วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'พงศ์โพยม'หนุนสปช.เปิดเวทีถกร่วม11ด้าน

"พงศ์โพยม" อดีตปลัด.มหาดไท หนุนสปช.เปิดเวทีถกร่วม11ด้าน ก่อนแยกย้ายหารืองานปฏิรูป เล็งยกเครื่องอปท.ใหม่

นายพงศ์โพยม วาศภูติ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ด้านปกครองท้อนถิ่น กล่าวถึงตำแหน่งประธานสปช. และรองประธานสปช. ว่า ขณะนี้ยังไม่มีชื่อออกมาเป็นทางการ แต่ตัวเก็งก็ปรากฏอยู่ในหน้าสื่อมวลชน โดยเฉพาะรองประธานคนที่ 2 อาจจะเป็นผู้หญิง ส่วนเรื่องการประชุมสปช.นั้น เมื่อเรื่องตำแหน่งประธานรองประธานเสร็จเรียบร้อยแล้ว ในเดือนแรกตนอยากให้มีการพูดคุยกับสมาชิกทุกๆด้าน ว่าใครมีความคิดเห็นแต่ละด้านเป็นอย่างไร ไม่จำเป็นจะต้องอภิปรายเกี่ยวกับงานปฏิรูปด้านตัวเอง จากนั้นเดือนที่ 2 ค่อยแยกการประชุมเฉพาะด้าน

“ผมเห็นด้วยกับที่อาจารย์วิษณุ (เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี) ที่บอกว่าสปช.คนอื่นก็สามารถเข้ามาร่วมประชุมวงปฏิรูปในด้านอื่นๆ พร้อมเสนอแนะเรื่องต่างๆได้ เพราะเชื่อว่าสปช.หลายคนก็มีความรู้ และมีความสนใจงานในด้านอื่นๆด้วย” นายพงศ์โพยม กล่าว

นายพงศ์โพยม กล่าวต่อว่า ส่วนงานสปช.ด้านปกครองท้องถิ่นหลายคนคงมีหลายมิติที่อยากทำ บางคนสนใจเรื่องโครงสร้าง งบประมาณ อำนาจหน้าที่ แต่จุดยืนของตนอยากเห็นประชาชนในพื้นที่เข้มแข็ง และให้ฝ่ายการเมือง หรือข้าราชการเข้าไปช่วยเหลือทางตรงน้อยลง เพื่อให้ประชาชนเดินได้ด้วยตัวเอง เปลี่ยนจากประชาชนเป็นพลเมือง โดยวิธีการผ่านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น(อปท.)ในเรื่องการกระจายอำนาจ สร้างประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับอปท. โดยสมาชิกสภาท้องถิ่นอาจจะมีเลือกตั้งส่วนหนึ่ง อีกส่วนอาจมาจากสายอาชีพ ภาคชุมชน หรือเป็นสภาคู่กัน สภาหนึ่งเป็นสภาทางการ อีกสภาเป็นสภาภาคประชาชน

นายพงศ์โพยม กล่าวด้วยว่า ในเรื่องอปท.ที่ตนแบ่งเป็น 3 เรื่อง 1.เรื่องประชาธิปไตย การกระจายอำนาจ การปกครองตนเอง 2.ประสิทธิภาพของอปท. และ 3.ความโปร่งใสของอปท. ซึ่งเป็นเรื่องที่จำเป็นมาก นอกจากนี้ ตนเห็นด้วยกับนายชาติชาย ณ เชียงใหม่ สปช.ด้านปกครองท้องถิ่น ที่เสนอว่าไม่จำเป็นที่โครงสร้างอปท.จะเหมือนกันทั่วประเทศ เช่น กรุงเทพฯ เมืองพัทยา ภูเก็ตเป็นเขตปกครองพิเศษ ทำไมจังหวัดอื่นถึงจะเป็นเขตปกครองพิเศษไม่ได้ จึงอยากให้โครงสร้างท้องถิ่นสามารถมีรูปแบบที่ยืดหยุ่น โดยมีส่วนกลางคอยกำหนดกรอบของการบริหาร อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ตนยังไม่ได้พูดคุยกับสปช.ในเรื่องนี้ คงต้องไปหาจุดยืนร่วมกันอีกครั้ง