วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ประยุทธ์'ปิดรายชื่อ250สปช.เป็นความลับ

คสช.เคาะสปช.250คนแล้ว "ประยุทธ์"ขอปิดรายชื่อเป็นความลับ เตรียมส่งไม้ต่อให้เลขาครม. นำขึ้นทูลเกล้าฯทัน2ต.ค.

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) แถลงภายหลังเป็นประธานการประชุมคสช.ชุดใหญ่ เพื่อพิจารณาคัดเลือกสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จำนวน 250 คนว่า ที่ประชุมคสช. ได้เห็นชอบรายชื่อสปช.จำนวน250 คน หลังจากที่ตนได้พิจารณามาแล้วเบื้องต้น โดยไม่จำเป็นต้องเข้าที่ประชุมครม. เนื่องจากคสช.ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ และจากนี้จะส่งรายชื่อทั้งหมดให้นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการครม. ตรวจสอบคุณสมบัติและนำขึ้นทูลเกล้าฯต่อไปให้ทันวันที่ 2 ต.ค. ทั้งนี้การประชุมคสช.วันนี้เป็นการหามติรับรองรายชื่อสปช. ที่ได้รับการคัดสรรหาในรอบที่ 1 ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งตนได้รับรายงานมาตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งจำนวน 550 คน จากจำนวน 7,000 กว่าคน ที่มาจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ทางคณะกรรมการคัดสรรที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และรมว.กลาโหมเป็นประธาน ทั้งหมด 11ด้าน ซึ่งได้มีการประชุมคัดกรองกันมาเป็นอย่างดีทุกชั้นประมาณ 3 - 4 ครั้ง และในจำนวน 550 คน เพื่อให้เกิดความครอบคลุม มีบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมทั้ง 11 เรื่อง จึงได้มีการคัดสรรในระดับที่เรียงลำดับให้ง่ายต่อการที่คสช.จะพิจารณา เช่น ฝ่ายบริหารราชการแผ่นดินต้องมีทั้งจากส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่นโดยภาคประชาชนมีส่วนร่วม เป็นการเกลี่ยเบื้องต้นมาก่อนแล้ว ไม่ใช่เป็นการล๊อคใครเข้ามา เป็นการดูสัดส่วนให้เหมาะสม ซึ่ง 550 คนเป็นเรียงลำดับตามความสำคัญมาให้ตนดู ส่วนกลุ่มที่2อีก 385 คนมีขั้นตอนการคัดสรรเป็นอย่างดีจากที่ได้ฟังเจ้าหน้าที่รายงาน โดยมีการคัดสรร 2-3 รอบ ส่วนมีประเด็นเรื่องฮั้ว ตนยังไม่ทราบตอนนี้ เท่าที่ฟังจากที่ประชุมวันนี้และจากคณะกรรมการคัดสรรรับทราบว่ามีการปรับตลอดเวลาเมื่อมีกระแสข่าวในแต่ละเรื่อง ทุกอย่างต้องระมัดระวังมากขึ้น มีการแก้ไขปรับปรุงให้มีความรัดกุมจะได้ไม่เกิดปัญหาในอนาคต

