นักวิเคราะห์หวั่นเหตุวุ่นวายฮ่องกง ทำจีดีพีไตรมาส 3 ติดลบ จนฉุดเศรษฐกิจถดถอย
กระบอกเสียงแดนมังกรระบุ ภาพลักษณ์ฮ่องกงกำลังเสียหายหนัก กลุ่ม"ออคคิวพายเซนทรัล"ร้องผู้ชุมนุมย่านมงก๊ก ถอนกำลังรวมตัวย่านแอดมิรัลตี พร้อมเปิดเส้นทางหน้าที่ทำงานผู้นำเกาะฮ่องกง หลัง "เหลียง" ลั่นทำทุกอย่างให้ข้าราชการกลับเข้าทำงานได้
นายฟรานซิส ลัน นักวิเคราะห์การเงินอิสระ กล่าวว่า การชุมนุมประท้วงเรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่งมีการปิดกั้นย่านชอปปิงและเส้นทางหลักหลายสายในฮ่องกง กำลังส่งผลกระทบอย่างหนัก เพราะภาคค้าปลีกเป็นหนึ่งใน 4 เสาหลักของเศรษฐกิจฮ่องกง โดยอีก 3 ภาค คือ การเงิน ขนส่งและชิปปิง และอสังหาริมทรัพย์
นายลัน กล่าวว่า สภาพการณ์ดังกล่าวอาจกระทบไปถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งก่อนหน้านี้ตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจของรัฐบาลก็อยู่ที่ระดับต่ำแล้ว เพียง 2% เท่านั้น เพราะได้รับผลกระทบจากความอ่อนแอของเศรษฐกิจจีน สำหรับไตรมาสที่ 2 ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ขยายตัวเพียง 1.8% ลดลงจากไตรมาสแรกที่ 2.6% ดังนั้นหากจีดีพีไตรมาส 3 หดตัว ก็อาจฉุดให้ฮ่องกงตกสู่ภาวะถดถอยได้
ข้อมูลของทางการระบุว่าในช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ ยอดค้าปลีกโดยรวมมีมูลค่าลดลง 1% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว สมาคมบริหารค้าปลีกระบุว่าหากยอดขายของภาคค้าปลีกอ่อนแอต่อเนื่อง อาจทำให้ทั้งปีนี้เกิดการหดตัวครั้งแรกตั้งแต่ปี 2546
ผุ้จัดการร้านขายยาแห่งหนึ่งในย่านมงก๊ก ซึ่งเป็นศูนย์การกลางการค้าขายหลักแห่งหนึ่ง และเป็นจุดหนึ่งที่เกิดการเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มต่อต้านการประท้วงกับผู้ชุมนุม เล่าว่ากำไรหายไปวันละ 70% ตัวเขาเองรู้สึกสับสน เพราะตัวเองสนับสนุนกลุ่มออคคิวพายเซนทรัล แต่ร้านของเขากำลังจะขาดทุน พร้อมเสริมว่า 90% ของรายได้มาจากนักท่องเที่ยวจีน
นายจิมมี ลุก เจ้าของร้านขายยาแผนโบราณย่านคอสเวย์เบย์ ซึ่งเป็นอีกจุดที่มีการชุมนุม กล่าวว่าธุรกิจหายไป 80% การประท้วงเป็นการปิดกั้นเส้นทางอย่างผิดกฎหมาย 100%
ขีดเส้นตายเปิดทางขรก.เข้าทำงาน
นายเหลียง ชันยิง หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารเกาะฮ่องกง กล่าวว่า รัฐบาลตั้งใจจะลงมือทำทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อฟื้นฟูความเป็นระเบียบในสังคม และเปิดทางให้ประชาชนสามารถกลับไปทำงานและดำเนินชีวิตได้ตามปกติ โดยเขาให้ความสำคัญกับการเปิดทางให้ข้าราชการกลับเข้าทำงานได้ภายในเช้าวันจันทร์ (6 ต.ค.)
