วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เทียนฉาย-ชัยอนันต์'ชิงปธ.สปช.

"เทียนฉาย-ชัยอนันต์" ชิงปธ.สปช. "บวรศักดิ์" เต็งนั่งประธานยกร่างรัฐธรรมนูญ

"ประยุทธ์"เมิน อดีตส.ว.ร้องศาล เบรกประกาศรายชื่อสปช. ยันพิจารณาผู้ที่เหมาะสม เผยนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯแล้ว แจงตั้งสนช.เพิ่ม เพื่อสะสางกฎหมายค้างเก่า เลขากกต.ชี้ศาลเบรกประกาศรายชื่อสปช.ไม่ได้ เหตุรธน.-พรฎ.สปช.ให้อำนาจหัวหน้าคสช.ชี้ขาด คาด"เทียนฉาย-ชัยอนันต์"เต็งประธานสปช. ขณะ"บวรศักดิ์"ประธานกมธ.ยกร่างรธน. "อัญชะลี" แย้ม "คำนูณ-รสนา-ประสาร" ติดสปช.

วานนี้(28 ก.ย.) ที่กรมการขนส่งทหารบก(ขส.ทบ.)พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายยุทธนา ยุพฤทธิ์ อดีตส.ว.ยโสธร ยังข้องใจการคัดเลือกสปช.โดยเฉพาะในระดับจังหวัดว่ายังมีการล็อกสเปคหรือไม่ว่า หากรายชื่อออกมาขอให้ไปดูว่าจะล็อกกันได้อย่างไร รายชื่อทั้งหมดก็ได้ดำเนินการ 2 ทางคือ การรับสมัครโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ซึ่งได้ตรวจสอบคุณสมบัติในเบื้องต้น ขณะที่กระบวนการในการคัดเลือกให้เหลือ 250 คนนั้นเราพิจารณาบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและเป็นไปตามการคัดสรรของคณะกรรมการ ทุกคณะที่ดำเนินการมาตามลำดับโดยตลอด อย่างไรก็ดีขณะนี้ตนได้นำรายชื่อสปช.ขึ้นทูลเกล้าฯเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ส่วนที่นายยุทธนาจะไปร้องที่ศาลปกครองเพื่อขอให้ชะลอการประกาศรายชื่อสปช.นั้น พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ขอให้ไปร้อง ซึ่งก็เป็นเรื่องของศาลปกครอง หากเห็นว่า ส่วนไหนไม่ถูกต้องเป็นธรรมก็ดำเนินการไป ศาลว่าอย่างไรก็ต้องว่าตามศาล ในส่วนเราต้องทำงานไปตามลำดับ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ยืนยันจะนำขึ้นรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ก็ต้องทำ เพราะเป็นไปตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ส่วนที่นายยุทธนา เปิดเผยข้อมูลว่ามีนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) ที่มีสายสัมพันธ์กับทหารปรากฏอยู่ในรายชื่อสปช.นั้น พล.อ.ประยุทธ์ ถามกลับว่า ในคุณสมบัติสปช.มีข้อไหนเขียนหรือไม่ว่า สปช.ต้องเป็นวปอ.หรือว่าไม่เป็นวปอ.

ถามต่อว่าสปช.จำนวน 250 คนมีนักศึกษาวปอ.อยู่เป็นจำนวนมากหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ และไม่ได้เอาชื่อวปอ.มาอ่าน

แจงตั้งสนช.เพิ่มเพื่อเคลียร์ก.ม.ค้างเก่า

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงความจำเป็นในการแต่งตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เพิ่มอีก 28 คนว่า รัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่าต้องคัดเลือกสนช.ไม่เกิน 220 คน การแต่งตั้งเพิ่มเติมเพื่อเข้าไปเร่งดำเนินการกฎหมายหลายฉบับที่ยังค้างอยู่จำนวนมาก เนื่องจากปัจจุบันการทำงานของสนช.ก็มีการจัดตั้งคณะอนุกรรมาธิการหลายคณะด้วยกันแล้ว ดังนั้นจะได้ไปเพิ่มจำนวนคนที่มีอยู่ทำให้ครบถ้วนในการจัดตั้งอนุกรรมาธิการที่จะได้ไม่ซ้ำซ้อนกันมากนักในการที่จะดำเนินการพิจารณาทางกฎหมาย

กกต.ชี้ฟ้องศาลเบรกตั้งสปช.ไม่ได้

ด้านนายบุณยเกียรติ รักชาติเจริญ รองเลขาธิการกกต.กล่าวว่า กรณีที่นายยุทธนาจะไปร้องศาลปกครองนั้นสามารถยื่นได้ แต่ศาลปกครองอาจจะไม่สามารถสั่งให้ชะลอกระบวนการต่างๆ ได้ เพราะในมาตรา 17 ของพ.ร.ฎ.ว่าด้วยการสรรหาสปช.ที่ระบุว่ากรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการเสนอชื่อหรือการสรรหา หรือมีปัญหาอื่นใดเกี่ยวกับการดำเนินการตามพ.ร.ฎ.นี้ ให้หัวหน้าคสช.วินิจฉัยและเมื่อได้ดำเนินการตามคำวินิจฉัยของหัวหน้าคสช.แล้วให้ถือว่าเป็นการชอบด้วยพ.ร.ฎ.นี้และกฎหมาย อีกทั้งในรัฐธรรมนูญก็ระบุว่าให้คสช.เป็นผู้คัดเลือกอยู่แล้ว

"เทียนฉาย-ชัยอนันต์"เต็งปธ.สปช.

