วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตร.แจง5หลักฐานมัดพม่าฆ่าสองผู้ดี

ผบ.ตร.นำแถลงแจงข้อสงสัยคดีฆ่านักท่องเที่ยวอังกฤษ มอบนายตำรวจที่รับผิดชอบด้านต่างๆ เปิดเผยผลการสืบสวน สอบสวน

พิสูจน์หลักฐาน ชันสูตรศพ อธิบายปมดีเอ็นเอ บาดแผล ก้นบุหรี่ มือถือผู้ตาย ตลอดจนกระบวนการสอบปากคำ ยันทุกขั้นตอนโปร่งใส ตรวจสอบได้ ก่อนเจ้าตัวสรุปปิดท้ายด้วย 5 หลักฐานที่นำไปสู่การจับกุมคนร้ายในคดีนี้

วานนี้ (7 ต.ค.) ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วยนายตำรวจระดับสูงที่รับผิดชอบการสืบสวน สอบสวน ตรวจพิสูจน์หลักฐาน และสถาบันนิติเวชวิทยาในการคลี่คลายคดีฆ่านายเดวิด มิลเลอร์ และนางสาวฮันนาห์ วิเทอริดจ์ สองหนุ่มสาวนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ บนเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี ร่วมกันแถลงข่าวชี้แจงข้อสงสัยทุกประเด็นเกี่ยวกับคดีนี้

พ.ต.อ.ประชุม เรืองทอง ผกก.สภ.เกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี กล่าวว่า คดีนี้เกิดขึ้นเวลา 06.30 น. วันที่ 15 ก.ย.2557 พบศพผู้เสียชีวิตเป็นชาวต่างชาติ 2 ราย บริเวณหาดทรายรี ต.เกาะเต่า อ.เกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี ศูนย์พิสูจน์หลักฐานเข้าเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ พบก้นบุหรี่ เสื้อผ้าผู้ตาย รองเท้าแตะ จอบ ถุงยางอนามัย 1 ชิ้น

สอบสวนทราบว่าผู้ตายทั้ง 2 คน เดินเข้ามาท่องเที่ยวเมื่อวันที่ 12 ก.ย.2557 โดยมาเที่ยวคนละกลุ่ม แต่มารู้จักกันโดยบังเอิญที่โอเชี่ยนวิวบังกะโล ซึ่งเป็นที่พัก โดยคืนวันเกิดเหตุ 14 ก.ย.2557 ผู้ตายทั้งสองคนพร้อมกลุ่มเพื่อนไปชมการถ่ายสดการแข่งขันฟุตบอลอังกฤษที่ช็อปเปอร์บาร์ จากนั้นเพื่อนผู้ตายได้ขอตัวกลับห้องพัก ส่วนผู้ตายได้ไปเที่ยวต่อที่เอซีบาร์ กระทั่งมาเป็นศพในเช้าวันรุ่งขึ้น

พ.ต.อ.ประชุม กล่าวว่า ในการสอบสวนคดีนี้ได้สืบสวนจากพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ วัตถุพยาน ทั้งก้นบุหรี่ จอบ ผลการตรวจสภาพศพ และหาบุคคลที่ใกล้ชิดกับที่เกิดเหตุให้มากที่สุด โดยเชื่อตรวจสอบทุกคนที่สามารถเข้าถึงที่เกิดเหตุทั้งหมด ทั้งคนไทยและแรงงานต่างด้าว

เขากล่าวต่อว่า ส่วนการตรวจสอบกล้องวงจรปิดใกล้กับที่เกิดเหตุพบเพียงชายต้องสงสัยไม่สวมเสื้อวิ่งผ่านไปมา ผ่านมาหน้ากล้อง แต่เมื่อไปสอบพยานบุคคลมีคนเห็นว่า ก่อนเกิดเหตุมีชาย 3 คนไปนั่งเล่นกีตาร์ ตรงจุดที่พบก้นบุหรี่

จากนั้นก็มีการต่อจิกซอว์จนพบว่าทั้ง 3 คนมีความเชื่อมโยงกับคดีอย่างมีนัยสำคัญจึงเรียกนายเมา มาสอบปากคำ โดยนายเมา ได้ให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี จนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาได้

พฐ.ชี้ตรวจเทียบดีเอ็นเอกับก้นบุหรี่ตรงกัน

ด้าน พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผบก.กองพิสูจน์หลักฐานกลาง (พฐก.) กล่าวว่า ในส่วนของการตรวจดีเอ็นเอเปรียบเทียบอยู่ในความรับผิดชอบของ พฐก. โดยในวันที่ 16 ก.ย.ได้มีการส่งหลักฐานมาให้ พฐก.ตรวจ ซึ่งผลการตรวจดีเอ็นเอ คราบเลือดที่จอบเป็นของนางสาวฮานนาห์ ดังนั้นจึงมั่นใจว่า คนร้ายใช้จอบเป็นอาวุธ ส่วนดีเอ็นเอที่ก้นบุหรี่ 3 อัน อันแรกเป็นบุหรี่ยี่ห้อมาร์โบโร สีขาว ไม่พบดีเอ็นเอ มีเพียงคราบลิปสติกสีแดงติดอยู่

