"นายกฯประยุทธ์"นั่งหัวโต๊ะประชุมสภาพัฒน์ฯ วอนทุกฝ่ายร่วมมือสร้างสิ่งดี พัฒนาประเทศแบบก้าวกระโดด
ย้ำสถาบันพระมหากษัตริย์ ต้องช่วยกันรักษา ห่วงการศึกษาไทยแนะพัฒนาคนรับ AEC ยืนยันไม่หวังอยู่ในอำนาจนานแต่ต้องเร่งแก้ไข - ปฏิรูปให้เกิดความยั่งยืน
เมื่อเวลา 09.00 น.ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหนัาคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานในการเปิดสัมมนาและแสดงปาฐกถาพิเศษ เรื่อง"พัฒนาคนเพื่ออนาคตประเทศไทย"ในการประชุมประจำปีของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประจำปี 2557 เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนร่วมระดมความคิดเห็นในการพัฒนาคนที่จะเป็นประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนประเด็นการพัฒนาของแผนพัฒนาฯฉบับที่ 11 และเชื่อมโยงกับกรอบทิศทางการพัฒนาในแผนพัฒนาฯฉบับที่12
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า การพูดครั้งนี้ตื่นเต้นเพราะมีคนจำนวนมากถ้าพูดแรงเกินไปเดี๋ยวจะกลายเป็นเรื่องขึ้นมา หากพูดอ่อนไปเดี๋ยวจะหาว่านุ่มนวลไปอีก สิ่งที่อยากมาพูดวันนี้นอกจากจะเป็นประธานและกล่าวนำแล้วก็อยากจะบอกว่าการประชุมเรื่องพัฒนาคนเพื่ออนาคตประเทศไทยถ้าสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงป่านนี้น่าจะสร้างดาวเทียมหรือยานอวกาศได้แล้ว ดังนั้นการประชุมครั้งนี้ขอให้ไปปฏิบัติกันจริง ๆ โดยให้ยึดว่าเยาวชนต้องการมีอนาคตที่ดีในวันข้างหน้ารวมทั้งเกษตรกรที่ยังมีความยากลำบากซึ่งปัญหาเหล่านี้ถือเป็นแรงกดดันทางสังคมและรัฐบาลจึงขอให้คิดถึงคนเหล่านี้ด้วยจึงจะสามารถแก้ไขปัญหาทุกอย่างได้ แต่หากมัวไปคิดถึงคนระดับกลางจนลืมมองคนข้างล่าง ซึ่งตนถูกสั่งสอนมาจากรุ่นพี่และผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) รุ่นก่อนๆ ว่าจะต้องมองข้างล่างแล้วต้องสื่อสาร 2 ทางจึงถือเป็นวาระสำคัญและการที่ตนต้องมายืนอยู่จุดนี้ก็เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวให้โดยเร็ว แม้ระยะเวลาจะมีพอสมควรซึ่งตนก็ยังไม่ทราบว่าจะมีอยู่มากน้อยแค่ไหน แต่ปัญหาที่มีอยู่ค่อนข้างบีบคั้นและมีอยู่มากมาย
สิ่งแรกที่ตนอยากฝากไว้คือการแก้ปัญหาจะต้องนึกถึงคนทั้งหมด เหมือนทหารที่คิดมาตลอดว่าทำตัวอย่างไรให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม อย่าให้คนอื่นมาว่าได้ว่ากินเงินเดือนเปล่า ๆ ถ้าไม่รบก็ต้องทำงานช่วยเหลือประชาชนดูแลทุกข์สุขของประชาชนและที่ผ่านมาทหารก็ช่วยทุกรัฐบาลและตนต้องขอพูดเรื่องของทหารเพราะตนยังคงเป็นผบ.ทบ.อยู่จะเกษียณอายุราชการหลังเที่ยงคืนวันที่ 30 ก.ย.ถึงจะส่งมอบหน้าที่ให้กับคนใหม่แต่นาทีนี้ยังรับผิดชอบอยู่เป็นภาระสำคัญย้ำอีกครั้งว่าที่ต้องมายืนอยู่ตรงนี้วันนี้ที่คนมองว่ามีอำนาจส่วนตัวไม่เคยคิดว่ามีอำนาจเลย คิดแต่เพียงว่าเป็นข้าแผ่นดินจึงจำเป็นต้องทำประโยชน์ให้แผ่นดินเกิด บางคนถามว่าประเทศชาติให้อะไรคำตอบก็คือให้เรายืนอยู่ตรงนี้อย่างภาคภูมิใจ อย่างมีอิสระเสรี และที่พวกเราเข้ามาวันนี้ถือว่าไม่มีความสุขเข้ามาเพราะปล่อยไว้ไม่ได้ต้องเข้ามาช่วยกันให้ประเทศเดินหน้าและหวังเห็นอนาคตของประเทศมีการพัฒนาต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง และต้องเป็นในลักษณะก้าวกระโดดเพราะเรามีแผนพัฒนาเศรษฐกิจมา 11 ฉบับและปีนี้ก็เป็นปีที่ 2 ส่วนตัวมองว่ามันช้าไปเนื่องจากไม่มีการนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมจึงขอให้ทุกคนช่วยรัฐบาลทำให้สิ่งต่าง ๆ ที่เขียนไว้ในแผนให้เกิดเป็นรูปธรรมและส่งต่อให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อที่จะได้ไปดำเนินการ
