วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'เรืองไกร'จ่อร้องข้อบังคับสนช.ขัดรธน.

"เรืองไกร"จ่อร้องผู้ตรวจฯ ส่งต่อศาลรธน. กรณีข้อบังคับสนช.ขัดรธน. ฉบับชั่วคราว

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า วันที่ 29 ก.ย. ตนจะส่งไปรษณีย์ด่วนพิเศษ(อีเอ็มเอส) ถึงผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาวินิจฉัยว่าข้อบังคับการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติพ.ศ.2557 ข้อ 147 มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 มาตรา 20 วรรคสอง ประกอบมาตรา 9 วรรคหนึ่ง หรือไม่ และข้อ 146 ถึง 161 มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา 12 หรือไม่

ทั้งนี้ข้อบังคับการประชุมฯ ข้อ 147 ระบุว่า เมื่อมีคำร้องขอถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งตามมาตรา 58 แห่งพ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 (พ.ร.บ.ป.ป.ช.) ออกจากตำแหน่งให้ประธานสภาแจ้งให้ที่ประชุมทราบโดยเร็ว ซึ่งขณะนี้รัฐธรรมนูญพ.ศ.2550 สิ้นสุดลงแล้ว และขณะเดียวกันรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ไม่ได้บัญญัติให้มีสภาผู้แทนราษฎร(ส.ส.)หรือวุฒิสภา(ส.ว.)อีกต่อไป จึงไม่มีตำแหน่งส.ส.หรือส.ว.ให้ถูกถอดถอนได้ตามที่ข้อบังคับการประชุมสนช. ข้อ 147 บัญญัติไว้

นายเรืองไกร กล่าวต่อว่า อีกทั้งการตราข้อบังคับการประชุมฯ ตั้งแต่ข้อ 146 ถึง161 ขึ้นมา ทำให้เห็นเจตนาที่มุ่งประสงค์จะให้มีการถอดถอนบุคคลเชื่อมโยงไปถึงการถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งส.ส.และส.ว.ตามความในรัฐธรรมนูญปี 50 ที่สิ้นสุดลงไปแล้ว โดยการอ้างพ.ร.บ.ป.ป.ช. มาใช้บังคับโดยอนุโลม ทั้งที่รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ไม่มีบทบัญญัติมาตราใดให้อำนาจกระทำการเช่นนั้นได้ ดังนั้นข้อบังคับการประชุมฯ ตั้งแต่ข้อ 146 ถึง161 ย่อมเป็นบทบัญญัติของกฎหมายที่มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวเช่นกัน

“อย่างไรก็ตามหากมีการพยายามตีความว่า สนช.สามารถตราข้อบังคับการประชุมฯ เพื่อให้มีการถอดถอนส.ส. ส.ว.ตามรัฐธรรมนูญปี 50 ได้ด้วยนั้น โดยอ้างบทกฎหมายจากมาตรา 58 ของพ.ร.บ.ป.ป.ช. มาขยายความให้มีอำนาจตามความในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว มาตรา 13 วรรคสอง ในส่วนที่ระบุว่า สนช.มีอำนาจตราข้อบังคับเกี่ยวกับกิจการอื่นเพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ก็ไม่อาจรับฟังได้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญชั่วคราว ไม่มีบทบัญญัติมาตราใดรองรับให้สนช.มีอำนาจในการถอดถอนผู้เคยดำรงตำแหน่งส.ส. ส.ว. หรือคณะรัฐมนตรีในปัจจุบันไว้ และหากจะอ้างมาตรา 6 วรรคสองที่ระบุว่าสนช.ทำหน้าที่เป็นส.ส. ส.ว. และรัฐสภา จนทำให้สามารถตราข้อบังคับมาถอดถอนบุคคลที่อยู่ในรัฐธรรมนูญปี 50ได้ด้วยนั้น ก็ไม่อาจรับฟังได้เพราะเท่ากับเป็นการจงใจตีความขยายอำนาจอย่างกว้างในลักษณะเป็นโทษแก่บุคคลโดยอาศัยกฎหมายที่มีศักดิ์ต่ำกว่ารัฐธรรมนูญ ทั้งที่สนช.ควรรู้อยู่แล้วว่า ไม่มีอำนาจกระทำการเช่นนั้นได้”นายเรืองไกร กล่าว

นายเรืองไกร กล่าวอีกว่า และหากผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณาแล้วเห็นว่า ข้อบังคับการประชุมฯ มีบทบัญญัติที่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ก็ขอให้พิจารณาเพื่อส่งเรื่องให้ป.ป.ช. พิจารณาต่อไปด้วยว่า การตราข้อบังคับการประชุมฯ ดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้ใดกระทำการอันฝ่าฝืนพ.ร.บ.ป.ป.ช. มาตรา 123/1 หรือไม่