"ถวิล"แนะ"นายกฯ"ถกพม่าหารือผลักดันประชากรกลับ ชี้เพื่อกลับไปพัฒนาชาติ ระบุดูแลมาแล้ว30ปีและไม่ใช่การผลักไส
นายถวิล เปลี่ยนศรี เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวตอนหนึ่งในการแถลงผลการทำงานในรอบ5เดือนที่กลับมาดำรงตำแหน่งเลขา สมช. และกำลังเกษียณอายุราชการในวันที่30ก.ย.นี้ว่า ตนได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้ดำเนินการเรื่องแก้ไขปัญหาผู้หนีภัยในการสู้รบของพม่าที่เดินทางเข้ามาในไทยเมื่อปี2527 หรือ30ปีมาแล้ว ที่เขาหนีภัยสู้รบในประเทศและเข้ามาอาศัยชายแดนของเราจำนวนแสนคนเศษๆ และอยู่ในพื้นที่พักพิง9แห่งใน4จังหวัด ได้แก่ แม่ฮ่องสอน ตาก กาญจนบุรี ราชบุรี เขาอยู่กับเรามานานแล้ว บางคนก็ไม่ได้เป็นผู้หนีภัยเข้ามา แต่มาเกิดและไม่ได้เห็นบ้านเกิดเมืองนอนมาก่อน รัฐบาลไทยก็ดูแลตามหลักมนุษยธรรมองค์กรระหว่างประเทศก็เข้ามาให้ความช่วยเหลือ ดูแลมาเป็นเวลานานจนถึงวันนี้30ปีแล้ว
นายถวิล กล่าวอีกว่า และในวันนี้พัฒนาการในพม่าที่มีโร๊ดแม็พในการไปสู่ประชาธิปไตย7ขั้นที่มีการดำเนินการเป็นขั้นเป็นตอน การปรองดองในชาติก็คืบหน้าไปเป็นลำดับ ก็ทราบข่าวมาว่า รัฐบาลพม่าได้ตกลงกับ ชนกลุ่มน้อยในการยุติการสู้รบ ก็คืบหน้าโดยลำดับได้ด้วยดี
"ผมจึงเรียนท่านนายกฯว่า ควรจะถึงเวลาที่เราจะต้องไปพูดคุยกับพม่าเป็นกิจจะลักษณะว่าคนเหล่านี้ควรจะได้เดินทางกลับไปสร้างอนาคตในบ้านเมืองของเขาต่อไป สิ่งสำคัญในฐานะที่เป็นประเทศเพื่อนบ้านก็คือว่าเราไม่ประสงค์ให้การเดินทางกลับของคนเหล่านี้ไปสร้างภาระให้กับประเทศเพื่อนบ้านเรา อะไรก็ตามที่เป็นการช่วยเหลือสนับสนุนให้พม่ามีความพร้อมมากที่สุดในการรับคนเหล่านี้กลับไปตั้งถิ่นฐานเราก็พยายามทำอย่างเต็มที่ และก็ไม่ใช่เรื่องของการผลักไสไล่ส่ง แต่ต้องการให้เขาเดินทางกลับอย่างปลอดภัย อย่างมีเกียรติเพื่อไปเริ่มต้นชีวิตใหม่"นายถวิล กล่าว
นายถวิล กล่าวอีกว่า ในเรื่องนี้ตนมีโอกาสไปพูดคุยกับรัฐมนตรีผู้ที่รับผิดชอบโดยตรงในเรื่องนี้ที่เมืองเนบิดอร์ ประเทศพม่า ซึ่งเขาก็ตอบรับดีและเห็นความจำเป็นที่จะรับคนเหล่านี้ไปสู่บ้านเมืองของเขา แต่เขาก็บอกว่าพม่าเองนอกจากปัญหาผู้หนีภัยที่เข้ามาในไทยแล้ว ในบ้านเมืองเขาเองก็มีผู้หนีภายในประเทศซึ่งมีปัญหามากกว่าที่มีปัญหาอยู่ที่ชายแดนของเราเสียอีก เพราะระหว่าง30ปีที่มีการสู้รบกันก็เป็นภาระของเราโดยตลอด
