"วิชา"ระบุญหาสำคัญที่บั่นทอนการพัฒนาประเทศคือปัญหาการทุจริต ลั่นถ้าไม่มียึดอำนาจ ประเทศพินาศไปแล้ว
ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) นายวิชา มหาคุณ กรรมการป.ป.ช. กล่าวบรรยายในหัวข้อ "แนวทางการรวมพลัง(Synergy) และการประสานความร่วมมือให้เกิดเครือข่าย(Network) ทางศาสนาป้องกันการทุจริต" โดยมีผู้แทนศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิก ศาสนาคริสต์นิกายโปรเตสแตนท์ ศาสนาพราหมณ์พระราชครูในสำนักพระราชวัง และผู้แทนศาสนาซิกซ์ ซึ่งเป็นการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการปราบปรามทุจริต โดยใชกลไลทุกศาสนาเพื่อร่วมกันรณรงค์ป้องกันและเสริมสร้างทัศนคติค่านิยมในความซื่อสัตย์สุจริต
นายวิชา เริ่มต้นในการบรรยายว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีปัญหาสำคัญที่บั่นทอนการพัฒนาประเทศคือปัญหาการทุจริต การรวมพลังและผนึกกำลังของผู้นำแต่ละศาสนาเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ เพื่อปรับเปลี่ยนฐานความคิดของคนในทุกภาคส่วนในการรักษาผลประโยชน์สาธารณะ ซึ่งหากมีการผนึกกำลังจากทุกภาคส่วนในการต่อต้านทุจริต ตนเชื่อว่าปัญหานี้จะลดน้อยลงตามลำดับ พร้อมกับยกตัวอย่างถึงวิกฤติที่สุดของประเทศคือ การยึดแผ่นดิน แล้วคนของเราเต็มใจที่จะขายด้วย ที่เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่าก็เจอปัญหานี้ ที่เต็มไปด้วยคนจีนเข้ามา ลงทุนทุกอย่าง คนพม่าก็ขายที่ให้บริษัทห้ามชาติ ได้เงินมาแล้วย้ายไปอยู่เมืองเล็กๆ
พร้อมกันนั้น นายวิชา ยังได้ยกตัวอย่างเพิ่มเติมว่า ในบ้านเราก็เกิดปัญหาเช่นนี้จำนวนมาก เห็นได้จากอุทยานสิรินาถฯ ที่มีการนำที่สาธารณะไปออกโฉนดแล้วยังไม่พอ ยังเอาไปขายให้ต่างชาติอีก ประชาชนจะลงไปเล่นน้ำ หรือเข้าไปเดินเล่นก็ทำไม่ได้ เขากั้นพื้นที่ไว้หมด และทันทีที่นายทุนได้โฉนดมาก็จะนำไปจำนองกับธนาคาร ได้เงินกันเป็นพันล้าน ทั้งที่ที่ตรงนั้นคนไทยทุกคนเป็นเจ้าของ ไม่เฉพาะกรณีนี้เท่านั้น หลายพื้นที่ในประเทศไทยมีชาวต่างชาติจับจองเป็นเจ้าของพื้นที่จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นที่ภูเก็ต เกาะสมุย หรือพัทยา วันนี้ฝรั่งเป็นเจ้าของที่ดินเต็มไปหมด เราพูดอะไรไม่ได้ น้ำท่วมปาก ถ้าจะแก้ปัญหาต้องให้ประชาชนผลึกกำลังกัน แม้มันเป็นมุมมองที่ลึกแต่ต้องปรับเข้ามาให้เป็นนิสัย
"เราจะเสียแผ่นดินไม่ได้แม้แต่ตารางนิ้วเดียว การโกงเป็นบาปที่ไม่มีวันไถ่ถอนได้เลย เพราะการโกงเงินของคนทุกคนทุกชนชั้น คนเหล่านี้จะถูกสาปแช่งทุกวันทุกคืน ไม่ได้ดี เพราะว่าโกงเงินของประชาชนส่วนที่เป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย" นายวิชา กล่าว
ขณะเดียวกัน นายวิชา ยังได้กล่าวถึงอีกวิธีแก้ปัญหาทุจริตให้ได้ผล ซึ่งในหลายประเทศมีการนำเรื่องนี้มาบังคับใช้นานแล้ว นั่นก็คือภาษีมรดก ซึ่งนายวิชา ระบุอย่างหนักแน่นว่า องค์ประกอบสำคัญที่นอกเหนือจากวิสัยทัศน์ที่ต้องการปราบปรามทุจริตแล้ว จะต้องตีจุดหนักที่สุดของการทุจริตคือ การปกปิด ด้วยการต้องทำให้โปร่งใส สังเกตหรือไม่ว่าเหตุใดต่างชาติจึงคิดเรื่องภาษีมรดกขึ้นมา ซึ่งในความเป็นจริงถ้านับเฉพาะตัวเงินนั้นถือว่าได้ไม่มากเท่าใด แต่วัตุประสงค์จริงๆ คือต้องการให้มีการเปิดเผย เพื่อต้องการรู้ว่าใครเก็บงำอะไรเอาไว้เท่าไหร่ ในประเทศญี่ปุ่นมีการเก็บภาษีประเภทนี้มานานตั้งแต่สมัยโชกุน เพราะเขาไม่ต้องการให้เก็บสมบัติเอาไว้ต้องการให้เป็นส่วนรวม นั่นคือกุศโลบายคือ ต้องการพิทักษ์ผลประโยชน์ของประเทศชาติ
"ไม่มีวิธีการไหนเปิดเผยได้ดีเท่าเก็บภาษี มันทะลุทะลวงไปถึงครอบครัว" นายวิชา กล่าว
นายวิชา กล่าวอีกว่า ค่านิยมสังคมเปลี่ยนไปเงินเป็นพระเจ้าแทนศาสนา ซึ่งหากวันนี้ไม่มีการยึดอำนาจประเทศคงจะพินาศไปแล้ว เพราะมีการข่าวชัดเจนว่ามีกองกำลังต่างชาติเข้ามา อีกทั้งหลากหลายภาคส่วนสามารถซื้อได้ด้วยเงิน วันนี้ทุกคนในสังคมต้องช่วยกันในการต่อต้านการทุจริตอย่าให้เป็นหน้าที่ของป.ป.ช.ฝ่ายเดียว