อันที่ 2 เป็นบุหรี่ยี่ห้อแอลเอ็มแดง พบดีเอ็นเอ 1 คน เราตั้งสมมติฐานว่า นายเอ และอันที่ 3 เป็นบุหรี่ยี่ห้อแอลเอ็มแดง พบดีเอ็นเอของ 2 คน เราตั้งสมมติฐานว่า นายเอ และบี เมื่อได้ตัวอย่างดีเอ็นเอจากก้นบุหรี่ก็ได้ประสานกับสถาบันนิติเวชวิทยา ซึ่งเป็นผู้ตรวจศพก็พบว่ามี 1 คน ที่มีดีเอ็นเอซ้อนกันอยู่ แสดงให้เห็นว่า คดีนี้มีผู้เกี่ยวข้องอย่างน้อย 3 คน

พล.ต.ต.ธวัชชัย กล่าวต่อไปว่า สำหรับการตรวจเปรียบเทียบดีเอ็นเอกลุ่มในตัวอย่างที่มีการเก็บจากบุคคลในพื้นที่ 243 คน จนถึงเมื่อวันที่ 28 ก.ย. แบ่งเป็นชาวต่างชาติ 187 ราย ชาวไทย 56 ราย ปรากฏว่า ผลดีเอ็นเอไม่ตรงกับดีเอ็นเอที่ก้นบุหรี่

จนกระทั่งวันที่ 2 ก.ย.มีการส่งตัวอย่างเยื้อบุกระพุ้งแก้มของผู้ต้องสงสัย 3 คนมาตรวจ ผลปรากฏว่าตรงกับตัวอย่างดีเอ็นเอที่พบในวัตถุพยาน ที่ส่งมาตรวจก่อนหน้านี้

ด้าน พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี ที่ปรึกษา ผบ.ตร. อธิบายเพิ่มเติมว่า การตรวจก้นบุหรี่เป็นหลักฐานสำคัญที่มีการบ่งชี้ถึงตัวบุคคลที่มาเกี่ยวข้องกับคดี เพราะว่าดีเอ็นเอที่พบในก้นบุหรี่ไปตรงกับดีเอ็นเอที่พบในร่างของนางสาวฮานนาห์ ทำให้มีความเชื่อมโยงกันระหว่างผู้สูบบุหรี่กับผู้ที่คาดว่าจะก่อเหตุ ทำให้สามารถกำหนดจุดในการติดตามคนร้ายได้

สำหรับดีเอ็นเอที่พบที่ก้นบุหรี่แอลเอ็มแดงอันแรก คือ นายเมา ส่วนที่ก้นบุหรี่แอลเอ็มแดงอีกอันเป็นของนายเมา และนายเวพิว หรือวิน นอกจากนั้นยังพบดีเอ็นเอของนายเวพิวที่หน้าอกและอวัยวะเพศของนางสาวฮานนาห์ ส่วนดีเอ็นเอของนายซอลิน หรือโซเรน ตรงกับตัวอย่างดีเอ็นเอที่พบในทวารหนัก และหน้าอกขวาของนางสาวฮานนาห์

นิติเวชฯเผยผลผ่าชันสูตรศพ

ด้าน พ.ต.อ.ภวัต ประทีปวิศรุต รอง ผบก.สถาบันนิติเวชวิทยา ผู้ผ่าชันสูตรศพ กล่าวว่า ศพนางสาวฮานนาห์ที่มาถึงมีสภาพกึ่งเปลือยเปื้อนทรายพบคราบเลือด สภาพศพเริ่มเน่า ไม่ผ่านการรักษา มีบาดแผลอย่างรุนแรงที่บริเวณศีรษะและใบหน้าจากของแข็งไม่มีคม ซึ่งสามารถเข้ากันได้กับวัตถุของกลางในคดี

เขากล่าวต่อว่า พบการถูกทำร้ายทางเพศ ผลตรวจทางพิษวิทยา ไม่สารเสพติดวัตถุออกฤทธิ์ทางจิตประสาทในปัสสาวะและเลือด ไม่พบสารพิษจากอาหารในกระเพาะอาหาร ผลตรวจทางชีวเคมีพบดีเอ็นเอของบุคคลอื่น 2 คนที่บริเวณหน้าอกขวา พบอสุจิบุคคลอื่น 1 คนในอวัยวะเพศ พบอสุจิ และดีเอ็นเอของบุคคลอื่น 2 คนในทวารหนัก สรุปสาเหตุ การเสียชีวิต มาจากได้รับบาดเจ็บรุนแรงที่ศีรษะจากของแข็งไม่มีคมกระทบกระแทกอย่างรุนแรง

