สุขุมพันธุ์ ร่วมสัมมนาใหญ่สภากทม. ปลื้มส.ก.พร้อมจับมือทำงาน วอนตั้งคณะทำงาน2ฝ่าย ก่อนประชุมสมัยสามัญม.ค.
ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร(กทม.) ศาลาว่าการกทม. สำนักงานเลขานุการสภากทม.จัดสัมมนาในวาระพิเศษระหว่างสมาชิกสภากทม.กับคณะผู้บริการกทม. เพื่อรับทราบนโยบายของฝ่ายบริหาร และกำหนดบทบาทของส.ก.ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติ ภายหลังสมาชิกสภากทม.ได้รับการคัดเลือกและแต่งตั้งจำนวน 30 คนได้ประชุมอย่างไม่เป็นทางการเมืองวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ โลหะชาละ ประธานสภากทม. ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม โดยมีม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. รองผู้ว่าฯกทม. คณะผู้บริหาร หัวหน้าหน่วยงานร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวในที่ประชุมว่า กทม.จะยั่งยืนได้ต่อเมื่อฝ่ายนิติบัญญัติร่วมมือและตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน โดยที่ผ่านมาในช่วงที่พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมาเยือนกทม. พล.อ.อนุพงษ์ก็แสดงเจตนารมณ์ว่าจะสนับสนุนกทม.ทุกเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน รวมถึงได้คุยกับประธานสภากทม.แล้ว ก็ทราบว่าทุกคนพร้อมให้ความร่วมมือเช่นกัน ดังนั้นถ้าผนึกกำลังกันได้จะเป็นประโยชน์ให้ประชาชนได้อย่างดี ถึงแม้หลายฝ่ายมองว่าที่ผ่านมาบ้านเมืองยังประสบวิกฤติ ก็ขอให้ใช้วิกฤติเป็นโอกาสของทุกฝ่ายที่จะแก้วิกฤติร่วมกัน
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวต่อว่า ในการประชุมสภากทม.สมัยสามัญที่จะเกิดขึ้นในเดือนม.ค.2558 แต่ระหว่างนี้หากจะมีคณะทำงานร่วมกันระหว่างสภากทม.กับฝ่ายบริหารในการเตรียมยกร่างกฎหมายเรื่องต่างๆ ก่อนเข้าสู่สภากทม. หากสภากทม.เห็นด้วยก็อยากให้คณะทำงานชุดนี้ได้หารือกันก่อนถึงเวลาการประชุมสมัยสามัญ นอกจากนี้ ในเรื่องการติดตั้งกล้องวงจรปิด และการบรรจุไฟ ซึ่งบางครั้งเมื่อติดตั้งกล้องเสร็จแล้วต้องรออีก 5-6 เดือนเพื่อบรรจุไฟ หากการบรรจุไฟยังไม่เสร็จผู้รับเหมาก็ไม่สามารถส่งมอบงานได้ ประชาชนจึงคิดว่ากล่องทำอะไรไม่ได้ ก็คิดว่าเป็นกล้องดัมมี่ อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ระบุแล้วว่าจะให้การไฟฟ้านครหลวงรีบบรรจุไฟกล้องวงจรปิดให้เร็วที่สุด
“ส่วนเรื่องการทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ผ่านมาต้องยอมรับว่าอาจจะมีขรุขระบ้าง แต่จากนี้จะดีขึ้น เพราะจะมีการเชื่อมโยงสัญญาณกล้องไปยังสถานีตำรวจทั้ง 88 แห่ง จะทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยดูแลกล้อง และทำให้ป้องกันอาชญากรรมได้ เพราะภาพจะปรากฏที่สถานีตำรวจ เจ้าหน้าที่ก็จะปฏิบัติหน้าที่ได้ดีกว่าเดิม” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าว
