"อุดมเดช"หารือร่วมกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า
ผ่านระบบจอภาพ สั่งใช้ 3 มาตรการเพื่อรับมือคนร้ายใต้
ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน( กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า) ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พอ.ปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษกกอ.รมน. ภาค4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า เหตุวางเพลิงโรงเรียน ในพื้นที่ อ.ทุ่งยางแดง และ อ.มายอ จ.ปัตตานี เมื่อ 02.35 น. วันที่ 12 ต.ค. . ที่ผ่านมา
เป็นเหตุให้อาคารเรียนได้รับความเสียหายทั้งหลัง จำนวน 6 หลัง เสียหายบางส่วน 1 หลัง อุปกรณ์การเรียนการสอน เช่น คอมพิวเตอร์, แท็บแลต, ห้องเรียนวิทยาศาสตร์ และอื่นๆ ได้รับความเสียหาย เป็นจำนวนมาก จากกรณีดังกล่าว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แสดงความห่วงใยและกำชับให้หน่วยที่เกี่ยวข้องหามาตรการรองรับให้ทันเปิดภาคการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาคารเรียนชั่วคราวและอุปกรณ์การเรียนการสอน
ขณะเดียวกัน พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะรองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้เรียกประชุมทางไกลผ่านจอภาพ กับกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมทั้งได้สั่งกำชับให้หน่วยในพื้นที่ เร่งดำเนินการใน 3 มาตรการ คือ มาตรการทางทหาร ให้ใช้ทั้งการป้องกัน ป้องปราม และตอบโต้ ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด กล่าวคือ ให้เสริมสร้างความเข็มแข็งให้กำลังฝ่ายพลเรือน และกำลังภาคประชาชน ในการเข้ามาร่วมในการดูแลพื้นที่ให้มีประสิทธิภาพ
โดยให้กำลังทหารเข้ามาช่วยดูแลอย่างใกล้ชิด มีการจัดทำประวัติ และพฤติกรรมอย่างละเอียด มีระบบการติดต่อสื่อสาร โดยให้มีศูนย์การสื่อสารในระดับตำบลที่สามารถกระจายข่าวสารได้อย่างรวดเร็ว มีการกำหนดวงรอบการรายงานที่ชัดเจนทั้งนี้จะต้องมี การจัดกำลังเคลื่อนที่เร็ว และชุดซุ่มที่สามารถปฏิบัติและตอบโต้ได้อย่างทันท่วงที่ ควบคู่ไปกับการใช้เครื่องมือเฝ้าตรวจทุกชนิด ให้เกิดประสิทธิผล และสามารถป้องปรามการก่อเหตุรุนแรงได้ เช่น CCTV, การลาดตระเวนถ่ายภาพทางอากาศ
พ.อ.ปราโมทย์ กล่าวว่า มาตรการทางการเมือง ให้เน้นการรุกทางการเมืองเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจและสร้างจิตสำนึกให้ประชาชน ในการเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลพื้นที่ ทั้งนี้จะเสริมทีมงานลงมาช่วยขับเคลื่อนงานการเมือง และงานมวลชนในพื้นที่ ภายใต้แผนงานและการกำกับดูของกอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า
ส่วนมาตรการเร่งด่วนเฉพาะหน้า เร่งรัดในเรื่องสถานที่เรียนชั่วคราวและอุปกรณ์การเรียนการสอนให้ทันก่อนเปิดภาคการศึกษา โดยให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน และให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เข้าไปให้การสนับสนุน สำหรับการติดตามจับกุมคนร้ายให้กองกำลังตำรวจเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและวัตถุพยานเพื่อติดตามจับกุมคนร้ายมาลงโทษตามกระบวนการทางกฎหมาย
จากนโยบายและข้อสั่งการดังกล่าว แม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งการเน้นย้ำ ให้หน่วยมีการปฏิบัติต่อข่าวสารและการกระจายข่าวสาร ข่าวกรอง ไปยังหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ โดยให้วาง ระบบการแจ้งเตือน และสั่งการปฏิบัติให้ชัดเจน ใช้กำลังประจำถิ่น และกำลังภาคประชาชนให้เข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลพื้นที่ด้วยการฝึกทบทวนให้มีความ เข็มแข็งและให้มีการซักซ้อมการปฏิบัติ ตามแผนเผชิญเหตุตามห้วงเวลา
ทั้งนี้ต้องกำหนดแผนในการปฏิบัติที่ชัดเจนสามารถปฏิบัติได้รวมทั้งให้เพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติ ณ ด่านตรวจ จุดตรวจ และการซุ่มเฝ้าตรวจ โดยต้องปฏิบัติอย่างเข็มงวด และจริงจัง ใช้ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน, ชุดคุ้มครองตำบล มาเสริมในมาตรการรักษาความปลอดภัยครูให้มากขึ้น โดยทุกหมู่บ้านจะต้องจัดกำลังตั้งเป็นด่านตรวจ จุดตรวจในหมู่บ้านตามเส้นทางที่ครูเดินทางในความรับผิดชอบ โดยกำหนด ให้พื้นที่อ.ทุ่งยางแดง เป็นพื้นที่นำร่องในการเพิ่มประสิทธิภาพของศูนย์ปฏิบัติการอำเภอ และกำลังภาคประชาชน
รวมทั้งการขับเคลื่อนแผนงานโครงการที่สำคัญ เช่น ตำบลเอาชนะยาเสพติด ชุมชนศรัทธา (กำปงตักวา) ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด นอกจากนั้นให้เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเปิดการเรียนการสอนให้ทันก่อนห้วงการเปิดเทอม โดยในขั้นต้นได้ปรับเกลี่ยอาคารเรียนที่เหลือในโรงเรียนที่ถูกเผา และจัดหาเต้นท์เพิ่มเติม จำนวน 11 หลัง เพื่อใช้เป็นสถานที่เรียนชั่วคราว สำหรับอุปกรณ์ การเรียนการสอน สำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐานและสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาจะดำเนินการจัดหาให้ทัน ก่อนเปิดการศึกษาต่อไป





