วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สนช.มีมติรับหลักการกม.การค้างาช้าง

สนช.มีมติรับหลักการ กม.การค้างาช้าง สกัดแก๊งค์ลักลอบซื้อขายงาข้ามชาติ กำหนดบทลงโทษหนักติดคุก ปรับนับล้าน

มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มี นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. เป็นประธานการประชุม โดยได้พิจารณาร่างพ.ร.บ. การค้างาช้าง พ.ศ...มีหลักการและเหตุผลสำคัญคือประเทศไทยมีกฎหมายควบคุมการค้าการครอบครองงาช้าง หรือผลิตกภัณฑ์ที่ทำจากงาช้างตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า แต่ยังไม่มีกฎหมายควบคุมการค้าและการครอบครองงาช้าง หรือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากงาช้างตามกฎหมายว่าด้วยสัตว์พาหนะ จึงมีการนำช้างป่าตามกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่ามาสวมสิทธิและจดทะเบียนเป็นสัตว์พาหนะเพื่อตัดงาช้าง รวมถึงลักลอบนำเข้างาช้างแอฟริกาเพื่อนำมาค้า หรือ แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำจากงาช้าง ประกอบกับไทยมีได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์(CITES) จึงมีพันธกรณีที่จะต้องปฏิบัติตามอนุสัญญาที่กำหนดให้ประเทศสมาชิกต้องมีมาตรการควบคุมการค้างาช้าง หรือผลิตภัณฑ์ที่ได้มาจากการแปรรูปงาช้างภายในประเทศมิให้ปะปนกับงาช้างที่ได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

ทั้งนี้ร่างดังกล่าวมีการกำหนดให้ผู้ประกอบกิจการค้างาช้างต้องยื่นคำขออนุญาตประกอบกิจการต่ออธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการขออนุญาต การอนุญาต การประกอบกิจการ และการพักใช้หรือเพิกถอนในอนุญาต ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง ห้ามผู้ใดส่งออกหรือนำเข้างาช้างเว้นแต่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี ผู้ใดที่มีงาช้างไว้ครอบครองต้องมาแจ้งต่ออธิบดีเพื่อออกเอกสารการครอบครองไว้เป็นหลักฐาน หากกรณีใดน่าสงสัยให้ผู้ครอบครองนำเอกสารมายืนยันว่าได้งาช้างมาถูกต้องตามกฎหมาย แต่ถ้าไม่สามารถพิสูจน์ได้ก็ให้ยึดตกเป็นของแผ่นดินภายใน30วัน แต่เจ้าของมีสิทธิอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีได้ภายใน15วัน โดยให้คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีเป็นอันสิ้นสุดนอกจากนี้หากผู้ครอบครองช้างต้องการโอนการครอบครอง เปลี่ยนแปลงสถานที่ แปรสภาพ หรือเปลี่ยนรูปร่างงาช้างที่อยู่ในความครอบครอง ต้องแจ้งเป็นหนังสือต่ออธิบดีก่อนวันดำเนินการ โดยกฎหมายให้อำนาจเจ้าพนักงาน(ตำรวจ)สามารถเข้าไปตรวจสอบสถานที่ประกอบกิจการในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นจนถึงพระอาทิตย์ตกหรือในเวลาทำการของสถานที่เพื่อตรวจสอบ

ส่วนการกำหนดบทลงโทษ หากไม่มีการแจ้งประกอบการกับอธิบดี หรือนำเข้า ส่งออกโดยไม่ได้รับอนุญาตมีโทษจำคุก1 ปี ปรับไม่เกิน2ล้านบาท หากมีไว้ครอบครองแล้วไม่มีแจ้ง หรือโอนการครอบครอง เคลื่อนย้าย แปรสภาพงาช้างโดยไม่แจ้งก่อนล่วงหน้า มีโทษปรับไม่เกิน1ล้านบาท และหากไม่อำนวยความสะดวกให้กับเจ้าพนักงานโทษปรับไม่เกิน5 หมื่นบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมาชิกส่วนใหญ่อภิปรายสนับสนุนร่างดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าขณะนี้มีปัญหาเกี่ยวกับการลักลอบซื้อขายงาช้างจำนวนมาก แต่แสดงความเป็นห่วงต่อการจำแนกช้างไทย ซึ่งที่ผ่านมาไม่ได้มีการทำอย่างเป็นระบบและรัดกุมเพียงพอ อาจก่อให้เกิดช่องโหว่ให้เจ้าหน้ารัฐแสวงหาประโยชน์ หรือกลายเป็นเหตุถูกฟ้องร้อง จากนั้นที่ประชุมได้ลงมติเอกฉันท์ 197 เสียงรับหลักการวาระ1 พร้อมทั้งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาจำนวน 15 คน อีกทั้งยังมีการรับหลักการร่างพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ..ด้วยมติเอกฉันท์ จำนวน 196 คน โดยใช้คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดเดียวกับร่างพ.ร.บ.การค้างาช้าง เนื่องจากมีเนื้อหาลักษณะเดียวกัน