นายเหลียงกล่าวว่า เขาตั้งใจจะเคลียร์ถนนบริเวณใกล้ที่ตั้งของหน่วยงานรัฐบาลภายในวันจันทร์ (6 ต.ค.) หลังจากสัปดาห์ก่อนมีวันหยุดราชการหลายวัน
"เราต้องรับรองความปลอดภัยของที่ทำการรัฐบาล ภารกิจเร่งด่วนที่สุดสำหรับรัฐบาลคือเปิดเส้นทางอันนำไปสู่ที่ตั้งของรัฐบาลกลางในวันจันทร์ เพื่อที่ข้าราชการ 3,000 คนสามารถกลับเข้าทำงานและให้บริการประชาชนได้" นายเหลียงแถลงทางโทรทัศน์ พร้อมเตือนว่าหากการประท้วงยังไม่ยุติลง สถานการณ์อาจลุกลามจนเกินควบคุม และจะส่งผลพวงร้ายแรงต่อความปลอดภัยและเป็นความเป็นระเบียบของสังคม
ยอมเปิดถนนหน้าที่ทำการผู้นำ
นายเบนนี ไต แกนนำกลุ่มออคคิวพายเซนทรัล กล่าวว่า ผู้ชุมนุมควรทำตามที่รัฐบาลเรียกร้อง พร้อมอธิบายว่าการชุมนุมพุ่งเป้าไปที่นายเหลียงเท่านั้น ไม่ใช่บรรดาข้าราชการ ดังนั้นหากเปิดเส้นทางแล้ว นายเหลียงจะไม่มีเหตุผลหรือข้อแก้ตัวที่จะสลายการชุมนุมหรือปล่อยข่าวลือได้อีก
ในเวลาต่อมา กลุ่มออคคิวพายเซนทรัลกล่าวว่าผู้ชุมนุมที่ย่านมงก๊กจะถอนตัวไปรวมตัวกันที่ย่านแอดมิรัลตี พร้อมขอให้ผู้ชุมนุมเปิดเส้นทางสายที่นำไปสู่ที่ทำงานของหัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่บริหารเกาะฮ่องกง
"ผู้สนับสนุนกลุ่มออคคิวพายในมงก๊กประกาศว่าจะถอนตัวออกไปรวมกันที่แอดมิรัลตี" ทวิตเตอร์ของกลุ่มระบุ จากนั้นก็มีการทวีตว่า "ผู้ประท้วงออคคิวพายด้านหน้าที่ทำการสำนักงานผู้บริหารในถนนหลุงโวประกาศว่าตัดสินใจถอนออกจากพื้นที่"
อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากกลุ่มนักศึกษา ซึ่งเป็นกลุ่มหลักอีกกลุ่มหนึ่งที่ชุมนุม
นอกจากนั้น ยังมีข่าวว่าชายคนหนึ่งขู่จะกระโดดลงจากสะพานย่านแอดมิรัลตี เพราะไม่พอใจที่โรงเรียนของลูกๆ ต้องปิดการเรียนการสอนเนื่องจากมีการชุมนุม โดยเขาตะโกนใส่กลุ่มผู้ชุมนุมว่าให้คืนเส้นทางให้แก่พ่อแม่ฮ่องกง เพื่อจะได้ส่งลูกๆ ไปโรงเรียน เขาไม่ได้สนับสนุนรัฐบาล แต่เป็นตัวแทนของพ่อแม่ที่ขอให้ผู้ชุมนุมเลิกปิดถนน
หนังสือพิมพ์แอปเปิลเดลีอ้างว่าชายคนนี้่เป็นสตันต์แมนมืออาชีพที่ถูกจ้างไปก่อกวนการชุมนุม
แกนนำนักศึกษาแบะท่าเจรจา
ขณะที่บรรดาแกนนำนักศึกษากล่าวว่าพร้อมเจรจากับรัฐบาลหากเงื่อนไขบางประการเป็นไปตามที่กำหนดไว้ โดยสมาพันธ์นักศึกษาแถลงว่ารัฐบาลควรสอบสวนว่าเหตุใดตำรวจจึงย่อหย่อนในการบังคับใช้กฎหมาย ทั้งยังถูกกล่าวหาว่าช่วยเหลือพวกนอกกฎหมาย และให้ตำรวจอธิบายเรื่องนี้กับสาธารณชนโดยเร็วที่สุด เมื่อรัฐบาลทำตามที่ระบุไว้นี้ นักศึกษาก็พร้อมจะเจรจากับรัฐบาล
รัฐบาลแถลงในเวลาต่อมาว่าประตูสำหรับการเจรจาเปิดกว้างอยู่เสมอ หากสมาพันธ์นักศึกษาพร้อมที่จะเจรจา พร้อมเรียกร้องให้สมาพันธ์นักศึกษาช่วยเคลียร์ผู้ประท้วงออกจากย่านแอดมิรัลตี
ก่อนหน้านี้เหตุรุนแรงปะทุขึ้นอีกครั้งช่วงเช้ามืดวานนี้ที่ย่านมงก๊ก โดยตำรวจปราบจลาจลได้ใช้กระบองและแก๊สน้ำตาเพื่อสกัดผู้ชุมนุมที่กล่าวหาตำรวจว่ารู้เห็นเป็นไปใจกับพวกแก๊งอั้งยี่ นายแพทริก กว็อก เจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูง กล่าวปกป้องการใช้สเปรย์พริกไทย ขณะที่นายไหล ตุงกว็อก อธิบดีกรมความมั่นคง กล่าวว่าข้อกล่าวหาที่ว่ารัฐบาลยืมมือพวกนอกกฎหมายมาก่อเหตุวุ่นวาย เป็นการพูดเกินจริงไปมาก
กลุ่มริบบินน้ำเงินหนุนรัฐบาล
แม้การชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยได้รับการสนับสนุนจากผู้คนจำนวนมาก แต่ก็มีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่ใช้ริบบินสีน้ำเงินและแสดงการสนับสนุนตำรวจกับรัฐบาล อันเป็นสัญญานถึงกระแสไม่พอใจการชุมนุมว่ากำลังมีมากขึ้น หลังจากการประท้วงก่อให้เกิดผลกระทบมากมาย รวมถึงส่งผลเสียต่อธุรกิจในพื้นที่
ในส่วนของหนังสือพิมพ์พีเพิลเดลี ซึ่งเป็นกระบอกเสียงของพรรคคอมมิวนิสต์ระบุในบทบรรณาธิการ ว่าภาพลักษณ์ของฮ่องกงในฐานะเมืองที่ปลอดเหตุวุ่นวาย กำลังเสียหายหนัก พร้อมกล่าวหาผู้ชุมนุมว่าฝันกลางวันว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง และมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับกระบวนการประชาธิปไตย
"นี่ไม่ใช่การต่อสู้ระหว่างประชาธิปไตยกับความไม่เป็นประชาธิปไตย แต่เป็นความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการตระหนักรู้และการใช้แนวทางประชาธิปไตย ซึ่งเมื่อวิเคราะห์แล้วรัฐบาลเป็นผู้สนับสนุนประชาธิปไตยในฮ่องกง" พีเพิลเดลี ระบุ





