วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงพัฒนาปท.

"พล.อ.ประยุทธ์" นายกฯ ประชุมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ย้ำนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเดินหน้าพัฒนาประเทศ

ที่สำนักงานทรัพย์ส่วนพระมหากษัตริย์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมหารือเรื่อง เรื่อง “ยุทธศาสตร์การขับเคลื่อนการพัฒนาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” โดยมี คณะรัฐมนตรี และม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล เลขาธิการมูลนิธิปิดทองหลังพระฯ และคณะกรรมการมูลนิธิปิดทองหลังพระสืบสานแนวพระราชดำริ มูลนิธิรากแก้ว ตลอดจนผู้บัญชาการทหารบก เลขาธิการคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (กปร.) ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์และผู้แทนส่วนราชการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม

โดยในเวลา 13.50น. พล.อ.ประยุทธ์ แถลงภายหลังการประชุม ว่า วันนี้เป็นการหารือร่วมกันว่าจะทำอย่างไรให้ประเทศชาติเดินต่อไปข้างหน้าได้ โดยสิ่งที่รัฐบาลคิดและกำหนดนโยบายไว้ คือ การนำยุทธศาสตร์ในการพัฒนาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมายึดเป็นหลักในการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า ซึ่งประกอบไปด้วย การเข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา โดยนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาร่วมขับเคลื่อนด้วย ว่าเราจะทำอย่างไรให้ประเทศเดินต่อไปข้างหน้าด้วยความยั่งยืน ทั้งนี้ประเด็นที่พูดคุยส่วนใหญ่เกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้เผชิญมาเป็นเวลานาน ซึ่งวันนี้ประเทศไทยยังไม่หลุดพ้นจากการเป็นประเทศที่มีรายได้ค่อนข้างต่ำถึงปานกลาง เพราะฉะนั้นเราต้องผ่านจุดนี้ไปให้ได้โดยเร็ว เราจึงได้นำแนวทางของพระเจ้าอยู่หัวมาดำเนินงานให้เป็นโรดแม็ฟของประเทศ โดยเรามี 3 ห่วง 2 เหตุผล ที่เป็นหลักการเศรษฐกิจพอเพียงอยู่แล้ว ซึ่งทุกคนต้องท่องให้ได้และต้องเข้าใจว่าควรปฏิบัติตัวอย่างไร เราจะเดินหน้าประเทศอย่างไรให้เกิดความมั่นคง ด้วยความมีเหตุผล พอประมาณ และมีภูมิคุ้มกันที่ดี ซึ่งนั่นหมายถึง การมีความรู้คู่คุณธรรม

"วันนี้พูดเรื่องหลักๆ คือ เรื่องรายได้ พื้นที่ น้ำ การบริหารจัดการ การร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคประชาสังคมและภาคเอกชน โดยทั้งหมดเราต้องขับเคลื่อนไปข้างหน้าให้ได้ โดยเอาความขัดแย้งต่างๆเก็บไว้ก่อน ต้องเดินหน้าประเทศร่วมกับการปฏิรูป และต้องแก้ปัญหาที่สะสมมาในอดีต ไม่สร้างปัญหาเพิ่ม ไม่เช่นนั้นลูกหลานของเราจะเดือดร้อน"นายกรัฐมนตรี กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า วันนี้ได้อธิบายทั้งหมดว่า รัฐบาลได้เดินหน้าประเทศมาอย่างไร ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงบประมาณ แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ ซึ่งเราได้นำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงใส่ไว้ตั้งแต่ฉบับที่ 8 แล้ว แต่วันนี้การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้ต้องทำให้เกิดขึ้นโดยเร็ว และจากนี้ก็จะมีเรื่องการพัฒนาแหล่งน้ำ การขุดลอกคูคลอง การเจาะบ่อบาดาลต่างๆ ต้องเกิดขึ้นตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไป ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดไปแล้วว่าทุก 3 เดือน จะต้องมีผลงานปรากฎให้เป็นของขวัญแก่ประชาชนโดยรวม เพื่อให้ประชาชนอยู่ได้อย่างยั่งยืน มีทั้งเกษตรกร เลี้ยงสัตว์ หรืออาชีพอื่นๆ

"รัฐบาลจะดูแลใครคนใดคนหนึ่งมากกว่าทั้งหมดคงไม่ได้ ต้องเฉลี่ยแบ่งปันกัน ใครเดือดร้อนมากช่วยก่อน ใครเดือดร้อนน้อยก็ต้องรอ ต้องให้เวลารัฐบาลให้เวลาประเทศได้ใช้ภูมิคุ้มกัน วันนี้ประเทศเรามีปัญหา เมื่อเราก้าวเดินไปข้างหน้าไม่ได้ก็ต้องหยุดตั้งสติ ว่าเราจะแก้ปัญหาแต่ละเรื่องอย่างไร ด้วยความรู้และคุณธรรมที่เรามีอยู่ เพื่อก้าวเดินต่อไปด้วยความมั่นคงไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำซ้อนขึ้นมาอีก ต้องทำให้บ้านเมืองสงบสุข ปฏิรูปได้ และประชาชนทุกคนต้องมีรายได้อยู่ดีกินดี"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ปี 2558 ปัญหาที่พบมากที่สุดคือเรื่องน้ำ ซึ่งไม่เฉพาะประเทศไทย แต่ต้องมองโลกภายนอกด้วย ทั้งสหรัฐก็ประสบภัยแล้ง และจีน ปีหน้าก็จะแล้งปลูกพืชไม่ได้ ทุกประเทศมีปัญหาหมด จึงทำให้มีการพูดเรื่องการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกในเวทีต่างๆ ในเมื่อโลกแบบนี้ต้องอยู่อย่างเข้มแข็งให้ได้ และต้องช่วยกัน คนรวยต้องช่วยกัน คนจนก็ต้องพูดคุยหารือกันให้ได้ โดยในวันนี้ทุกกระทรวงมาหารือร่วมกันและต้องช่วยกันหมดทั้งความมั่นคง เศรษฐกิจ เพื่อขับเคลื่อนปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปสู่สถาบันการศึกษา ชุมชน ประชาชน เพื่อให้ทั้งหมดมีความคิดอันเดียวกันเพื่อเดินหน้าประเทศไปได้ ซึ่งบางอย่างต้องชะลอไว้ก่อน บางอย่างจะต้องดูแลคนที่เดือดร้อน หรือบางอย่างระยะยาว แต่ก็ทำทั้งหมด ไม่ใช่เพียงแต่หาเงินงบประมาณมาใช้ แต่เราต้องเอาเงินงบประมาณส่วนหนึ่งมาใช้ในภาคการผลิตด้านเทคโนโลยี ซึ่งที่ผ่านมายังไม่เคยมีการทำมาก่อน แต่วันนี้เราเพิ่งมาเริ่มทำได้ 4 เดือน จะทำให้สำเร็จ 100% ไม่ได้