วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ถวิล'ยันนายกฯยังไม่ตั้งใครเป็นหน.คุยสันติสุข

"ถวิล" เลขาสมช. ยันนายกฯ ยังไม่ได้ตั้งใครเป็นหน.คุยสันติสุข ระบุ"ประยุทธ์"เยือนมาเลย์จะมีความชัดเจนขึ้น

นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.) กล่าวตอนหนึ่งในการแถลงผลการทำงานในรอบ5เดือนที่กลับมาดำรงตำแหน่งเลขาธิการสมช.และกำลังเกษียณอายุราชการในวันที่30ก.ย.นี้ถึงการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ยังปรากฏความรุนแรงอยู่นั้นว่า ได้เตรียมการจัดทำแผนนโยบายการทำงานปี 2558-2560 และจะต้องมีการทบทวนแผนงานทุกๆ 3 ปี เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์ โดยการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น มีการจัดตั้งกลไกเพื่อขับเคลื่อนงานภายใต้การขับเคลื่อนของคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้(คปต.)ตามคำสั่งคสช.ฉบับที่ 98/2557

นายถวิลกล่าวว่า โดยมีหัวหน้าคสช.และเลขาธิการสมช.รับผิดชอบในส่วนงานนโยบาย เพื่อให้ข้อเสนอแนะและแปลงนโยบายไปสู่ระดับการปฏิบัติ ที่มีรองผบ.ทบ. ดูแล และประสานฝ่ายปฏิบัติมีคือ กอ.รมน ภาค 4 ส่วนหน้า รับไปดำเนินการด้านความมั่นคง แต่ที่ปรับเพิ่มขึ้นคือการสร้างความเป็นเอกภาพในการทำงานระหว่างกอ.รมน.และศอ.บต ที่ดูเรื่องงานพัฒนา โดยปรับให้ศอ.บต.ไปอยู่กับกอ.รมน.เพื่อบูรณาการทำงานและประสานกับ 20 กระทรวง เพื่อกำหนดโครงการและงบประมาณ ให้มีความชัดเจนและเกิดประสิทธิภาพมากขึ้นและตอบสนองความต้องการของคนในพื้นที่ พร้อมกับยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่มากขึ้น

นายถวิล กล่าวอีกว่าอย่างไรก็ตามในสัปดาห์หน้า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมจะลงพื้นที่ไปมอบนโยบายและติดตามความคืบหน้าในการทำงานต่อไป ส่วนเรื่องการพูดคุยสันติสุขนั้น นายถวิล กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดำเนินการเป็นระยะ ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ย้ำตั้งแต่เป็นหัวหน้าคสช.แล้วว่ามีนโยบายการแก้ปัญหาด้วยการเมืองนำการทหาร นายกฯพูดเสมอว่า ท้ายที่สุดแล้วการทหารจะต้องถอยออกไปเมื่อภาวะการแก้ปัญหาและสภาวะแวดล้อมคืนสู่ภาวะปกติ หน่วยงานพัฒนาหน่วยงานพลเรือนก็ต้องเข้าไปทำงานอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตามย้ำว่า แนวทางในการแก้ไขปัญหายึดแนวสันติพร้อมที่จะพูดคุยกับผู้ที่มีความเห็นต่างจากรัฐ เพราะการยุติความรุนแรงด้วยความรุนแรงไม่ใช่เรื่องที่เราปรารถนา ถ้าผู้ที่เห็นต่างใช้ความรุนแรงกับรัฐคนที่เดือดร้อนคือประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ดังนั้นเราไม่มีนโยบายใช้ความรุนแรงยุติความรุนแรง

นายถวิล กล่าวว่า การพูดคุยคือการพูดคุยเพื่อสันติสุข ซึ่งความจริงแล้วผู้ที่เห็นต่างในพื้นที่มีเยอะและมีได้ แต่คนส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้ความรุนแรง และใช้แนวทางสันติวิธีเข้ามาพูดคุย แต่มีกลุ่มที่ยังมีอุดมการณ์ที่แตกต่างจากภาครัฐและใช้ความรุนแรง ก็อยากให้พวกเขาเข้ามาพูดคุยกัน เพราะเดิมมีการสะท้อนว่าต้องการอย่างนั้นอย่างนี้ เมื่อถึงเวลาได้พูดคุยกันโดยตรงจะได้มีโอกาสรับทราบปัญหาความต้องการความคับข้างใจโดยตรง ก็จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่เป็นผลดี ไม่ต้องมีการรบราฆ่าฟันกันเพราะไม่มีใครปรารถนาทั้งสิ้น

