"ประยุทธ์"ร่วมงานวันตำรวจไทย ย้ำรบ.ให้ความสำคัญงานด้านความมั่นคง ลั่นจะไม่มีการสูญเสียหยาดเหงือหรือหยดเลือด
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วยนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา เดินทางมาเป็นประธานในงานเลี้ยวรับรองวันตำรวจ โดยมีพล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.และนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ให้การต้อนรับ โดยภายในงานมีอดีต ผบ.ตร.อดีตข้าราชการตำรวจ คณะทูตานุทูตประจำประเทศไทย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รมว.ยุติธรรม นายศุภชัย สมเจริญ ประธาน กกต. พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผบ.ทบ.มาร่วมงานอย่างพร้องเพรียง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ขอบคุณการต้อนรับที่อบอุ่นถือเป็นโอกาสที่ดีที่ข้าราชการตำรวจและเพื่อข้าราชการได้มาร่วมพบปะเพื่อสร้างความความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ถือเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีเพื่อให้การดำเนินนโยบายในภารกิจสำคัญลุล่วงเป็นอย่างดี ภารกิจของตำรวจมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะการสร้างความสงบสุขให้เกิดขึ้นในสังคมและการอำนวยความยุติธรรมในด้านต่างๆ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำให้ตำรวจต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถด้วยความอดทนอดกลั้น ซึ่งเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริงและสมศักดิ์ศรีในความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ตนขอชื่นชมทุกคน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตำรวจทุกคนได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการปฏิบัติภารกิจเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ท่ามกลางสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงแต่ตนเชื่อมั่นว่าจิตวิญญาณของตำรวจทุกคนจะเป็นแรงผลักดันให้ทำงานอย่างไม่ท้อถอย พร้อมที่จะเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคต่างๆ
นายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับภารกิจด้านความมั่นคง การป้องกันและปราบปรามการทุจริตกระพฤติมิชอบ การลดความขัดแย้ง และสร้างความปริงดองสมานฉันท์ของคนในสังคมรวมถึงการอำนวยความยุติธรรม สตช.ถือเป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญในการทำงานและผลักดันให้เกิดความสำเร็จตนหวังว่านโยบายในการบริหาราชการแผ่นดินของผบ.ตร.ที่ได้กำหนดวิสัยทัศน์ให้ตำรวจทุกคนยึดถือในนโยบายร่วมกันในการพิทักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์และเป็นที่รักของประชาชน มุ่งพัฒนาและเสริมสร้างให้ข้าราชการตำรวจเป็นตำรวจที่ประชาชนมีความเชื่อมั่นและสามารถบริหารงานได้อย่างเป็นระบบมีความทันสมัยและก้าวทันต่อเทคโนโลยี และขอให้นำยุทธศาสตร์ว่าด้วยความเข้าใจ เข้าถึงและพัฒนาตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรวมทั้งหลักปรัญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นแนวทางในการทำงาน โดยเฉพาะการพัฒนาบุคลากรให้มีจิตวิญญาณในการบริการประชาชน ซึ่งจะส่งผลดีต่อการปฏิบัติหน้าที่และหวังว่าตำรวจและสตช.จะสามารถหย่นระยะห่างระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่สร้างความสุขให้กับประชาชนได้อย่างแท้จริงและก่อความป่าสุขให้กับชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืน
" ในนามของรัฐบาลและผู้รับผิดชอบแนวทางการขับเคลื่อนประเทศขอชื่นชมด้วยใจจริงและขอเป็นกำลังใจให้ข้าราชการตำรวจทุกนาย ทุกระดับโดยเฉพาะตำรวจชั้นผู้น้อยช่วยกันดูแลสร้างความรักความสามัคคี สร้างความเป็นครอบครัวของคนไทยให้ได้ในระยะเวลาที่จำกัดเพื่ออนาคตของประเทศ วันนี้เราไม่อาจเป็นอย่างอื่นไปได้อีกแล้วในช่วงเวลาที่เราจะต้องวิกฤติคลี่คลายให้ได้ ทั้งการแก้ไขการสร้างความเชื่อมั่นการยอมรับนับถือ การสร้างความรักความสามัคคีให้ทุกคนเกิดความมั่นใจ ซึ่งตำรวจถือเป็นต้นทางของกระบวนการยุติธรรมที่ผ่านมาเราร่วมเป็นตายกันมาหลายครั้งโดยเฉพาะผู้ที่ปฏิบัติในสามจังหวีดชายแดนใต้ ตำรวจ ทหารและพลเรือน ต่างร่วมมือร่วมใจกันทำให้บ้านเมืองและสถานการณ์คลี่คลายไปในทางที่ดีตามลำดับ จากนี้ไปเราจะต้องไม่สูญเสีย ไม่ว่าจะเป็นหยาดเหงื่อ หยดเลือดหรือน้ำตาให้กับสิ่งที่ไม่เกิดประโยชน์ต่อประเทศอีกต่อไปก็ขอฝากตำรวจทุกคน รัฐบาลพร้อมที่จะแก้ไขและดูและและจะพยายามทำทึกอย่างให้ดีที่สุด





