"พล.ต.อ.สมยศ" มอบ 8 นโยบายสำคัญ กำชับต้องเห็นผลงาน ต้องทำงานอย่างมีศักดิ์ศรี ลั่นส่วย สินบนต้องไม่มี
วานนี้ (4 ต.ค.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้มอบนโยบายการบริหารราชการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2558 โดยมีนายตำรวจระดับสูงจากทุกหน่วยในสังกัดทั่วประเทศ จำนวน 349 นายเข้ารับฟัง
สำหรับนโยบายการบริหารราชการตำรวจในครั้งนี้มี 8 ข้อ ซึ่ง พล.ต.อ.สมยศ กำชับว่า ต้องปฏิบัติได้จริง ได้แก่ 1.ปกป้อง เทิดทูน และพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ 2.รักความมั่นคงของชาติและแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
3.ป้องกันและแก้ไขปัญหาทุจริตประพฤติมิชอบในทุกระดับ 4.ป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติด 5.พิทักษ์รับใช้ให้บริการประชาชนในทุกมิติ ทั้งการรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และการอำนวยความยุติธรรมเพื่อให้ตำรวจเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง
6.อำนวยการจัดการจราจรอย่างเป็นระบบ ทันสมัย ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต 7.บริหารจัดการให้ตำรวจดำรงชีพได้อย่างมีเกียรติมีศักดิ์ศรีและเป็นที่รักของประชาชน และ 8.เตรียมความพร้อมสูงสุดเพื่อเข้าสู่ระบบประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ เออีซี
ย้ำปฏิบัติหน้าที่อย่างมีเกียรติ-ศักดิ์ศรี
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ที่เรียกประชุมวันเสาร์เพราะมีเวลาทำงานไม่ถึง 365 วัน เมื่อได้รับโอกาสให้เข้ามาบริหารงานตรงนี้ต้องเร่งมือทำงานให้รวดเร็ว หลังรับมอบนโยบายเสร็จก็ขอให้นำไปถ่ายทอดให้ผู้ใต้บังคับบัญชานำไปปฏิบัติในทันที ไม่เช่นนั้นก็ไม่มีความหมาย และเมื่อรับไปแล้วต้องปฏิบัติให้เห็นผลในทันที
ผบ.ตร. กล่าวอีกว่า สำหรับวิสัยทัศน์ที่ต้องยึดปฏิบัติร่วมกันคือ พิทักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นที่รักของประชาชน โดยมีสโลแกน "เราจะพร้อมใจกัน มอบความรัก สร้างความศรัทธา และความผาสุกของประชาชน" ให้ตำรวจทุกระดับชั้นนำไปปฏิบัติ ส่วนตัวเข้าใจดีว่าในคนหมู่มากตำรวจดีมีอยู่มาก ในส่วนที่ไม่ดีก็มีอยู่บ้าง ดังนั้นเราต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรี
ผิดเป็นจับแต่ไม่รับสินบน
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ปัญหาการทุจริตมิชอบต้องไม่มี ปัญหาการดำรงชีวิต โดยเฉพาะอุปกรณ์พื้นฐานในการปฏิบัติหน้าที่จะมีสนับสนุนจากทางรัฐบาล อาทิ เครื่องแบบ เพื่อตัดปัญหาค่าใช้จ่าย การใช้ชีวิตต้องไม่ฟุ้งเฟ้อ อันจะก่อให้เกิดปัญหาด้านการเงิน จนนำไปเป็นข้ออ้างในการรับส่วย รับสินบน หรือไปทำสิ่งผิดกฎหมายเกี่ยวข้องกับอบายมุขอย่าง บ่อน ตู้ม้า หรือหวยใต้ดิน เรื่องแบบนี้ต้องไม่มี
