วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'รมว.คมนาคม'ยันพร้อมดันโครงการต่างๆที่ศึกษาไว้

"ประจิน" รมว.คมนาคม ติดตามโครงการในพื้นที่ภูเก็ต แนะลงทุนขนาดใหญ่ที่ร่วมทุนควรถึงนักธุรกิจท้องถิ่นเข้าร่วม

วานนี้ (28ก.ย.) พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมด้วยนางสร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม และคณะ เดินทางลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต เพื่อตรวจราชการด้านคมนาคมขนส่งในจังหวัดภูเก็ต ทั้งทางบก ทางเรือ และทางอากาศ โดยได้มีการประชุมร่วมกับนายไมตรี อินทุสุต ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต หน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม ผู้นำองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และนายเรวัต อารีรอบ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต เพื่อรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับสภาพปัญหา และโครงการลงทุนด้านการคมนาคมขนส่งที่อยู่ในความดูแลของกระทรวงคมนาคมในจังหวัดภูเก็ต ทั้งทางบก ทางน้ำและทางอากาศ ที่ห้องประชุมอันดามัน สโมสรวิทยุการบินภูเก็ต ต.ไม้ขาว อ.ถลาง จ.ภูเก็ต

ทั้งนี้ได้มีการนำเสนอโครงการพัฒนาด้านการคมนาคมต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ในด้านการคมนาคมทางบก อาทิ โครงการถนนผังเมืองรวม สาย ก โครงการทางลอดสี่แยกดาราสมุทรและทางแยกโลตัส ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง โครงการทางแยกบางคู-เกาะแก้ว โครงการทางลอดห้าแยกฉลอง โครงการอุโมงค์ทางลอดป่าตอง โครงการรถไฟรางเบาสนามบิน-ห้าแยกฉลอง ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษา เป็นต้น การคมนาคมทางน้ำ อาทิ โครงการลงเรือขึ้นเครื่องเส้นทางสนามบินภูเก็ต-ป่าตอง การพัฒนาท่าเทียบเรือต่างๆ เป็นต้น โครงการการคมนาคมทางอากาศ อาทิ การพัฒนาและขยายสนามบินภูเก็ต โครงการหาพื้นที่สร้างสนามบินใหม่ เป็นต้น

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวถึงการเดินทางลงพื้นที่ในจังหวัดภูเก็ต ว่า เพื่อรับทราบของมูลจากทางจังหวัดภูเก็ต แลหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคม เกี่ยวกับประเด็นปัญหาการเดินทางมาสู่จังหวัดภูเก็ตทั้งทางอากาศ ทางบก ทางน้ำ ว่าเป็นอย่างไร มีปัญหาอุปสรรคอะไรบ้าง เพื่อทางกระทรวงฯ จะสามารถสนับสนุนเพิ่มเติมหรือเร่งรัดโครงการต่างๆ ได้อย่างไร ทั้งนี้เพื่อคลี่คลายปัญหาด้านการจราจร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตการเดินทางของประชาชนและนักท่องเที่ยวให้ดีขึ้น รวมถึงประเด็นในการจัดทำแผนยุทธศาสตร์หรือแผนแม่บทในการรักษาภูเก็ตให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่คนทั่วโลกได้ระลึกถึงและจดจำไปตลอด โดยต้องพยายามรักษาสิ่งแวดล้อมให้สวยงาม เป็นเมืองที่มีความสะดวกสบาย และรองรับด้วยสิ่งต่างๆ ที่ครบถ้วน ทั้งเรื่องการคมนาคมขนส่ง ระบบสาธารณูปโภค ขณะที่ปัญหามลพิษ ปัญหาพลังงาน จะพยายามดูแลและแก้ไข และสิ่งสำคัญต้องให้ประชาชนในพื้นที่ มีส่วนร่วมในการเสนอแนะการดำเนินการโครงการต่างๆ ให้มากที่สุด

