"หมออนันต์" รับสภาพไม่ค้าน สปช. ด้านอดีต ส.ว.ยโสธร ข้องใจ แฉคนหลักสูตร วปอ.ติดโผเพียบ
จ่อยื่นร้องศาลปกครองคุ้มครองชะลอการประกาศรายชื่อสปช.ในจังหวัดที่มีปัญหา 29 ก.ย.นี้ ขณะที่ "พีระศักดิ์" ชี้ทำไม่ได้
น.พ.อนันต์ อริยะชัยพาณิชย์ อดีตรองประธานวุฒิสภา ในฐานะผู้เข้ารับการสรรหาเป็นสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) จ.สุรินทร์ กล่าวถึงการที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) พิจารณาคัดเลือก สปช. เสร็จสิ้นแล้ว ว่า ขณะนี้ตนไม่ทราบว่าใครได้หรือไม่ได้บ้าง โดยเฉพาะผู้สมัครจากจังหวัดต่างๆ ที่มีการปกปิดรายขื่อเป็นความลับ ไม่เปิดเผยตั้งแต่ต้น ทั้งที่ควรเปิดเพื่อจะได้ช่วยกันตรวจสอบได้ว่าเป็นน่าพึงพอใจของประชาชนในจังหวัดหรือไม่ เพราะงานนี้มีความสำคัญเป็นงานหลักของคสช. ส่วนการยื่นคำร้องต่อศาลปกครอง เพื่อให้ระงับกระบวนการสรรหานั้น ตนคงไม่ดำเนินการเรื่องนี้ เนื่องจากกฎหมายเขียนไว้ชัดเจนว่าเป็นสิทธิของ คสช. ที่จะเลือกใครก็ได้ แต่ที่ผ่านมาก็เป็นการตักเตือนขั้นตอนการสรรหาเท่านั้น และถือว่าขณะนี้เรื่องดังกล่าวจบลงแล้ว ส่วนผู้ที่ได้รับการสรรหาเป็น สปช. เมื่อเข้าไปแล้วก็มีงานหนักรออยู่ ทั้งการปฏิรูปและการร่างรัฐธรรมนูญ
นายยุทธนา ยุพฤทธิ์ อดีตส.ว.ยโสธร และผู้เข้ารับการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) จ.ยโสธร กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ติดใจการสรรหาสปช.ใน 11 ด้าน แต่ขอตั้งข้อสังเกตการคัดเลือกสปช.ระดับจังหวัด จำนวน 77 คนว่า เหตุใดจึงคัดเลือกกันรวดเร็วมาก ทั้งที่จังหวัดเพิ่งส่งรายชื่อสปช.ระดับจังหวัด 385 คน ให้คสช.ไปเมื่อวันที่ 23 ก.ย.ที่ผ่านมา แต่ใช้เวลาเพียงแค่ 2 วัน ประชุมเพียงแค่ครั้งเดียว 2 ชั่วโมง ก็คัดเลือกตัวแทนสปช.ระดับจังหวัดเหลือ 77 คนได้แล้ว ไม่รู้ว่ามีการตรวจสอบคุณสมบัติกันหรือไม่ เหมือนส่อเจตนาพิรุธว่า มีการล็อคสเปก วางตัวบุคคลไว้ล่วงหน้าแล้วตามที่มีการกล่าวหากัน เพื่อให้คนของตัวเองได้เป็นสปช.
"ส่วนตัวเชื่อว่า มีการล็อคสเปกจริง เพราะหลายคนรู้ตัวล่วงหน้าว่า ได้เป็นสปช. และเลี้ยงฉลองล่วงหน้าไปแล้ว เชื่อว่า ผู้ได้รับการคัดเลือกส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เรียนอยู่ในหลักสูตรวปอ. ปปร. พตส. ทำให้มีสายสัมพันธ์ที่ดีกับคนในกองทัพที่มาเรียนหลักสูตรดังกล่าวเช่นกัน จึงอยากให้ประธานคสช.ใช้ระบบคุณธรรมคัดเลือกมากกว่าใช้ระบบอุปถัมภ์ ซึ่งการดำเนินการของสปช.ต้องเดินตามกรอบที่คสช.วางธงไว้ในใจ เพื่อจะได้สั่งหรือชี้นำได้ เป็นการล็อคเอาคนของตัวเองเข้าไป เพื่อให้ทำงานง่ายแทนที่จะเอาคนจากทุกภาคส่วนเข้าไป กระบวนการคัดเลือกครั้งนี้จึงเป็นเพียงพิธีกรรม เพื่อสร้างความชอบธรรมเท่านั้น" นายยุทธนา กล่าว
จ่อฟ้องศาลปกครองชะลอประกาศชื่อ
นายยุทธนา กล่าวว่า ในวันที่ 29 ก.ย. จะไปยื่นฟ้องศาลปกครอง เพื่อขอให้ออกคำสั่งคุ้มครองชะลอการประกาศรายชื่อสปช.ในจังหวัดที่มีปัญหาไว้ก่อน เพราะที่ผ่านมาหลายจังหวัดเช่น ยโสธร สุรินทร์ พังงา เกิดปัญหาในการคัดเลือก มีข้อครหาว่า มีผลประโยชน์ทับซ้อน ล็อคสเปกตั้งคนของตัวเองเข้ามา ซึ่งการให้ชะลอการประกาศรายชื่อสปช.จังหวัดไว้ก่อน สามารถทำได้ เพราะการประกาศรายชื่อสปช.ไม่จำเป็นต้องประกาศครบทีเดียวทั้ง 250 คน สามารถทยอยประกาศในส่วนที่ไม่มีปัญหาไปก่อนได้ ยืนยันการออกมาทักท้วงครั้งนี้ ไม่ได้ผิดหวังจากการไม่ได้เป็นสปช.จังหวัด แต่อยากให้มีการคัดเลือกสปช.อย่างเป็นธรรม ไม่อยากให้ซ้ำรอยเหมือนการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญปี 51 ที่ส่งคนลงพื้นที่ไปรับฟังความเห็นประชาชน แต่กลับไม่ทำตามเจตนารมณ์จริงๆของประชาชน เพราะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ ไปยกร่างตามธงที่มีอยู่แล้วในใจ จึงไม่อยากให้กระบวนการคัดเลือกครั้งนี้เป็นแค่ภาพลวงตา สร้างความชอบธรรมหลอกๆว่า รับฟังความเห็นของประชาชน แต่ความจริงมีธงอยู่แล้วในใจ
ด้านนายพีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) กล่าวว่า การที่มีอดีตส.ว.บางคน เตรียมร้องศาลปกครอง เพื่อให้ระงับกระบวนการสรรหา สปช. เนื่องจากไม่โปร่งใสนั้น คงไม่สามารถทำได้ และไม่แน่ใจว่าจะมีอำนาจยื่นเรื่องร้องเรียนได้หรือไม่ เพราะไม่รู้จะพิสูจน์ได้อย่างไรว่าไม่โปร่งใส แต่หลังจากนี้คงเป็นเรื่องทางปกครองของ คสช. ที่จะตรวจสอบตามที่มีผู้ร้องเรียนว่าจังหวัดใดบ้างที่กระบวนการคัดเลือกไม่โปร่งใส ซึ่งตนคิดว่าเรื่องการสรรหาและปัญหาต่างๆ จบแล้ว





