่มรายได้ ซึ่งเป็นการส่งเสริมการทำงานควบคู่กับเอกชน”
นอกจากนี้มูลนิธิปิดทองหลังพระฯได้เสนอแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่การปฏิบัติจำนวน 5 ข้อ ให้นายกฯ พิจารณา คือ กำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จของการดำเนินโครงการดังกล่าวในหมู่บ้านนำร่อง ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.)จะต้องไปพิจารณาเกณฑ์การวัดที่ชัดเจน ก่อนสรุปออกมาเกณฑ์ในการชี้วัดเป็นอย่างไร เพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจว่าจะดำเนินการได้จริงหรือไม่
ต่อมาเป็นการใช้ระบบคิดแบบล่างขึ้นบน คือ โครงการที่จะต้องทำต้องมาจากทำให้เหมาะสมกับพื้นที่ ไม่ใช่คิดโครงการจากส่วนกลางลงไป เช่น การสร้างเขื่อนคิดจากส่วนกลาง แต่พอนำไปสร้างในพื้นที่กลับใช้งานไม่ได้ เพราะพื้นที่มีลักษณะต่างจากการออกแบบไว้
ขณะเดียวกันต้องใช้ระบบคิดแบบแนวราบ ทุกหน่วยงานมีหน้าที่รับผิดชอบโครงการต้องมาบูรณาการการขับเคลื่อนร่วมกัน จากนั้นจึงใช้ระบบการประกันความต่อเนื่องของแต่ละหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการ
ม.ร.ว.ดิศนัดดา กล่าวว่าเสนอให้นายกฯพิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการแผนฯ โดยให้นายกฯเป็นประธานคณะอำนวยการฯในช่วงแรก ก่อนมอบหมายให้รองนายกฯมาเป็นแทนในระยะต่อไป เพื่อขับเคลื่อนแผนดังกล่าวให้สำเร็จ พร้อมทั้งจัดอบรมเจ้าหน้าที่ให้ได้มาตรฐานทุกระดับ และจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการในยุทธศาสตร์แรกที่เน้นภาคการเกษตรและชนบทเป็นหลัก โดยให้กระทรวงมหาดไทยรับเป็นเจ้าภาพ
สำหรับงบประมาณในการดำเนินการโครงการต่างๆ รัฐบาลจะอนุมัติให้นำเงินงบประมาณจากโครงการเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน หรือโครงการชุมชนพอเพียง ของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ที่เหลือวงเงินค้างอยู่ประมาณ 8,000 ล้านบาท มาดำเนินโครงการ เพื่อยกระดับหมู่บ้านต้นแบบที่ดำเนินการมาแล้วจำนวน 18,594 แห่ง หรือ คิดเป็นประมาณ 25% ของหมู่บ้านทั่วประเทศ มาเป็นหมู่บ้านนำร่อง สร้างความยั่งยืน และแก้ไขปัญหาความยากจน และหนี้สินของคนชนบทที่มีมากกว่า 90%
แหล่งข่าวจากที่ประชุมกล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้กล่าวในการประชุมดังกล่าวด้วยว่า รัฐบาลอยู่ระหว่างจัดทำวิสัยทัศน์ประเทศไทย 2568 เพื่อให้ประเทศไทยต้องเดินตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่รัฐบาลได้ตั้งใจจะดำเนินการให้เป็นรูปธรรม เพื่อให้โลกเห็นว่าไทยนั้นมีทิศทางในการพัฒนาอย่างไร ขณะเดียวกันโลกจะได้รู้จักไทยมากยิ่งขึ้นด้วย
ที่ผ่านมาการดำเนินการตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นั้นไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะมีการบริหารงานตามโควตาของนักการเมือง แต่สำหรับรัฐบาลชุดนี้ที่ไม่มีเรื่องนักการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะเดินหน้าเรื่องนี้
ทั้งนี้รัฐบาลได้แบ่งการทำงานเป็น 3 ระดับ คือระดับนโยบายระดับการขับเคลื่อนและระดับปฏิบัติ ซึ่งการทำงานต้องมีการบูรณาการร่วมกัน และจะเร่งส่งเสริมระบบสหกรณ์อย่างเป็นรูปธรรม หลังจากถูกละเลยและทอดทิ้งมานาน ทั้งที่เป็นระบบสำคัญที่ช่วยทำให้ชาวบ้านเข้มแข็งได้ รวมทั้งจะสนับสนุนให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทและสนับสนุนการดำเนินงานให้มากขึ้น
นอกจากนี้ยังเร่งสร้างชาวนารุ่นใหม่ที่สามารถทำการเกษตรได้แบบครบวงจรทั้งระบบ ตั้งแต่การปลูก การผลิต การขาย รวมไปถึงการทำตลาด โดยจะสร้างให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ขณะเดียวกันต้องเร่งผลักดันให้เกษตรกรมีพื้นที่ดินทำกินเป็นของตนเองให้ได้ทุกครอบครัวภายใน1 ปี โดยรัฐบาลจะนำที่ดินที่มีอยู่ทั้งที่ดินสปก.ที่ป่า ที่ดินกรมธนารักษ์ออกมาให้เกษตรกรทำกิน โดยจะไม่ให้กรรมสิทธิ์แต่จะจัดสรรที่ดินทำกินให้ รวมทั้งจะเดินหน้าระบบโซนนิ่งอย่างจริงจังเพื่อผลักดันให้เกษตรกรไทยมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น