“ในส่วนของการก่อสร้างโครงการฯ ต่างๆ ตามงบประมาณของปี 2557 นั้น ให้ดำเนินการต่อเนื่องต่อไป ส่วนโครงการฯ ที่จะทำในปีงบประมาณ 2558 ขณะนี้บางส่วนได้รับงบประมาณเรียบร้อยแล้ว ก็ให้ดำเนินการต่อไป ส่วนโครงการใดที่อยู่ระหว่างการศึกษาก็จะต้องทำการศึกษาให้ละเอียดรอบคอบ โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ และเรื่องของสิ่งแวดล้อมซึ่งต้องให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุด กรณีที่เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่จะต้องลงทุนร่วมระหว่างภาครัฐและเอกชน เช่น โครงการอุโมงค์ป่าตอง ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย และขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษา เบื้องต้นพบว่าจะต้องลงทุนประมาณ 10,496 ล้านบาท ทราบว่ามีการนำเสนอรูปแบบการลงทุน โดยให้เอกชนมาร่วมลงทุน ส่วนตัวเห็นด้วยเพราะจะเป็นการคลี่คลายปัญหาทางด้านการจราจร และเป็นทางเลือก ดังนั้นควรจะดึงนักธุรกิจในพื้นที่ให้เข้ามามีส่วนร่วมในการลงทุนด้วย

โดยอาจจะมีการตั้งเป็น อินฟราสตัคเจอร์ฟันด์ และจะต้องคำนึงผลกระทบกับคนในชุมชนด้วย จะต้องมีการหาแนวทางป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในระหว่างการก่อสร้างด้วย เป็นต้น และในการทำงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงคมนาคมนั้นก็ควรจะเป็นหนึ่งเดียวกัน ไม่เกิดความซ้ำซ้อน นอกจากนนี้ในการออกแบบโครงการก่อสร้างต่างๆ จะต้องคำนึงถึงสถาปัตยกรรมของท้องถิ่น และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงหากสามารถใช้พลังงานทดแทนได้ก็จะต้องใช้พลังงานทดแทนก่อน นอกจากนนี้จะต้องเชื่อมโยงกันได้เป็นอย่างดีทั้งทางบก ทางน้ำและอากาศ อย่างไรก็ตามจะนำแผนงานโครงการฯ ต่างๆ ที่ได้นำเสนอเข้าที่ประชุมกระทรวงอีกครั้งในข่วงต้นเดือนตุลาคมนี้ เพื่อสรุปตัวเลขที่ชัดเจน รวมถึงการขอปรับเพิ่มงบประมาณเพิ่มเติมตามความเหมาะสม และความจำเป็นเร่งด่วน" พล.อ.อ.ประจิน กล่าว

ขณะที่นายเรวัต อารีรอบ อดีต ส.ส.ภูเก็ต กล่าวฝากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในการจัดสรรงบประมาณในปี 2558 ในการก่อสร้างทางลอดบริเวณสามแยกบางคู ซึ่งขณะนี้การศึกษาใกล้แล้วเสร็จแล้ว เพื่อจะได้เชื่อมต่อกับโครงการทางลอดแยกดาราสมุทรและทางลอดแยกโลตัส ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการก่อสร้าง หลังจากนั้นในปี 2559 ขอเป็นงบก่อสร้างทางแยกบริเวณห้าแยกฉลอง เพื่อให้มีความลื่นไหลและต่อเนื่องของการจราจรในถนนสายเจ้าฟ้าตะวันตก

อย่างไรก็ตาม หลังจากรับฟังบรรยายสรุปจากหน่วยงานต่างๆ แล้ว ต่อจากนั้นใน เวลา 14.00 น. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และคณะได้เดินทางไปยังบ้านท่านุ่น ต.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา เพื่อดูสถานที่ก่อสร้างสถานีรถไฟสายสุราษฎร์ธานี-พังงา-ภูเก็ต เพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งในพื้นที่ดังกล่าว และตรวจติดตามการจราจรบริเวณวงเวียนห้าแยกฉลอง อ.เมืองภูเก็ต และบริเวณข้างเคียง เพื่อแก้ปัญหาการจราจรในพื้นที่ และเพื่อรองรับการเติบโตของการท่องเที่ยวด้วย โดยมีนายอรุณ โสฬส นายกเทศมนตรีตำบลราไวย์ นายสำราญ จินดาพล นายกเทศมนตรีตำบลฉลอง ตลอดจนตัวแทนชาวบ้านในพื้นที่ให้การต้อนรับ พร้อมชี้แจงเหตุผลความจำเป็นในการก่อสร้างทางลอดห้าแยกฉลอง เนื่องจากเป็นจุดผ่านสำคัญในการเดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เช่น แหลมพรหมเทพ หาดราไวย์ อ่าวฉลอง หาดกะตะกะรน เป็นต้น