สำหรับนายเดวิด สภาพศพที่ส่งมาสภาพเปลือย เริ่มเน่า ไม่ผ่านการรักษา บาดเจ็บอย่างรุนแรงที่ศีรษะและใบหน้า จากของแข็งไม่มีคม เข้ากันได้กับวัตถุของกลางในคดี ไม่พบการถูกทำร้ายทางเพศ การตรวจภายในพบน้ำในช่องอก 2 ช่อง ปอดพองลมบวมน้ำเต็มช่องอก ตรวจทางพิษวิทยาไม่พบสารเสพติดวัตถุออกฤทธิ์ทางจิตประสาทในปัสสาวะและเลือด ไม่พบสารพิษจากอาหารในกระเพาะอาหาร

ผลตรวจทางเคมี ไม่พบอสุจิในทวารหนัก สรุปสาเหตุการเสียชีวิตมาจากได้รับบาดเจ็บรุนแรงที่ศีรษะจากของแข็งไม่มีคมกระทบกระแทกอย่างรุนแรงร่วมกับการจมน้ำทะเล

อธิบายลักษณะบาดแผล

พล.ต.ต.ธวัชชัย กล่าวว่า สำหรับข้อสงสัยเกี่ยวกับบาดแผลบริเวณใบหน้าของนายเดวิดที่ข้อสงสัยว่ามีการใช้อาวุธชนิดอื่นก็ยืนยันได้ว่า เป็นบาดแผลที่เกิดจากของแข็งไม่มีคม ซึ่งสามารถเข้ากันได้ดีกับวัตถุของกลางในคดี คือ จอบ ซึ่งข้อแตกต่างระหว่างบาดแผลที่เกิดจากของแข็งมีคมกับไม่มีคม คือ ถ้าของแข็งมีคมบาดแผลจะเรียบไม่มีขอบช้ำ ส่วนของแข็งไม่มีคมบาดแผลจะช้ำ ไม่เรียบ ที่กระดูกก็จะมีรอยแตก

ส่วนข้อสงสัยเรื่องถุงยางอนามัยที่ตรวจพบดีเอ็นเอของนางสาวฮานนาห์ เพียงคนเดียวที่บริเวณด้านนอกของถุงยาง พล.ต.ต.ธวัชชัย กล่าวว่า ตำแหน่งที่พบถุงยาง อัดแน่นไปด้วยทราย อาจมีการปนเปื้อน เป็นไปได้ว่า ผิวสัมผัสด้านใน มีโอกาสจะตรวจไม่พบ หรือเป็นไปได้ว่า ไม่มีการหลั่งอสุจิ จึงไม่พบดีเอ็นเอในถุงยาง

ยันมีพยานที่นำมือถือผู้ตายไปทิ้ง

ส่วนประเด็นเรื่องโทรศัพท์มือถือของนายเดวิดนั้น พล.ต.ต.สุวัฒน์ กล่าวว่า ทางญาติของผู้เสียชีวิต เป็นคนให้ข้อมูลกับตำรวจจึงได้ซักถามผู้ต้องหา ซึ่งให้การรับสารภาพว่า ได้นำไปฝากเพื่อนไว้ ต่อมาตำรวจได้สอบปากคำเพื่อนคนดังกล่าวไว้เป็นพยานแล้ว โดยเพื่อนคนดังกล่าวระบุว่า ได้ทุบโทรศัพท์ ก่อนนำใส่ถุงพลาสติกไปโยนทิ้งไว้ที่หลังบ้าน

สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 3 คน เป็นชนกลุ่มน้อยชาวยะไข่ มีความแนบแน่น เนื่องจากเป็นคนเชื้อชาติเดียวกัน ใช้ภาษาเดียวกัน เมื่อเดินทางมาต่างถิ่น ซึ่งผ่านความยากลำบากจึงยิ่งมีความแนบแน่น การมาก่อเหตุก็ไม่มีการเตรียมการกันมาก่อน เพียงบังเอิญผ่านมาเจอเหตุการณ์ ทำให้มีแรงจูงใจ บวกกับการดื่มเบียร์เข้าไป ทำให้ก่อเหตุดังกล่าว