"ตู้ม้า บ่อนพนันต้องสูญพันธุ์ ถ้าท้องที่ไหนถูกจับกุมอบายมุขพวกนี้ ได้เห็นดีกันแน่ ไม่เอาไว้ ไม่มียกเว้น ส่วยอย่าไปรับ จับก็จับ ต้องมีศักดิ์ศรี เมื่อไม่มีคนให้ก็ไม่มีคนรับ ผิดเป็นจับแต่ไม่รับสินบน คนที่ให้ส่วย ติดสินบน รวมถึงพวกผู้ประกอบการทั้งหลายที่ติดสินบนนั่นคือเขาทำผิดถ้าไม่ทำผิดกฎหมายจะมายอมจ่ายให้ทำไม ไม่ใช่มีแค่ตำรวจองค์กรเดียว แต่มีไปทั่วในกระทรวง ทบวง กรม ทุกหน่วยงานที่มีกฎหมายบังคับใช้ไปเกี่ยวข้องทั้งหมด" พล.ต.อ.สมยศ กล่าว
สั่งส่งรายงานปัญหาจราจรสัปดาห์หน้า
เขายังกล่าวด้วยว่า ให้ความสำคัญกับเรื่องจราจร โดยให้แต่ละพื้นที่ไปสำรวจทำรายงานว่า จุดไหน แยกไหนที่มีปัญหา แล้วให้ทำรายงานมาถึงภายในวันที่ 8 ต.ค.นี้
หลังจากนั้นจะไปเยี่ยมโดยไม่บอกกล่าว ถ้าไปเยี่ยมแล้วไม่มีผู้ปฏิบัติงานหรือเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่ก็จะได้รู้ว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป เพราะมีเวลาทำงาน 360 วัน หมดเวลาเกรงใจ ไม่ต้องเกรงใจใคร ในเมื่อทำในสิ่งที่ถูกต้อง
ขณะเดียวกันตำรวจทุกนายต้องปฏิบัติงานด้วยใจจริง ให้ความรัก ความเป็นมิตรกับประชาชน เราให้ใจก็จะได้ใจ ให้ความรักก็จะให้ความรัก แต่ถ้าให้ก้อนหินก็จะได้ก้อนหิน ต้องรู้จักการเป็นผู้ให้ที่ดี ขณะเดียวกันก็ต้องบริหารงานดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาให้ดี ไม่ใช่ไปเบียดเบียนเรียกรับกับลูกน้อง ต้องเป็นผู้ให้ ให้มาก ให้น้อยก็คือการให้
คลอดโผทหารกำลังรบ 371 ตำแหน่ง
ส่วนการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหาร พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ได้ลงนามในคำสั่ง กองทัพบกที่ 325/2557 ลงวันที่ 3 ต.ค.2557 เรื่องให้นายทหารรับราชการและปรับระดับเงินเดือน จำนวน 371 นาย ซึ่งเป็นนายทหารระดับพันเอกพิเศษ
โดยการปรับย้ายครั้งนี้ พล.อ.อุดมเดช ได้มีการปรับระดับผู้บังคับการกรมเพื่อต้องการให้ผู้บังคับการกรมคนใหม่สามารถปฏิบัติภารกิจแรกได้ทันที คือ การประชุมหน่วยขึ้นตรงของกองทัพบก (นขต.ทบ.) วาระพิเศษ ในวันที่ 6 ต.ค. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถนนราชดำเนิน
ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า การปรับย้ายครั้งนี้ส่วนใหญ่เป็นหน่วยคุมกำลังหลักของกองทัพบกทั้งหน่วยรบและหน่วยที่ได้เข้ามาเป็นกำลังหลักในการดูแลพื้นที่ช่วงที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาควบคุมการบริหารประเทศเมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเป็นการตอบแทนที่ช่วยดูแลความสงบเรียบร้อยในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งมีนายทหารในสายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. พล.อ.ประวิตรวงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พล.อ.อุดมเดช