"เขาก็ต้องการเวลา ต้องการการเตรียมการเรื่องการตั้งถิ่นฐาน การสร้างบ้านเรือน หาอาชีพส่งเสริมอาชีพหางานให้ทำ ก็เป็นเรื่องที่ในทางหลักการพม่าก็จะให้ความร่วมมือกับไทยในการรับคนเหล่านี้ให้เดินทางกลับ ผมจึงเสนอว่าน่าจะมีกลไกร่วมกันเพื่อให้เรื่องนี้เดินหน้าต่อ ว่าพม่ามีความพร้อมแค่ไหน จะร่วมมือกันได้ตรงไหนบ้าง"นายถวิล กล่าวและยืนยันว่าไทยไม่มีนโยบายในการให้บุคคลหรือกลุ่มบุคคลเข้ามาใช้ดินแดนของเราในการปฏิบัติตนเป็นปฏิปักษ์กับประเทศเพื่อนบ้านไม่ว่าทางไหนก็ตาม ก็ได้ให้ความมั่นใจกับพม่าว่าเราจะดำเนินการเป็นไปตามนโยบายนี้ เพราะความสัมพันธ์ของไทยกับพม่าในช่วงนี้ถือเป็นช่วงที่ดีมาก มีการพึ่งพาอาศัยช่วยเหลือกันอย่างดี
นายถวิล กล่าวถึง กำหนดการเดินทางไปเยือนพม่าของพล.อ.ประยุทธ์ในต้นเดือนตุลาคมนี้ว่า การไปเยือนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติของประเทศอาเซียน ซึ่งเป็นการพบปะกันมากกว่า แต่ในเรื่องสำคัญ อาทิ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะโครงการเศรษฐกิจพิเศษทวาย อาจมีการการพูดถึงบ้าง รวมทั้งปัญหาผู้ลี้ภัยสงครามก็คงจะมีความคืบหน้าเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม สมช.ได้มีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่พม่าตลอด ถ้ามีความจำเป็นก็สามารถหารือเบื้องต้นในส่วนนี้ได้
นายถวิล กล่าวต่อว่า ในส่วนของปัญหาผู้ลี้ภัยนั้นปัจจุบันตัวเลขอยู่ที่ประมาณแสนกว่าราย ซึ่งในส่วนนี้มีประชากรแฝงอยู่ด้วย โดยมีองค์ระหว่างประเทศเข้ามาช่วยเหลือด้านอาหาร ขณะนี้สมช.กำลังรวบรวมข้อมูลที่พักพิงของกลุ่มผู้ลี้ภัย โดยจะมีรายละเอียดการเข้าประเทศ ความต้องการในการเดินทางกลับประเทศแม่ และไปอยู่กับใคร ที่ไหน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการทำงานต่อไป ส่วนเรื่องโครงการเศรษฐกิจพิเศษที่ อ.แม่สอด อ.เชียงแสนนั้นยังไม่สามารถดำเนินการได้
ขณะนี้นายกฯได้มอบหมายให้เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.)เป็นผู้ดำเนินการ โดยเบื้องต้นทางกระทรวงคมนาคมได้มีการขยายเส้นทางคมนาคมในจุดผ่านแดนต่างๆ เพื่อพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจต่อไป รวมทั้งอนุมัติงบประมาณในการปรับปรุงด่านชายแดนต่างๆ ขณะที่สมช.ที่ดูแลเรื่องความมั่นคงชายแดนก็จะมีการส่งข้อมูลในส่วนของตนส่งต่อไปยังเลขาสภาพัฒน์แล้ว ซึ่งมีการลงพื้นที่เพื่อสำรวจพื้นที่ที่เหมาะสมในการผลักดันให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ เชื่อว่าจะสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วเป็นรูปร่างเกิดขึ้นได้ เพราะที่ผ่านมาทำได้ยากเพราะยังไม่มีความชัดเจนในด้านต่างๆ