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายว่า บุคคลที่อยู่ในการพิจารณาอันดับต้นๆ ที่อาจจะได้เป็นประธานสปช.คือ นายเทียนฉาย กีระนันท์ รองประธานกรรมการมูลนิธิสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และอดีตอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เนื่องจากเป็นบุคคลที่มีเกียรติประวัติดีและการทำงานที่เป็นที่ยอมรับของคนในวงกว้าง

นอกจากนี้อีกคนที่มีการคาดการว่าอาจจะได้มาเป็นประธานสปช. คือ นายชัยอนันต์ สมุทวณิช อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และอดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีสมัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์

แหล่งข่าวซึ่งเป็นบุคคลที่คาดว่าน่าจะได้รับการสรรหาเป็น สปช. ให้ความเห็นว่า บุคคลที่จะมาเป็นประธานสปช. น่าจะมีคุณสมบัติ ดังนี้ 1.มีความสัมพันธ์ที่ดีกับคสช. หรืออีกนัยหนึ่ง คือ คสช.สามารถสั่งการได้ระดับหนึ่ง 2.สามารถควบคุมการประชุมสปช.ซึ่งมีสมาชิกที่มาจากหลากหลายได้ 3.ไม่มีสีชัดเจนว่าอยู่ขั้วไหน เพื่อสามารถนำทัพในการปฏิรูปประเทศเพื่อสร้างความปรองดองได้

“หากเป็นอาจารย์เทียนฉาย ก็คงมีลักษณะคล้ายๆ ท่านพรเพชร คือเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ แต่อาจจะมีจุดอ่อนคือ ไม่มีประสบการณ์ในการควบคุมการประชุมสภา ซึ่งต้องยอมรับว่ามีสมาชิกเป็นระดับเขี้ยวลากดินทั้งนั้น แต่หากเป็นอาจารย์ชัยอนันท์ น่าจะมีประสบการณ์มากกว่า” แหล่งข่าวคนดังกล่าวระบุ

“บวรศักดิ์”เต็งประธานกมธ.ยกร่างรธน.

สำหรับ นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ซึ่งถูกมองว่าเป็นตัวเต็งคนหนึ่งที่สามารถเป็นประธานสปช. ได้นั้น แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ได้ทราบมาว่านายบรศักดิ์ ถูกวางตัวให้มาเป็นประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)ยกร่างรัฐธรรมนูญ

“พรเพชร”จ่อนัดสนช.ถกหลังประกาศชื่อสปช.

ด้านนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. กล่าวว่า หลังจากที่สปช. ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเรียบร้อย จะต้องจัดประชุมเพื่อเลือกประธานและรองประธานสปช. โดยบุคคลที่จะเข้ามารับตำแหน่งประธานสปช. นั้น ส่วนตัวไม่สามารถคาดเดาได้ เพราะเป็นเรื่องที่สมาชิกสปช. จะเป็นผู้ลงมติ

อย่างไรก็ตาม มองว่าบุคคลที่เหมาะสมจะเป็นประธานสปช. ต้องเป็นผู้อาวุโสพอสมควร ได้รับการยอมรับของสมาชิกทั้งจากประวัติการทำงาน มีความเป็นกลาง ยอมรับฟังความเห็นของผู้อื่นและพร้อมรับฟังความเห็นที่แตกต่าง นอกจากนั้นแล้วต้องยึดความถูกต้องของกติกา ไม่ใช้เผด็จการหรือยึดข้อบังคับ,กฎเกณฑ์ที่เคร่งครัดเกินไป แต่ต้องมีความประนีประนอม ทั้งนี้หลังจากที่สปช. ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการและเสร็จสิ้นการประชุมนัดแรกแล้วตนจะนัดหมาย สนช.ให้หารือเรื่องดังกล่าว เบื้องต้นการส่งรายชื่อนั้นต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุม สนช.

