"ประยุทธ์" วอนชาวนางดทำนาปรัง หวั่นกระทบยาวถึงผู้ประกอบอาชีพอื่น
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "คืนความสุขให้คนในชาติ" ถึงกรณีการเปลี่ยนแปลงของสภาพดินฟ้าอากาศว่า ในช่วงนี้ สภาพอากาศเป็นช่วงจะเปลี่ยนฤดูอีกแล้ว จากฤดูฝนจะไปสู่ฤดูหนาว ก็อาจจะทำให้ประชาชนในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือต้องประสบกับภัยหนาวและมีผู้เสียชีวิตอีกเหมือนทุกปีที่ผ่านมา รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ ตนเองก็ห่วงใย คือเราห่วงใยล่วงหน้าอยู่แล้ว เรารู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต เราต้องเตรียมการเฝ้าระวัง แจ้งเตือน ติดตาม เตรียมตัวไว้ก่อน เพราะถ้าเราไม่เตรียมตัวขึ้นมา วันหน้าพอเกิดขึ้นมาก็ตื่นตระหนก แล้วก็มีการบาดเจ็บมีการสูญเสียมากมายในทุกๆ เรื่อง
ฉะนั้นปีนี้ต้องเตรียมการล่วงหน้า ส่วนราชการทุกส่วนราชการต้องเตรียมการในเรื่องของการติดตามสถานการณ์ แจ้งเตือน การเกิดภัย เตรียมการช่วยเหลือประชาชนในทุกภาคส่วน ในทุกพื้นที่ตามภัยพิบัติที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต เช่น ฝนตกน้ำ น้ำท่วม ฝนแล้ง จะต้องเตรียมตัวให้พร้อม ในเรื่องของการเพาะปลูกพืชที่ต้องอาศัยน้ำมากจะเสียหาย เพราะฉะนั้นนาปรัง ตนไม่แนะนำให้ปลูกอีกเลยหน้านี้ เพราะว่าปริมาณน้ำในเขื่อนนี้ไม่เกิน 60 เปอร์เซ็นต์ทั้งสิ้น 60 ไม่เกิน 70 เปอร์เซ็นต์ แล้วเราต้องเก็บน้ำในเขื่อน ไม่ใช่จะปล่อยมาเกษตรกรรมได้มากไปเรื่อยๆ เพื่อดูแลข้าว ดูแลพืชผล ผลิตผลต่างๆ ให้ได้ จนกระทั่งเก็บเกี่ยวได้ พูดง่ายๆ
" เพราะฉะนั้นถ้าปล่อยน้ำทั้งหมดปริมาณน้ำในเขื่อนน้อย พอน้ำน้อย หน้าแล้งจะมีปัญหา เพราะน้ำทะเลจะขึ้น ถ้าเราไม่ปล่อยน้ำลงมาดันน้ำทะเลไว้ น้ำทะเลก็จะเข้ามาในแผ่นดิน ทำให้ดินเค็ม ทำให้การเลี้ยงปลากระชัง ปลาอะไรต่างๆ เสียหายไปทั้งหมด ท่านต้องนึกถึงคนอื่นเขาด้วย ผมถึงบอกว่าในเมื่อเราช่วยชาวนา ชาวนาก็ช่วยผม นึกถึงคนอื่นเขาด้วย ผู้ประกอบอาชีพ การประมงชายฝั่ง ทั้งการประมงในน้ำจืด น้ำกร่อย จะมีผลกระทบไปหมด ถ้าน้ำเราน้อยจากเขื่อน กร่อยมาไม่พอ ก็ดันน้ำทะเลไม่ไหว น้ำทะเลก็ลึกเข้ามาในพื้นที่ ในแผ่นดินมากขึ้น ก็ฝากไว้ด้วย เพราะฉะนั้นเป็นห่วงนาปรัง เสียหายมาเราก็ช่วยไม่ได้ ช่วยไม่ไหว แต่ท่านจะต้องไปหาทางว่าจะทำอย่างไร " พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นายกฯ กล่าวอีกว่า วันนี้ได้ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้พิจารณาหาทางช่วยเหลือที่ว่า ในบริเวณลุ่มน้ำเจ้าพระยากว่า 1 แสนคน ถ้าหากว่างดการปลูกข้าวนาปรังชั่วคราวจะทำอย่างไรกับเขา ระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงสิ้นเดือนเมษายนปีหน้า เราจะสร้างรายได้ทดแทนให้กับพี่น้องชาวนานี้ได้อย่างไร อาจจะให้มาช่วยในเรื่องของการพัฒนาระบบชลประทาน ขุดลอกคูคลอง คันคลอง เจาะท่อระบายน้ำ ขุดลอกหนองน้ำธรรมชาติ โดยใช้แรงงานบ้าง อะไรต่างๆ เหล่านี้ โดยจ่ายค่าแรงรายวันไป อย่างน้อยก็มีเงินไปใช้จ่ายของครอบครัวเป็นระยะเวลาหนึ่งไปก่อน แต่ถ้าน้ำมีพอ ไม่มีปัญหา ก็ทำได้ แต่ขอให้รอสถานการณ์น้ำก่อน แต่วันนี้ จากการประเมินหรือการติดตามสถานการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาบอกแล้งหน้า แล้งมากกว่าปีที่แล้วอีก เพราะฉะนั้นปลูกข้าวในพื้นที่ที่มีน้ำน้อยเสียหายแน่นอน ระมัดระวังด้วย
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า สำหรับแรงงานที่มีฝีมือ ก็จะมีค่าแรงมากขึ้นกว่าปกติก็อาจจะ 300 บาท ถ้ามีค่าแรงฝีมือ นี่คือเป็นสิ่งที่เราต้องการทำ ไม่ใช่ทำการเกษตรอย่างเดียวแล้วจะรวย หรือจะมีการเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ยากตามที่ผมเรียนไปแล้วว่า ราคาผลิตผลการเกษตรไม่แน่นอน เพราะฉะนั้นถ้าท่านพัฒนาฝีมือของท่านไปเรื่อย ๆ เป็นแรงงาน ใช้แรงงาน ต่อไปก็เป็นแรงงานที่มีฝีมือ มีคุณภาพไปเรียนศึกษาต่อเพิ่ม ก็จะไปสอดคล้องกับการเป็น AEC ในปลายปี 2558 นี้ ท่านจะได้ไปพัฒนาตนเอง อาจจะไปเป็นระดับ Full man ระดับผู้บริหาร หรือไปแลกเปลี่ยน ไปทำงานต่างประเทศได้ โดยได้ค่าแรงเพิ่มขึ้น ซึ่งเขาเรียกการพัฒนาตนเองของแรงงาน