"วันเสาร์ และวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมไม่ได้เข้าไปทำงาน เพราะต้องดูรายชื่อทั้งหมดจนตาจะแฉะอยู่แล้ว ต้องดูด้วยตัวเองและหารือกับคสช. เพราะฉะนั้นขั้นตอนจากวันเสาร์ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้เป็นเรื่องของคสช. โดยผมกับคสช.ได้ทำการบ้านมาเรียบร้อยแล้ว ผมนำรายชื่อมาดูและเรียงลำดับของผมมา วันนี้เป็นการนำรายชื่อมาให้คสช.ดู เพื่อถามว่ามีมติเห็นชอบร่วมกันหรือไม่ วันนี้ถือว่าโอเค และอนุมัติในหลักการว่าทั้งหมดคือจำนวน 250 คน และกังวลว่าที่หลุดจาก 250 คน จะทำอย่างไร ซึ่งเรากำลังหาช่องทางให้คนเหล่านั้นมาร่วมกระบวนการปฏิรูปได้อย่างไร จึงได้มอบให้สำนักงานเตรียมการปฏิรูปของคสช. ที่กระทรวงกลาโหมดำเนินต่อไป เพราะมีสำนักงานที่ปรึกษาของสภาปฏิรูปอยู่ ก็ไปจัดกลุ่มว่าที่เหลือจะเข้ามาช่วยงานได้อย่างไร รายชื่อ 250 คน วันนี้ขอเป็นความลับ เพราะต้องนำขึ้นทูลเกล้าฯก่อน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า หลังจากวันนี้จะมีการตรวจสอบคุณสมบัติอีกครั้งหนึ่ง เมื่อนำมีการโปรดเกล้าฯแล้วก็จะมีสปช. เกิดขึ้น จากนั้นก็จะมีการเรียกประชุมเพื่อกำหนดประธานและรองประธานต่อไป รวมถึงจะดำเนินการจัดกลุ่มใหม่ 11 กลุ่มอีกครั้ง เพราะบางคณะอาจมีคนมาก และบางคณะอาจมีคนน้อย แต่ละฝ่ายอาจจะไม่เท่ากัน เช่น การศึกษา 700 - 800 คน แต่ด้านสื่อมี 100 กว่าคน เพราะฉะนั้น 250 คนจะตีรายชื่อยาว และนำมาปรับใหม่ ไม่จำเป็นที่ต้องไปอยู่ด้านศึกษาทั้งหมด เพราะคณะอื่นก็จะไม่มี แต่จะเป็น11 กลุ่มเหมือนเดิม แต่คนที่สมัครด้านศึกษาอาจจะไปอยู่ด้านพลังงานหรือบริหารราชการแผ่นดินก็ได้ อย่าไปห่วงว่าไม่ตรงที่สมัครมาแล้วจะทำไม่ได้ คงไม่ใช่ เพราะการจะทำหรือไม่นั้นไม่ได้อยู่ที่กลุ่ม แต่ละกลุ่มเมื่อได้ข้อสรุปก็จะเสนอทางสภาใหญ่เพื่อเห็นชอบรับรอง ถ้าไม่เห็นด้วยก็ค้านในที่ประชุมใหญ่เหมือนกับสนช. ทั้งนี้ยืนยันว่าที่ผ่านมาคสช.ให้อิสระในการทำงานด้านการปฏิรูป การตั้งสำนักงานเตรียมการปฏิรูปของคสช. ที่กระทรวงกลาโหมนั้นเป็นการเตรียมข้อมูลให้สปช. เพื่อสามารถทำงานได้ทันทีโดยรวบรวมความเห็นจากทุกภาคส่วนผ่านศูนย์ดำรงธรรมและกอ.รมน.จังหวัด ในแต่ละเรื่องโดยสำนักงานเตรียมการปฏิรูปฯจะส่งให้สปช.หาข้อสรุปกันเอง ซึ่งอย่าไปเปิดเวทีข้างนอก เพราะจะยุ่งกันใหญ่ ถ้าเปิดเวทีนอกสาย เรารับไม่ได้ ทั้งนี้ทางกระทรวงกลาโหมจะนำไปดำเนินการต่อเพื่อกำหนดความชัดเจน

เมื่อถามว่า 250 รายชื่อที่ออกมาคุ้นหูของสาธารณชนหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า มีหมด ทั้งตัวแทนนักวิชาการ ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ทั้งนี้ขอให้มองในแง่ดี เพราะเข้ามาอยากให้บ้านเมืองไปได้ เมื่อถามต่อว่า 250 คนเป็นคนที่เคยช่วยงานคสช.มาก่อนหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่ทราบเพราะไม่ได้รู้จักหมดทุกคน บางคนก็เป็นทหารเก่า ข้าราชการเก่า ผู้แทนกลุ่มต่างๆ นักวิชาการมากเหมาย ตนไม่รู้จักหมด เพราะรู้จักแค่ 10 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่ได้รู้จักส่วนตัว เพราะไม่ได้ห้ามใคร ถ้าเขาไม่ผ่าน 550 หรือ 385 คน จะมาว่าคสช.ไม่ได้ เพราะไม่ได้ผ่านคณะกรรมการคัดสรรหรือคณะกรรมการระดับจังหวัดขึ้นมา