นายพรเพชร ยังกล่าวถึงรายชื่อสมาชิกสปช.ที่ปรากฏผ่านสื่อในขณะนี้ว่า ตนยังไม่เห็นรายชื่อดังกล่าว ไม่ทราบว่ามีใครที่ได้เป็น สปช.บ้าง แต่ทราบเฉพาะ 50 คน ที่ตนได้คัดเลือกในด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเท่านั้น และเห็นว่าหาก สปช. มีความหลากหลายก็เป็นเรื่องที่ดี เพราะเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ส่วนการที่นายยุทธนา ยุพฤทธิ์ อดีต ส.ว.ยโสธร และผู้เข้ารับการสรรหา สปช.จ.ยโสธร จะยื่นฟ้องศาลปกครอง เพื่อให้ออกคำสั่งคุ้มครองชะลอการประกาศรายชื่อ สปช.ในจังหวัดที่มีปัญหานั้น ก็เป็นสิทธิที่สามารถยื่นเรื่องได้ แต่ต้องดูว่าศาลปกครองมีอำนาจที่จะรับเรื่องนี้ไว้ตามกฎหมายได้หรือไม่ ซึ่งตนไม่อยากแสดงความเห็นเรื่องนี้ เพราะต่างคนต่างความคิด

ระบุ 3 ข้อคุณสมบัติกมธ.ยกร่างรธน.

ส่วนการคัดเลือกสมาชิก สนช. จำนวน 5 คน เพื่อเข้าไปทำหน้าที่กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญนายพรเพชรกล่าวว่า บุคคลที่จะไปทำหน้าที่ดังกล่าวนั้นต้องมีคุณลักษณะคือ 1. ต้องมีเวลาอย่างแท้จริง เพราะงานยกร่างรัฐธรรมนูญต้องทำทุกวัน 2. ต้องมีความรู้ และประสบการณ์ด้านสังคมศาสตร์, รัฐศาสตร์, นิติศาสตร์ และด้านต่างๆ 3. ต้องไม่เป็นผู้ที่มีส่วนได้เสียหรือเกี่ยวข้องกับการเข้าสู่อำนาจ หรือการใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ บุคคลที่จะเข้าไปดำรงตำแหน่งกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้จำกัดเฉพาะบุคคลที่เคยร่วมยกร่างรัฐธรรมนูญมาก่อน อาจจะเป็นคนหน้าใหม่ก็ได้ แต่คนที่จะเข้าไปทำหน้าที่ต้องเป็นไปตามความสมัครใจ

"อัญชะลี"ชี้"คำนูณ-รสนา-ประสาร"ติดสปช.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 27 ก.ย. น.ส.อัญชะลี ไพรีรักษ์ อดีตแกนนำกปปส. ได้โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัว ถึงบุคคลที่คสช.เลือกให้เป็นสมาชิกสปช. ว่า นายคำนูณ สิทธิสมาน, น.ส.รสนา โตสิตระกูล, นายประสาร มฤคพิทักษ์ อดีตสว. และ นายธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เป็นสปช.

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์สอบถามข้อมูลไปยังนายประสาร ได้รับคำตอบว่าเรื่องดังกล่าวตนยังไม่ทราบ ต้องรอการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งอย่างเป็นทางการก่อน ขณะที่บุคคลอื่นที่มีกระแสข่าวว่าจะได้รับเลือกเช่นกัน อาทิ นายบรรเจิด สิคะเนติ นักวิชาการจากสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ก็ปฏิเสธที่จะตอบคำถามและให้ข้อมูลยืนยัน

“สมชาย”ชมกลุ่ม40ส.ว.คุณสมบัติเหมาะสม

นายสมชาย แสวงการ สมาชิกสนช.และแกนนำกลุ่ม 40 ส.ว. กล่าวถึงกระแสว่า รายชื่อสปช.ส่วนใหญ่เป็นขั้วตรงข้ามกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า ยังไม่ทราบข้อเท็จจริง แต่เชื่อว่าไม่เป็นเช่นนั้น เพราะกลุ่ม 40 ส.ว. ซึ่งมีมากถึงกว่า 90 คน ในครั้งที่สนับสนุนนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย เป็นประธานวุฒิสภาปี 2557 ก็ปรากฏมีกระแสว่า มีรายชื่อเข้ามาเป็นเพียงไม่กี่คน อาทิ นายประสาร มฤคพิทักษ์ นายวันชัย สอนศิริ นายไพบูลย์ นิติตะวัน นายคำนูณ สิทธิสมาน หรือ น.ส. รสนา โตสิตระกูล ซึ่งบุคคลเหล่านี้ก็มีประสบการณ์และความรู้ที่จะเข้ามาทำงานปฏิรูปประเทศทั้งสิ้น

“เชื่อว่าเมื่อมีการประกาศรายชื่อ สปช.ทั้งหมด 250 คน จะเกิดความสมดุลและมีความหลากหลาย ซึ่งจะเป็นเวทีในการถกเถียงและปฏิรูปประเทศอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตามไม่อยากให้มองว่าคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเข้ามาแล้วจะสร้างปัญหา แต่หากจะนำคู่ขัดแย้งเข้ามาก็ต้องดูที่คุณสมบัติด้วยว่าเป็นผู้ที่เหมาะสมและสร้างสรรค์งานหรือไม่ หากเป็นพวกที่นิยมความรุนแรงก็ไม่ถูกต้อง” นายสมชายกล่าว