วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รองนายกฯเชื่อเลือกสปช.ทำให้มีความหลากหลาย

"วิษณุ" รองนายกฯ เชื่อกระบวนการเลือกสปช.ทำให้มีความหลากหลาย ลั่นรัฐบาลแทรกแซงการเลือกประธานไม่ได้

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการสรรหา สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่มีหลายฝ่ายออกมาระบุถึงความไม่หลากหลายว่า ความหลากหลายหรือไม่หลากหลายของ สปช. จะไม่รู้จนกว่าจะมีการประกาศรายชื่อออกมา ซึ่งคณะกรรมการสรรหาที่คัดเลือก สปช. เขาเชื่อว่าได้ทำให้เกิดความหลากหลายแล้ว เพราะมีคนสมัครเข้ามา7,000 กว่ารายชื่อ กว่าจะคัดให้เหลือ 250 ชื่อต้องผ่านมาหลายด่าน และทราบว่า คณะกรรมการสรรหาแต่ละคณะได้ใช้วิธีการลงคะแนน โดยหยิบรายชื่อขึ้นมาลงคะแนน โดยจากคะแนนเต็ม7ส่วนใหญ่ผู้ที่ได้รับคัดเลือกจะได้คะแนน 5-7 คะแนน ตามจำนวนของกรรมการในแต่ละด้าน ซึ่งตนเชื่อว่าวิธีการดังกล่าวสามารถสร้างความหลากหลายได้พอสมควร

นายวิษณุ กล่าวต่อว่า เมื่อรายชื่อ สปช. ได้รับการโปรดเกล้าฯลงมา ที่คาดว่าจะเป็นเร็ววันนี้ จากนั้นจะประกาศให้ไปรายงานตัวต่อ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร โดยจะมีการนัดหมายเพื่อเรียกประชุมครั้งแรก และคาดว่าจะมีการเลือกประธานกันในการประชุมดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ ไม่ว่ารัฐบาลหรือใคร ก็ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงขั้นตอนดังกล่าวได้ได้ เป็นเรื่องที่ สมาชิก สปช. จะคิดวิธีการคัดเลือกประธาน สมาชิก สปช. กันเองว่าจะวิธีใด แต่ตนหนักใจว่า สปช. มาคนละทิศละทาง อาจไม่รู้จักคุ้นเคยกัน แต่ที่สุดแล้ว ก็ต้องมีกระบวนการที่ใช้ในการสรรหาประธาน เช่น หากใครซักคนประกาศตัวเสนอใครเป็นประธาน สปช. หรือประกาศว่าจะสนับสนุนใคร แล้วรายชื่อดังกล่าวนั้นเป็นที่ยอมรับ ก็คาดว่าจะสามารถไปต่อได้ อย่างไรก็ตาม บทบาทของประธาน สปช. ถือว่ามีไม่มากนัก ไม่สามารถชี้เป็นชี้ตายใครได้ ไม่อาจเปรียบเทียบกับประธานสนช. โดยมีหน้าที่แค่การควบคุมการประชุม กำกับบทบาทของสมาชิกที่มาอย่างหลากหลายในแต่ละด้านให้สามารถทำงานร่วมกันได้

นายวิษณุ กล่าวต่อว่า เมื่อมีการเลือกประธาน สปช. และ รองประธาน เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วขั้นตอนหลังจากนั้นจะเป็นการตั้งกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ จำนวน 36 คน ภายใน 15 วัน นับแต่วันประชุม สปช. ครั้งแรก ซึ่งจะมาทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญ และเมื่อตั้งกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จ สปช. ต้องวางกรอบไปว่าอยากเห็นหน้าตาของรัฐธรรมนูญชุดนี้ออกมาอย่างไร ซึ่งต้องให้เวลาในการกำหนดเรื่องนี้ประมาณ60 วัน จากนั้น กรรมาธิการก็จะนำกรอบดังกล่าวไปเขียนรัฐธรรมนูญ โดยใช้ระยะเวลา 4 เดือน

รองนายกฯกล่าวต่อว่า สำหรับรายชื่อผู้ที่ไม่ได้รับการคัดเลือกให้เข้ามาเป็น สปช. นั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ระบุว่า บุคคลเหล่านี้เป็นผู้หวังดีต่อประเทศ อยากให้มีการตั้งเวทีอย่างเป็นทางการเพื่อรองรับบุคคลเหล่านี้ โดยเป็นเวทีตามความถนัดและสมัครใจ ซึ่งข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะจากเวทีเหล่านี้ จะส่งต่อไปตามความเหมาะสม อาจจะให้ รัฐบาล สนช. หรือ คสช. ก็ได้ ส่วนรูปแบบเวทีจะเป็นแบบไหนอย่างไรนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ เพราะต้องดูเรื่องงบประมาณ ที่ให้มีการประหยัด สถานที่ ที่สำคัญแต่ละเวทีต้องทำงานสอดรับกันไม่ซ้ำซ้อน นอกจากนี้ หากบุคคลกลุ่มอื่นๆที่ต้องการจะสร้างเวทีอะไรขึ้นมาเป็นคู่ขนานก็ไม่ขัดข้อง แต่ขอให้ระมัดระวัง อย่าให้ขัดกับกฎอัยการศึก