ผู้นำฮ่องกงชี้ผู้ชุมนุมมีโอกาสเกือบเป็นศูนย์ เปลี่ยนแปลงท่าทีแดนมังกรกรณีให้มีการเลือกตั้งอย่างเสรี
ระบุหากต้องเคลียร์พื้นที่ชุมนุม จะใช้กำลังให้น้อยที่สุด พร้อมยืนยันไม่ลาออก ระบุไม่ใช่วิธีแก้ปัญหา ด้านกลุ่มริบบิ้นน้ำเงินร้องเจ้าหน้าที่รื้อสิ่งกีดขวางภายในคืนวันอังคาร ไม่เช่นนั้นจะเข้าปิดล้อมผู้ชุมนุม
นายเหลียง ชันยิง หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารเกาะฮ่องกง ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ทีวีบี ว่าผู้ชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกงมีโอกาสเกือบเป็นศูนย์ที่จะเปลี่ยนแปลงของจีนและได้เห็นการเลือกตั้งอย่างเสรีตามที่เรียกร้อง
นายเหลียง กล่าวว่า การชุมนุมลุกลามจนเกินการควบคุม พร้อมเตือนว่าไม่มีแนวโน้มอย่างมากที่การชุมนุมจะทำให้รัฐบาลกรุงปักกิ่งเปลี่ยนแปลงท่าที ทั้งยังระบุว่าการปิดกั้นพื้นที่สำคัญๆ ในศูนย์กลางการเงินของเอเชีย ไม่สามารถดำเนินไปได้อย่างไม่มีกำหนด
"ช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นว่าการชุมนุมเป็นสิ่งที่เริ่มต้นง่าย แต่ยุติยาก และก็ไม่มีใครสามารถกำหนดทิศทางและก้าวย่างการชุมนุมได้ จนทำให้ขณะนี้การชุมนุมดำเนินไปปราศจากการควบคุม"
หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารฮ่องกงเสริมว่ารัฐบาลต้องฟังข้อเรียกร้องของนักศึกษา แต่ระบุว่าทั้งข้อเรียกร้องและการกระทำของนักศึกษาต้องดำเนินไปอย่างถูกกฎหมาย นอกจากนั้น รัฐบาลจะพยายามเจรจากับแกนนำนักศึกษา แต่หากรัฐบาลต้องเข้าเคลียร์พื้นที่ชุมนุม ตำรวจจะใช้กำลังให้น้อยที่สุดในการรับมือสถานการณ์
"ในการเรียกร้องสิทธิในการเลือกตั้งนั้น หากเงื่อนไขที่เรียกร้องมา บดบังกฎหมายพื้นฐานและการตัดสินใจของคณะกรรมาธิการถาวรในสมัชชาประชาชน ผมเชื่อว่าเราทั้งหลายทราบดีว่าโอกาสที่จะบรรลุผลนั้น แทบเป็นศูนย์" นายเหลียงระบุ
นายเหลียงไม่สามารถระบุได้ว่า การเผชิญหน้าที่ดำเนินอยู่จะยุติลงอย่างไร ทั้งที่ถูกถามหลายครั้ง กล่าวแต่เพียงว่าทางการได้ดำเนินการโน้วน้าวทุกอย่าง และมีการทบทวนอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับแนวทางแก้ไขการเผชิญหน้าในท้ายที่สุด
"แน่นอนว่าเราไม่อยากเข้าเคลียร์สถานที่ แต่หากวันหนึ่งต้องมีการเคลียร์สถานที่ ผมเชื่อว่าตำรวจจะใช้วิจารณญานและการฝึกที่ได้รับมาอย่างมืออาชีพ ด้วยการใช้กำลังน้อยที่สุด เราไม่ต้องการเห็นประชาชนและนักศึกษาของเราบาดเจ็บ" นายเหลียงระบุ พร้อมยืนยันว่าจะไม่ลาออกด้วยเหตุผลว่าไม่ช่วยแก้ไขให้สถานการณ์ดีขึ้น
ทั้งนี้ ผู้ชุมนุมที่เรียกร้องให้จีนให้ประชาธิปไตยเต็มรูปแบบแก่ฮ่องกง ได้ประท้วงเป็นเวลากว่า 2 สัปดาห์ ทำให้หลายพื้นที่เป็นอัมพาต การดำเนินชีวิตของผู้คนติดขัด จนนำไปสู่การเผชิญหน้าระหว่างผู้ชุมนุมกับผู้ที่คัดค้านการปิดถนน