สำหรับตำแหน่งที่น่าสนใจมีดังนี้ พ.อ.เอกรัตน์ ช้างแก้ว ผบ.ร.1 รอ. นักเรียนเตรียมทหารรุ่น 23 (ตท.23) ขยับเป็น รอง ผบ.พล.1 รอ. โดยพ.อ.อาสาศึก ขันติรัตน์ (ตท.28) นายทหารฝ่ายเสนาธิการของ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้ช่วย ผบ.ทบ. มาเป็น ผบ.ร.1รอ. แทน
คนสนิท"อุดมเดช"
ด้าน พ.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี (ตท.24) ผบ.ร.11 รอ. ได้ขึ้นเป็น รอง ผบ.พล.1 รอ.เนื่องจากมีผลงานในการรักษาความสงบเรียบร้อยที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง และบริเวณสี่แยกหลักสี่ในช่วงการชุมนุมที่ผ่านมา
พ.อ.สุชาติ พรมใหม่ (ตท.27) นายทหารฝ่ายเสนาธิการของ พล.อ.อุดมเดช ได้เป็น ผบ.ร.11 รอ. คุมกำลังหลัก เนื่องจากเป็นนายทหารคนสนิท พล.อ.อุดมเดชไว้ใจได้มากที่สุด
ขณะที่ พ.อ.อิทธิพล สุวรรณรัฐ ผบ.กรม สน.พล.ร.9 เป็น ผบ.ร.29 พ.อ.นฤดล ท้าวฤทธิ์ (ตท.24) ผบ.ป.1 รอ. เป็น รอง จทบ.กาญจนบุรีพ.อ.คชาชาต บุญดี (ตท.27) ผบ.กรม ทพ.36 เป็น ผบ.ป.1 รอ. ที่ผ่านมา พ.อ.คชาชาต เคยอยู่ ป.พัน 31รอ. จ.ลพบุรี ถือเป็นลูกหม้อ พล.1 รอ. มีผลงานสำคัญมากมาย โดยเฉพาะการดูแลปัญหาลักลอบตัดไม้ จึงได้ชื่อว่าเป็น "นักรบแห่งลุ่มน้ำสาละวิน" ทำให้ พล.อ.อุดมเดชนำมาทำงานสำคัญ
ส่วนตำแหน่งอื่นๆ อาทิ พ.อ.ศักดิ์ศรี งอยปัดพันธ์ เสธ.มทบ.13 เป็นรอง ผบ.มทบ.13 พ.อ.กัณฑ์ชัย ประจวบอารีย์ ผบ.ร.31 รอ. เป็น เสธ.มทบ.13 พ.อ.พงษ์ศักดิ์ เอี่ยมพญา รอง ผบ.ร.21 รอ. เป็นผบ.ร.31 รอ.พ.อ.เจริญชัย หินเธาว์ ผบ.ร.21 รอ. เป็นรอง ผบ.พล.ร.2 รอ.
พ.อ.วรยุทธ แก้ววิบูลย์พันธุ์ เสธ.พล.ร.2 รอ. เป็น ผบ.ร.21 รอ. พ.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ผบ.ร.19 เป็น รอง ผบ.พล.ร. 9 พ.อ.วุฒิชัย นาควานิช ผบ.ร.29 เป็น รอง ผบ.พล.ร.9
พ.อ.พงษ์สวัสดิ์ ภาชนะทิพย์ ผบ.กรม ทพ.14 เป็น ผบ.ร.19 พ.อ.สุรินทร์ นิลเหลือง ผบ.ร.9 เป็นรอง ผบ.จทบ.ส.บ.พ.อ.ยุทธพงศ์ คงนิลรอง ผบ.ร.9 เป็น ผบ.ร.9 พ.อ.ณรงค์ กลั่นวารี รอง ผบ.ป.6 เป็น ผบ.ป.6
พ.อ.สวราชย์ แสงผล รอง ผบ.ร.8 เป็น ผบ.ร.8 พ.อ.ธานินทร์ สนิทชน ผบ.ร.13 เป็น รอง ผบ.พล.ร.3 พ.อ.สัญชัย รุ่งศรีทอง ผบ.ร.3 เป็นผบ.ร.13 พ.อ.ปราโมทย์ นาคจันทึก เสธ.พล.ร.3 เป็น ผบ.ร.3
พ.อ.โสภณ นันทสุวรรณ ผบ.ร.14 เป็น ผบ.ร.4 พ.อ.เกรียงชัย อนันตศานต์ ผอ.กขว.ทน.3 เป็นผบ.ร.14 พ.อ.ทะเบียน เมืองพระฝาง รองผบ.ร.15 เป็น ผบ.ร.153 พ.อ.เสนีย์ ศรีหิรัญ รอง เสธ.พล.ร.5 เป็น ผบ.ร.15
พ.อ.นิติ ติณสูลานนท์ รอง เสธ.มทบ.42 ซึ่งเป็นหลานชายของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ได้เป็นรอง ผบ.กรม นนร.รอ.รร.จปร. ส่วน พ.อ.วินธัย สุวารี รอง ผอ.กอง สลก.ทบ.ได้ขยับเป็นฝ่ายเสนาธิการประจำสำนักงานเลขานุการกองทัพบก