ส่วนที่ถามว่าทำไมยังดำเนินการได้ช้า นายถวิล กล่าวว่า เรียนว่า กระบวนการพูดคุยที่ผ่านมามีการดำเนินการตลอดไม่ใช่เพิ่งมาทำเมื่อปีที่แล้ว แต่ไม่ปรากฏเป็นข่าว ซึ่งจุดอ่อนในการดำเนินการที่ผ่านมานั้นคือ ความไว้วางใจซึ่งกันและกันระหว่างรัฐกับผู้ที่มีความเห็นต่าง ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาที่มีการปรากฏตัวออกมาพูดคุยกับรัฐนั้นก็ยังมีวาระที่ยังไม่ไว้วางใจบางอย่างก็เคลือบแฝงด้วยการเจตนาของการที่จะยกระดับกลุ่มของตัวเองขึ้นมา ส่วนเจ้าหน้าที่ก็ถูกกลุ่มที่เห็นต่างไม่ไว้ใจเช่นกันว่าเข้าไปพูดคุยเพื่อที่จะดำเนินการทางด้านการข่าวหรือทางยุทธวิธีหรือไม่อย่างไร ดังนั้นอุปสรรคคือเรื่องของความไม่ไว้วางใจกัน

"ในการพูดคุยเมื่อปี 2556ตั้งแต่มีการลงนามที่มาเลเซียแล้วก็มีการพูดคุย3-4ครั้งก็เป็นการพูดคุยโดยเปิดเผย ก็เรียนว่าข้อดีก็มี ทำให้การพูดคุยเพื่อยุติปัญหาเป็นที่ยอมรับของคนทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ แต่วิธีการแบบนี้ว่าจะเป็นวิธีการที่จะสงวนชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนไว้ได้ ก็เป็นแนวทางที่ดี แต่ข้อจุดอ่อนก็มีอยู่เยอะ โดยเฉพาะการพูดคุยที่ผ่านมานั้นขาดการเชื่อมโยงกับหน่วยนโยบาย การมีส่วนร่วมของหน่วยงานหลักก็ยังมีปัญหาอยู่ การมีกรอบแนวทางของการพูดคุยที่ชัดเจนก็มีปัญหา และที่เรามาทำเที่ยวนี้ก็ริเริ่มการพูดคุยพยายามจะปิดจุดอ่อนตรงนี้ สร้างกลไก วางแนวทางจะเป็นไปตามที่นายกฯและหัวหน้าคสช.ประกาศเอาไว้ว่าจะเริ่มต้นด้วยการสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน เมื่อมีความไว้วางใจซึ่งกันและกันแล้วก็จะนำไปสู่การลดความรุนแรง หรือยุติความรุนแรง หลังจากนั้นจะเป็นการแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างสมบูรณ์ต่อไป"นายถวิล กล่าว

นายถวิล กล่าวอีกว่า ช่วงที่ผ่านมาก็มีปัญหาว่ ามาเลเซียจะให้ความร่วมมือยังเป็นผู้อำนวยความสะดวกในการพูดคุย หรือเรายังยินดีให้มาเลเซียเป็นผู้อำนวยความสะดวกหรือไม่ ที่มีการนำเสนอผ่านสื่อว่าเราจะขอเปลี่ยนบ้าง มาเลเซียจะขอเปลี่ยนบ้าง ดังนั้นตนจึงเรียนนายกฯเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในเรื่องนี้ขออนุญาตไปพุดคุยกับเลขาธิการสมช.ของมาเลเซียที่มีการพูดคุยในช่วงที่ผ่านมา และได้ข้อยุติร่วมกันคือเราตอบรับในการที่จะอำนวยความสะดวกขอมาเลเซียต่อ และพร้อมที่จะสานต่อการพูดคุยต่อไป ส่วนรายละเอียดเจ้าหน้าที่กำลังประสานงานกันอยู่ และเมื่อวานนี้(25ก.ย.)ระดับเจ้าหน้าที่ก็เดินทางไปมาเลเซียเพื่อประสานกับเจ้าหน้าที่สมช.ของมาเลเซีย

