วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ปรีดิยาธร'ถกทูตสหรัฐใช้กรอบทิฟฟ่าร่วมมือการค้า

“ปรีดิยาธร” ให้ความมั่นใจทูตสหรัฐ ยันเดินหน้านโยบายเศรษฐกิจของไทย เตรียมใช้กลไกหารือ “ทิฟฟ่า” ถกปมการค้ามนุษย์

วานนี้ (9 ต.ค.) นางคริสตี้ เคนนี่ย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยเข้าเยี่ยมคารวะ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ณ ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทยได้เข้าพบในโอกาสที่ดำรงตำแหน่งในประเทศไทยครบวาระและกำลังจะกลับไปรับตำแหน่งอื่นๆ ตามที่รัฐบาลสหรัฐฯมอบหมาย ซึ่งมีงานที่จะต้องติดต่อกับประเทศไทยในอนาคต จึงได้สอบถามเกี่ยวกับนโยบายด้านเศรษฐกิจของประเทศไทย

ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรีได้อธิบายถึงเรื่องต่างๆ ที่ประเทศไทยกำลังทำ เช่น การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย และเป็นการให้ความเชื่อมั่นว่ารัฐบาลนี้ทำงานอย่างจริงจัง ไม่น้อยไปกว่ารัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างนักธุรกิจไทยและสหรัฐฯก็ยังคงดำเนินไปด้วยดี อย่างไรก็ตามยังไม่ได้หารือกับสหรัฐฯ เรื่องการถูกตัดสิทธิพิเศษทางศุลกากร (จีเอสพี) ของประเทศไทย ที่จะเริ่มถูกตัดสิทธิพิเศษในปีหน้า โดยเรื่องนี้จะหารือกับเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทยคนใหม่ที่จะเข้ามารับตำแหน่งเพื่อฝากเรื่องนี้ให้รัฐบาลสหรัฐฯ พิจารณา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการหารือระหว่าง ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กับนางคริสตี้ เคนนี่ย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย ทางสหรัฐฯ ได้สอบถามเกี่ยวกับนโยบายปฏิรูปด้านต่างๆ ของไทยที่สหรัฐมีความสนใจ โดย ม.ร.ว.ปรีดิยาธรได้อธิบายถึงแผนพัฒนาเครือข่ายการขนส่งและสาธารณูปโภค โดยเฉพาะการเพิ่มความเชื่อมโยงในภูมิภาค ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนการขนส่งและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของไทย

รวมทั้งการปฏิรูปด้านพลังงานเพื่อจัดสรรทรัพยากรให้เพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้นในอนาคต เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย สะท้อนต้นทุนและประชาชนได้ประโยชน์อย่างแท้จริง ทั้งนี้ไทยมีความยินดีหากต่างประเทศสนใจร่วมลงทุนในโครงการดังกล่าวซึ่งเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกามั่นใจว่าหากมีแผนการออกมาเป็นรูปธรรมแล้วนักลงทุนของสหรัฐอเมริกาจะสนใจร่วมลงทุนในโครงการต่างๆ อย่างแน่นอน

นอกจากนี้ทั้งสองฝ่ายยังได้หารือกันในประเด็นกรอบข้อตกลงทางการค้าและการลงทุนสหรัฐฯ (Trade and Investment Framework Arrangement) หรือ “TIFA” ซึ่งเป็นกรอบความตกลงทางการค้าและการลงทุนที่สหรัฐฯ ได้ทำความตกลงกับประเทศสมาชิกอาเซียน 5 ประเทศ รวมทั้งไทย ตั้งแต่ปี 2545 เพื่อเปิดโอกาสให้ทั้งสองประเทศหารือในเรื่องต่างๆ เช่น การประเมินสถานการณ์การค้ามนุษย์ของไทยหรือประเด็นด้านศุลกากรและความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างอาเซียน-สหรัฐอเมริกา

กรอบความตกลงดังกล่าวจึงเป็นเวทีสำคัญที่จะช่วยพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศและช่วยเพิ่มความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุน โดยต่างเห็นพ้องกันว่า ควรจะเร่งกำหนดจัดประชุมซึ่งไทยจะเป็นเจ้าภาพในการประชุม และควรใช้เวทีนี้หารือกันในประเด็นการเจรจาความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (TPP) ระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ด้วย