เมื่อเดือนส.ค. จีนประกาศว่าคนฮ่องกงสามารถไปใช้สิทธิเลือกหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ในปี 2560 แต่มีผู้สมัครเพียง 2-3 คนเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ลงสมัคร อันเป็นกระบวนการที่ผู้ประท้วงระบุว่าเป็นเพียงประชาธิปไตยจอมปลอม ทำให้นักศึกษาและผู้รณรงค์เรียกร้องประชาธิปไตยออกไปชุมนุมตามท้องถนนเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลกรุงปักกิ่งเปลี่ยนแปลงท่าทีและอนุญาตให้มีการเลือกตั้งอย่างเสรีเต็มรูปแบบและยุติธรรม ทั้งยังเรียกร้องให้นายเหลียงลาออก
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว การเจรจาระหว่างแกนนำนักศึกษากับตัวแทนรัฐบาล ล่มลง จนทำให้ฮ่องกงทำท่าจะเผชิญวิกฤติอีกครั้งเพราะผู้ประท้วงประกาศจะเดินหน้าชุมนุมระยะยาว โดยตัวแทนฝ่ายรัฐบาลระบุว่าได้เลื่อนการเจรจาออกไปเพราะนักศึกษาขู่จะยกระดับการชุมนุม อย่างไรก็ตา ล่าสุดเจ้าหน้าที่รัฐบาลฮ่องกงกล่าวว่าทางการกำลังพยายามหารือผ่านคนกลาง เพื่อให้มีการเจรจากันอีกครั้ง และอาจมีขึ้นสัปดาห์นี้
ด้านกลุ่มที่สนับสนุนรัฐบาล กล่าวว่า ผู้ชุมนุมจะถูกโอบล้อมหากเจ้าหน้าที่ไม่ยอมนำสิ่งกีดขวางออกไป โดยกลุ่มเคลื่อนไหวริบบินน้ำเงินกล่าวว่าเจ้าหน้าที่ควรรื้อถอนพื้นที่ชุมนุม 3 จุดที่ผู้ประท้วงปิดเส้นทางการจราจรภายในคืนวันอังคาร (14 ต.ค.) ไม่เช่นนั้นจะเข้าปิดล้อมผู้ชุมนุม
ขณะที่นายตำ ยุยชัง หัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่ที่สุดที่เอนเอียงไปทางจีน ยอมรับหลังจากเข้าพบนายเหลียงก่อนหน้านี้ ว่าแม้ต้องมีการเคลียร์การชุมนุมให้เร็วที่สุด แต่สิ่งดังกล่าวไม่ใช่เรื่องง่ายและขณะนี้เวลายังไม่สุกงอม
สำหรับบรรยากาศการชุมนุมด้านหน้าสำนักงานราชการย่านแอดมิรัลตีนั้น มีสภาพเหมือนเทศกาลออกค่าย โดยมีการนำเต้นท์ไปกางประมาณ 200 เต้นท์บนถนนกลูเซสเตอร์และฮาร์คอร์ท ผู้ชุมนุมบางคนนำกีตาร์ขึ้นมาดีด คั่นเวลารอการปราศัย บ้างก็อ่านหนังสือ บางคนแปลงถนนให้เป็นห้องเรียนและนำโต๊ะกับปลั๊กไฟไปใช้งานกลางถนน
ด้านหนังสือพิมพ์พีเพิลเดลี ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของทางการจีน กล่าวว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มออคคิวพายเซนทรัลเป็นการ "ก่อความวุ่นวาย" ซึ่งนักวิเคราะห์บางคนระบุว่าการใช้ถ้อยคำสะท้อนถึงความไม่พอใจมากขึ้่นในหมู่ผู้นำจีน
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีหลี่ เค่อเฉียงของจีน กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ฮ่องกงมีความสามารถในการปกป้องความรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจและเสถียรภาพทางสังคมของฮ่องกง คำพูดนี้นับเป็นการกล่าวในที่สาธารณะโดยตรงครั้งแรกของผู้นำจีนเกี่ยวกับเหตุการณ์ในฮ่องกง