"คิดว่าเรื่องนี้จะมีความชัดเจนเมื่อนายกรัฐมนตรีเดินทางไปเยี่ยมเยือนมาเลเซียในฐานะแขกประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนก็คงมีความชัดเจนในเรื่องนั้นว่าจะพูดคุยต่อกันอย่างไร ใครจะเป็นหัวหน้าคณะพูดคุย"นายถวิล กล่าว

เลขาธิการสมช. กล่าวอีกว่า การพูดคุยไม่ใช่การแก้ปัญหาแค่ทางเดียว เพราะเรามีตั้ง7-8เครื่องยนต์ ที่ต้องขับเคลื่อนไปพร้อมกัน ในเรื่องของการพัฒนา การอำนวยความยุติธรรม การยกระดับคุณภาพชีวิต เรื่องของการปรับตัวเข้าหากัน การมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องทำทั้งสิ้น แต่การพูดคุยก็เป็นเครื่องมือหนึ่งในการสนับสนุน และเราพร้อมที่จะพูดคุยกับทุกกลุ่มที่มีความเห็นต่างจากรัฐ

นายถวิล กล่าวด้วยว่า กลุ่มผู้เห็นต่างมีจำนวนมากที่ไม่เลือกใช้ความรุนแรง แต่ก็ยังมีบางกลุ่มใช้วิธีรุนแรง ฉะนั้นจะเชิญมาคุยทุกกลุ่มถ้าพร้อมที่จะพูดคุยกับรัฐซึ่งอยู่ในขั้นตอนที่มาเลเซียจะต้องทำหน้าที่อำนวยความสะดวกโดยการหากลุ่มที่เห็นต่างมาพูดคุยกับไทย ขณะเดียวกันเราก็มีข้อมูลไปทางมาเลเซียว่าเราต้องการพูดคุยกับใครเช่นกัน ยืนยันว่าพูดคุยกับทุกกลุ่มไม่จำกัดว่ากลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง อาทิ กลุ่มบีอาร์เอ็น กลุ่มพูโล ส่วนตัวแทนพูดคุยนั้น นายกรัฐมนตรีจะเป็นผู้แต่งตั้งหัวหน้าคณะพูดคุย แต่ในส่วนสมช.มีการกำหนดโครงสร้างของคณะพูดคุยเท่านั้นว่าควรจะประกอบด้วยใครและหน่วยไหนบ้าง ซึ่งที่ผ่านมาการมีส่วนร่วมของหน่วยงานหลักยังมีน้อยเกินไป จึงต้องพร้อมทั้งในฝ่ายต่างประเทศ ทหาร ฝ่ายข่าวฝ่ายความมั่นคง

"ส่วนกระแสที่ตั้งหัวหน้าคณะการพูดคุยคนใหม่นั้น ขณะนี้มีกระแสข่าวหลายอย่าง ซึ่งผมได้พูดคุยกับเลขาฯสมช.มาเลเซีย ว่าผมยังไม่ได้ข่าวจากปากของนายกฯ เป็นเพียงกระแสข่าวผ่านสื่อเท่านั้น แต่ที่สำคัญผมได้พบปะกับนายกฯ ก็ระบุชัดว่ายังไม่ได้ตั้งหัวหน้าคณะ อย่างไรก็ตามได้แจ้งเลขาฯสมช.มาเลเซียว่าหลังจากนี้หากมีข้อมูลที่เป็นทางการขอให้ผ่านช่องทางของสมช.เท่านั้น"นายถวิล กล่าว

เลขาธิการสมช. กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้นายกฯ เน้นย้ำว่ากระบวนการพูดคุยจะต้องเป็นไปตามขั้นตอนโดยเริ่มจากการสร้างความไว้วางใจเพื่อที่จะนำไปสู่การยุติความรุนแรง แล้วจึงนำไปสู่การพัฒนาร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาโดยสมบูรณ์ต่อไป ส่วนการเดินทางของนายกฯ ไปประเทศมาเลเซียนั้นยังไม่ทราบ แต่เชื่อว่าจะเป็นกลุ่มประเทศแรกๆ ที่จะเดินทางไป

