"พ.อ.บรรพต" โฆษกกอ.รมน. ยันปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ดีขึ้น เตรียมถอนทหารทัพภาคอื่น ออกจากพื้นที่
เมื่อเวลา 09.30 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พ.อ.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวว่า ขณะนี้สถานการณ์ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในภาพรวมดีขึ้นตามลำดับ แม้ว่าในเดือนต.ค.นี้จะมีวันเชิงสัญลักษณ์หลายวัน แต่ทางการข่าวพบว่ามีความเคลื่อนไหวเบาบางกว่าทุกปี แม้ว่าผู้ก่อเหตุความไม่สงบยังจ้องฉวยโอกาสสร้างสถานการณ์ตามโอกาส ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับนโยบายของรัฐบาลในการเปิดพื้นที่พูดคุยกับกลุ่มที่เห็นต่าง
ทั้งนี้การแก้ไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มี 7 กลุ่มงาน ซึ่งถือว่าครบทุกมิติ และได้ครอบคลุมทั้งเรื่องทางการเมือง การทหาร การพัฒนา คุณภาพชีวิต และการให้ความเป็นธรรม โดยพล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ในฐานะผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้ประกาศตั้งเป้าลดระดับสถิติความรุนแรงให้ลดลงร้อยละ 50 ต่อปี โดยทางเจ้าหน้าที่จะประเมินผลการดำเนินงานทุก 3 เดือน หลังจากนี้จะมีการปรับรูปแบบการใช้กำลังทหารในพื้นที่จากเดิมที่มีการใช้กำลังทหารจากกองทัพภาคที่ 1 จำนวน 1 กองร้อย กองทัพภาคที่ 2 จำนวน 1 กองร้อย กองทัพภาคที่ 3 จำนวน 3 กองร้อย และกองทัพภาคที่ 4 จำนวน 11 กองร้อย
พ.อ.บรรพต กล่าวต่อว่า สำหรับโครงสร้างของกอ.รมน. ในขณะนี้มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นผอ.รมน. พล.อ.อุดมเดช เป็นรองผอ.รมน. พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข เสนาธิการทหารบก เป็นเลขาธิการกอ.รมน. พร้อมกันนี้ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2558 ได้มีการแก้อัตราของกองทัพบกทำให้ส่วนบริหารในตำแหน่งรองเลขาธิการกอ.รมน. มี 3 อัตราในส่วนของรองเสนาธิการทหารบก ได้แก่ พล.ท.ภาณุวัชร นาควงษม์ พล.ท.พิสิทธิ์ สิทธิสาร และพล.ท.วิวรรธน์ สุชาติ