สอบสวนโปร่งใสมีใบรับรองแพทย์

เมื่อถามถึงข้อกล่าวหาว่ามีการใช้กำลังบังคับให้รับสารภาพ พล.ต.ต.สุวัฒน์ กล่าวว่า การบันทึกคำให้การของผู้ต้องหาทั้ง 2 มีทนายความร่วมรับฟัง และหลังมีการสอบปากคำ ได้มีการส่งตัวผู้ต้องหาไปตรวจร่างกาย โดยมีใบรับรองแพทย์ เนื่องจากที่ผ่านมามีการใช้ประเด็นในการทำลายน้ำหนักการสอบสวนของตำรวจยืนยันว่า ไม่มีการทำร้ายร่างกาย หรือบังคับขู่เข็ญแต่อย่างใด

ผบ.ตร.ชี้5หลักฐานมัดสองผู้ต้องหา

พล.ต.อ.สมยศ สรุปหลักฐานสำคัญในคดีนี้มี 5 ประเด็น คือ 1.พยานบุคคล คือ นายเมา เมาและนายเล เล 2.การพิสูจน์ทราบดีเอ็นเอ 3.ภาพจากกล้องวงจรปิด 4.โทรศัพท์ของนายเดวิด และ5.คำรับสารภาพของผู้ต้องหาต่อหน้าทนายความ ซึ่งนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหา

"มั่นใจว่าจากประเด็นทั้ง 5 จะเพียงพอที่ทำให้ศาลพิพากษาลงโทษผู้ต้องหาได้ ยืนยันว่า ไม่มีการจับแพะอย่างแน่นอน ส่วนที่ผ่านมา มักมีการตั้งต้องข้อสังเกตมาโดยตลอดว่า ตำรวจจับแพะ ตรงนี้มองว่าเป็นเรื่องของอดีต ซึ่งหลังจากที่มารับตำแหน่ง จะไม่ให้มีปัญหานี้เกิดขึ้น ขณะเดียวกันยืนยันว่า ตำรวจไม่ได้หวั่นไหวกับกระแสสังคม โดยเฉพาะในโซเชียลเน็ตเวิร์ก" ผบ.ตร.ระบุ

เขากล่าวด้วยว่า ในการตรวจสอบดีเอ็นเอในคดีนี้นั้นตำรวจทำร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมทั้งพูดคุยกับ พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม ด้วย

"ที่ต้องมาแถลงข่าวในวันนี้ เพราะไม่ต้องการให้เกิดความสับสน หากตำรวจนิ่งเฉย ก็เหมือนเป็นการรับผิด ต้องออกมาชี้แจงเพื่อยุติคำถามต่างๆ ผมเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ซักฟอกการทำงานของตำรวจ หลังจากวันนี้จะไม่พูดแล้ว ขณะเดียวกันเพื่อยุตินักสืบไซเบอร์ที่ชอบมโนไปเองแบบผิดๆ แต่ก็ยอมรับว่าในโซเชียลเน็ตเวิร์กก็มีข้อมูลที่เป็นประโยชน์มีส่วนช่วยการทำงานของตำรวจ ซึ่งส่วนนี้ก็ต้องขอบคุณ แต่บางส่วนที่ให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง สร้างความสับสน ไม่อยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริง อยากให้เลิกเสีย เพราะไม่เกิดประโยชน์และสร้างความสับสนมากขึ้นไปอีก" พล.ต.อ.สมยศ กล่าว

นายกฯสั่งแปลเอกสาร-พร้อมแจงพม่า

ทั้งนี้ พล.ต.ต.สุวัฒน์ ได้เข้าร่วมประชุมเตรียมความพร้อมการเดินทางเยือนสหภาพเมียนมาร์ระหว่างวันที่ 9-10 ต.ค.ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มีขึ้นหลังการประชุมร่วมระหว่าง คสช.กับคณะรัฐมนตรี (ครม.)

โดยมีรายงานว่า นายกฯได้เน้นย้ำให้จัดทำเอกสารเกี่ยวกับคดีเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อเตรียมไว้เป็นข้อมูล หากมีการสอบถามหรือเกิดกรณีข้อสงสัยในคดีจากทางการเมียนมาร์ จะได้มีความพร้อมในการชี้แจง

สรุปสำนวนส่งฟ้องอัยการ

วันเดียวกัน พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 (รอง ผบช.ภ.8) ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีฆาตกรรมนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสอง พร้อมสรุปสำนวนการสอบสวนส่งให้อัยการจังหวัดเกาะสมุยพิจารณาแล้ว

ขณะที่ นายปริญญา ศิริสารการ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พร้อมคณะทำงานได้เดินทางไปเยี่ยมสองผู้ต้องโดยใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมงก่อนจะเผยว่า ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพ แต่ที่ทำลงไปเป็นเพราะความเมา ตอนนี้ทำใจได้แล้วกับเรื่องที่จะได้รับโทษจากการก่อเหตุครั้งนี้