ผู้สื่อข่าวถามว่านายกฯไม่ได้ให้นายถวิลดูใครที่จะเสนอมาเป็นหัวหน้าที่จะมาเจรจา คิดว่าจะเป็นคนที่อยู่ในราชการ หรือคนที่เกษียณแล้ว นายถวิล กล่าวว่า "ไม่ทราบ คิดว่าท่านนายกฯคงจะเป็นคนที่ตัดสินใจ เราก็คงจะเสนอท่าน แต่ให้ท่านพูดเองดีกว่า "

เมื่อถามถึงนโยบายภาคใต้เปลี่ยนจาก ศอ.บต. เป็น กอ.รมน. เปลี่ยนจาก กอ.รมน. ป็น ศอ.บต. ที่กลับไปกลับมา นายถวิลกล่าวว่า" มาถึงรัฐบาลแต่ละรัฐบาลด้วยความปราถนาดีใส่เครื่องมือลงไปใหญ่เลย พอใส่ไปปรากฏว่าแกงไตปลา มันเอาปลาร้าใส่ลงไปไม่ได้ มันก็ไปออกฤทธิ์ฆ่ากันเอง "

เมื่อถามว่าเป็นเพราะการเมืองในท้องที่หรือไม่นายถวิล กล่าวว่า อาจจะมีด้วย เป็นเพราะว่าต่างฝ่ายต่างคิดว่ามันดี มันก็ไปฆ่ากันเอง ตอนนี้ต้องมีศูนย์รวมการบริหารจัดการ ต้องวางไว้ที่ กอ.รมน ภาค 4 เดิมลงไปนโยบายก็จะลง 2 ขา ศอ.บต. ดูด้านการพัฒนา กอ.รมน. ดูด้านความมั่นคง ทั้งสองอันก็ไปบังคับ 20 กระทรวงไม่ได้ 20กระทรวงก็ลงตามที่อยากจะลง นอกจากบังคับไม่ได้แล้ว เที่ยวนี้บอกว่ารวมเป็นหนึ่งเดียว แล้ว 20กระทรวงก็ต้องลงตามนี้ มันก็จะดีขึ้น เมื่อถามว่าในอดีตที่ผ่านมาเป็นเรื่องแย่งงบประมาณ ตอนนี้เป็นปัญหาใหญ่หรือไม่ นายถวิล กล่าวว่า "พวกที่ไปเดินอยู่ภาคใต้ เดินไปไม่รู้จะได้กลับมาหรือเปล่า จ้างทหาร 240 บาท มันไปเดินไม่คุ้ม ให้ไปถูกยิงตาย พอถึงเวลานึงบอกว่าค้าสงคราม ค้าความขัดแย้ง งบประมาณ ตนก็เจ็บปวดใจว่าขนาดตนไม่ได้ยืนล่อเป้าเหมือนทหาร "

เมื่อถามว่า ทางภาคใต้ก็เห็นว่ารัฐบาลไปพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานโครงการพัฒนาให้ประชาชน มันก็น่าจะดีขึ้นระดับหนึ่ง นายถวิล กล่าวว่า มองด้วยสายตามันก็ดีขึ้น เมื่อถามว่า คาดหวังกับแผนใหม่ที่จะปรับปรุงว่าจะเป็นรูปธรรมแค่ไหน นายถวิล กล่าวว่า แน่นอนตอนนี้จัดโครงการงบประมาณ มันจะไปกระทบคนในพื้นที่ หมู่บ้านนี้ต้องการถนน หมู่บ้านนี้ต้องการโรงเรียน หมู่บ้านนี้ต้องการแหล่งน้ำ ก็มีหน้าที่เอาตรงนี้ขึ้นมากระทบกับแผนของกระทรวง ทบวง กรมที่มีหน้าที่

เมื่อถามว่าคนที่ไปดำเนินการต้องมีความสำคัญมาก นายถวิล กล่าวว่า "ตอนนี้มีท่านนายกฯ มอบท่านรอง ผบ.ทบ. และมีท่านรองนายกฯ เข้ามารับผิดชอบอีก ก็อาจจะเห็นอะไรเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น"