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวอีกว่า สำหรับเรื่องนโยบายเรื่องการศึกษาของโรงเรียนในสังกัดกทม. 438 แห่งก็ยังมีมาตรฐานสูงเมื่อเทียบกับโรงเรียนอื่นหลายแห่ง ถ้าจะเรียกว่าไม่ด้อยกว่าโรงเรียนอื่นนั้น ตนขอไม่ชอบคำนี้ แต่ต้องคิดว่าโรงเรียนในสังกัดกทม.ดีกว่าโรงเรียนหลายแห่ง อาทิ เรื่องเรียนฟรี ก็มีมากกว่าโรงเรียนของรัฐบาล ล่าสุดปีที่แล้วมีอาหารเช้าฟรีให้เด็กนักเรียนด้วย รวมถึงมีการจัดติวหนังสือฟรีให้กับเด็กมัธยม 3 และ 6 ซึ่งทั้งสองอย่างโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่มี ขณะเดียวกันก็ยังมีหลักสูตรโตไปไม่โกง เป็นหลักสูตรที่ได้รับความนิยม ซึ่งโรงเรียนสังกัดอื่นก็อยากนำหลักสูตรนี้ไปใช้ด้วย
ด้าน นายไพฑูรย์ ขัมภรัตน์ อัยการพิเศษ ฝ่ายพัฒนากฎหมาย สำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวในฐานะส.ก.ว่า พร้อมทำงานร่วมมือกับกทม. โดยเฉพาะสมาชิกสภากทม.ก็เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ มีวินัย มีกติกา อย่างเช่นตนอยู่อัยการสูงสุด ก็ไม่นอกลู่นอกทาง จะทำตามนโยบายของกทม. เพื่อดูแลประชาชน หากจะช่วยได้เพียงน้อยนิดก็ยินดี เราเป็นส.ก.เฉพาะกิจจะอยู่นานแค่ไหนยังไม่ทราบ แต่ถ้าเรื่องไหนจะต้องรีบดำเนินการต้องทำทันที ผู้ว่าฯกทม.อย่าได้เกรงใจ เพราะคิดว่าปัญหาที่มีอยู่ ถ้าเราสามารถช่วยกันได้ส่วนตัวก็ยินดี
ขณะที่นายคำรณ โกมลศุภกิจ อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวในฐานะส.ก. ว่า ในอดีตตนเคยมาทำงานกับกทม.แล้ว 2 ครั้ง มาคราวนี้ก็ตั้งใจมาช่วยผู้ว่าฯกทม.บริหารกรุงเทพฯ โดยใช้กลไกจากฝ่ายสภากทม. แต่บ้านเมืองนี้ที่มีปัญหาเพราะเป็นการไม่ทำหน้าที่ หรือทำเกินเลยหน้าที่ แต่เราจะไม่ไปก้าวก่ายหรือแทรกแซงการทำงานของฝ่ายบริหาร และข้าราชการประจำ เว้นแต่มีข้อบัญญัติทางกฎหมายระบุให้ทำได้
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการร่วมประชุมว่า เป็นนิมิตหมายที่ดีที่ส.ก.ทุกคนแสดงเจตนารมณ์ชัดเจนว่าจะร่วมมือกับฝ่ายบริหาร ที่ผ่านมาถ้ามีร่างข้อบังคับเร่งด่วนทางสภากทม.ก็พร้อมเปิดสมัยประชุมวิสามัญได้ ก่อนถึงกำหนดประชุมสมัยสามัญในเดือนม.ค. อย่างไรก็ตามในส่วนกรอบเวลาการทำงานของส.ก.ที่ยังไม่ชัดเจนนั้น ยืนยันว่าไม่มีปัญหา จะเป็นนานเท่าไหร่ก็ไม่เป็นไร และคิดว่าจะไม่กระทบต่อการทำงานแน่นอน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศในที่ประชุมตลอดช่วงเช้ามีสมาชิกสภากทม.หลายคนได้สอบถามม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ถึงนโยบายของกทม.ในด้านต่างๆ โดยเฉพาะนโยบายทั่วไปนั้น ขอให้ออกเป็นนโยบายเฉพาะด้านเพื่อขับเคลื่อนลงมาสู่การปฏิบัติ รวมถึงเป็นห่วงสถานการณ์น้ำท่วม ภัยแล้ง ปัญหายาเสพติด การติดตั้งกล้องวงจรปิด และการแก้ไขปัญหาจราจร จากนั้นในที่ประชุมได้มีการบรรยายถึงการบริหารราชการกทม. การบริหารการเงิน การคลัง การพาณิชย์ของกทม. การบริหารงานบุคคลของกทม. รวมถึงการยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สินของส.ก. ให้กับสมาชิกสภากทม.ได้รับฟังเพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติร่วมกัน





