วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สถ.ปัดปลดพนักงานลูกจ้างนับหมื่นคน

"สถ." ปัดปลดพนักงานลูกจ้างนับหมื่นคน ยันแจงผ่าน"คสช.-สำนักนายกฯ"แล้ว เชื่อการเมืองเอี่ยวป่วน

นายสมดี คชายั่งยืน รองอธิบดีกรมส่งเสริมการการปกครองท้องถิ่น ( สถ.) กล่าวถึงกรณีนายพิพัฒน์ วรสิทธิดำรง นายกสมาคมฯ และสหพันธ์พนักงานท้องถิ่นแห่งประเทศไทย พร้อมตัวแทนเดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ขอให้ช่วยเหลือพนักงาน และลูกจ้างท้องถิ่นที่ถูกปลดนับหมื่นคนในเดือนนี้ว่า เรื่องนี้ได้เคยชี้แจงไปทางสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะรักษาความสงบแห่งชาติไปแล้ว เนื่องจากเรามีกฎหมายท้องถิ่นระบุไว้เงินรายรับของ อปท.ในส่วนของรายจ่ายที่เป็นค่าจ้างของแต่ละ อปท. ต้องไม่เกิน 40 เปอร์เซ็นต์ ต้องเรียนว่าปัญหาตรงนี้เกิดขึ้นในยุคของรัฐบาลที่ผ่านมาที่ระบุว่า ผู้ที่จบปริญญาตรีต้องได้รับเงินเดือนค่าตอบแทน15,000 บาท ทำให้มีผลย้อนหลังปรับเงินเดือนข้าราชการตั้งแต่ปี 56

"การแก้ปัญหาของเราได้มีคณะกรรมการกำหนดมาตรฐานของตำแหน่งหากท้องถิ่นใดใช้เงินรายจ่ายเกิน 40 เปอร์เซ็นตร์ก็ให้ลดรายจ่าย ถ้าไม่เกินก็ไม่ต้องเลิกจ้าง เรามีหนังสือแจ้งไปยังผู้ว่าฯทุกจังหวัดในส่วนนี้ไปแล้ว ถ้าท้องถิ่นใดประสงค์จะจ้างก็ต้องทำตามระเบียบถ้าค่าจ้างมากก็ขอให้รับเป็นลักษณะจ้างเหมาจากบริษัทแทน แล้วถ้ารายจ่ายเกิน 40 เปอร์เซ็นตร์ก็ต้องเลิกจ้าง อย่างไรก็ตามเราทราบมาว่า บางท้องถิ่นมีปัญหาในลักณะไม่ใช่คนของตัวเองแล้วไปเลิกจ้าง ตรงนี้ทำไม่ได้เพราะผู้ว่าฯจะไม่อนุมัติ" รองอธิบดี สถ. กล่าว

นายสมดี กล่าวต่อว่า สิ่งที่พนักงานท้องถิ่นต้องการคือให้ผู้บริหาร อปท.นั้นหารายได้เพิ่มให้เขา ไม่ใช่รอเงินอุดหนุนจากรัฐบาล ในปี 57 ท้องถิ่นส่วนใหญ่มีปัญหาด้านเศรษฐกิจจัดเก็บเงินภาษีได้น้อย แล้วก็มีปัญหาเรื่องของโบนัสอีก เรียกว่า รายจ่ายสูง รายได้น้อยลงจึงต้องปลดพนักงานจ้างออกถ้าครบสัญญา ซึ่งสัญญาส่วนมากจะเป็นปีต่อปีหรืออย่างมากก็ 3 ปี ถ้าท้องถิ่นหารายได้เพิ่มขึ้นก็สามารถจ้างพนักงานลูกจ้างต่อไปได้ ดังนั้น อปท.บางแห่งต้องพัฒนารายได้ของตัวเองด้วย

ในส่วนที่มีการระบุว่า ได้มีการปลดเลิกจ้างไปหมื่นคนแล้ว รองอธิบดี สถ. กล่าวว่า ไม่เป็นความจริงหรอก มากสุดก็แค่ 1 พันกว่าคนแล้วที่ทราบมาผู้บริหาร อปท.บางคนใช้วิธีการให้ลูกจ้างบางคนลาออกไปก่อนค่อยจ้างเข้ามาใหม่ ขอยืนยันว่า ตัวเลขดังกล่าวไม่ใช่แน่นอน แต่เราก็ยังไม่ทราบขอเวลาไปตรวจสอบก่อน คิดว่าคงใช้เวลาไม่นาน ซึ่งเหตุการณ์นี้เพิ่งเกิดในระยะเวลา 1-2 เดือนที่สืบเนื่องจากการปรับเงินเดือนข้าราชการท้องถิ่น

"ผมมองว่า เรื่องนี้มีลักษณะกึ่งการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องเป็นลักษณะการสร้างพลังร่วมแล้วเข้าไปรับประโยชน์" รองอธิบดี สถ. ระบุ