"ความจริงผมไม่ชอบพูดกับคนเยอะ ๆ เคยพูดแต่กับทหารด้วยกันไม่ต้องระวังตัวเท่าไรบางทีพูดเพราะบ้างไม่เพราะบ้างก็ต้องระวัง อีกทั้งเย็นวันเดียวกันนี้ผมก็ต้องพูดในรายการคืนความสุขให้คนในชาติให้กับประชาชนรับฟังก็กลัวว่าจะเบื่อกัน หลายคนถามว่าเมื่อไรจะเลิกรายการนี้สักทีแต่อีกพวกก็บอกว่าไม่เป็นไรละครดูทีหลังอยากดูผบ.ทบ.มากกว่า ก็ไม่รู้ว่าพูดจริงหรือไม่ การพูดคือการสื่อสารให้คนเข้าใจ ซึ่งต้องมีการสื่อสารในหลายระดับเพื่อคนเรามีหลายพื้นฐานความคิด หลายอาชีพจึงจำเป็นต้องพูดให้เกิดความมั่นใจทั้งหมดว่ารัฐบาลต้องการทำอะไร และทุกคนจะมีส่วนร่วมกับเราได้อย่างไร ไม่ใช่ทุกอย่างโยนกลับมาที่รัฐบาลหรือนายกฯ เพราะนายกฯ ไม่ใช่เทวดาที่จะเนรมิตรทุกอย่างได้ในเวลานี้ ไม่ใช่ขออะไรมาแล้วนายกฯ ให้หมด การบริหารราชการแผ่นดินจะเช่นนี้ไม่ได้ ต้องมีกรอบ ระเบียบ มีวินัยทางการเงินการคลังในเรื่องของการใช้จ่าย อีกทั้งต้องมีระเบียบของสำนักนายกรัฐมนตรีไม่ใช่ขออะไรมาก็อนุมัติออกไปทันทีก็จะกลายเป็นภาระ เป็นหนี้สาธารณะแบบทุกวันนี้จนปลัดกระทรวงการคลังต้องก่ายหน้าผากว่าจะบริหารหนี้สาธารณะให้ลดลงอย่างไร โชคดีที่หนี้สาธารณะไม่เกิน 60 เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้ก็พยายามปรับเพื่อที่จะไปลดหนี้สาธารณะที่มีการไปกู้มาลงทุนในโครงสร้างต่าง ๆ ซึ่งก็เป็นประโยชน์แต่ก็เป็นการไปเพิ่มยอดหนี้สาธารณะ เพิ่มดอกเบี้ยและต้องหาเงินไปทดแทน ดังนั้นจึงต้องคิดให้ดีในการใช้จ่ายงบแต่ละครั้งจะต้องใช้เม็ดเงินให้เป็นประโยชน์มากที่สุด ทั้งแผนการใช้งบประมาณ 2558 และงบคงค้างในปี 2557 ที่ต้องทำให้เกิดความสอดคล้อง" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ทหารไม่ได้ทำหน้าที่ปกป้องประเทศอย่างเดียว ยังมีหน้าที่ทำให้ประชาชนเกิดความเข้มแข็ง บางคนไม่เข้าใจว่างบประมาณที่เกี่ยวข้องกับสถาบันนั้นมีไว้เพื่อทำการโฆษณาอย่างเดียวหรือ ซึ่งความจริงไม่ใช่ เพราะมีงานอีกหลายอย่างที่จำเป็นทั้งงานกิจกรรมการสนับสนุนโครงการตามพระราชดำริสิ่งเหล่านี้เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ใซึ่งถือเป็นเรื่องสำคัญตราบใดที่เรายังมีสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ก็ต้องช่วยจรรโลงสิ่งเหล่านี้ไว้ เพราะพระองค์ทำแต่สิ่งที่ดีงามมาโดยตลอดพระชนม์ชีพจะถึงปัจจุบัน วันนี้ทุกคนมีหน้าที่ทำให้พระองค์ท่านทรงมีความสุข ทำไมจึงจะทำให้เกิดความไม่สบายพระทัยด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง ดึงท่านลงมาเกี่ยวข้องมากมายยืนยันว่าพระองค์ไม่เคยทรงเกี่ยวข้องจนถึงวันนี้ท่านทรงอยู่เหนือความขัดแย้งทั้งปวงอยู่แล้ว วันนี้คนไทยทุกคนมีพระองค์ท่านอยู่ในหัวใจอยู่แล้วถ้าคิดเป็นอย่างอื่นคงไม่ใช่คนไทย
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ประเทศเพื่อนบ้านต่างเป็นมิตรประเทศกับไทยรวมทั้งประเทศต่างๆ ทั่วโลกไม่ใช่ศัตรูและไทยก็ไม่ใช่ศัตรูเขา เราไม่ได้เป็นดินแดนของความขัดแย้งมากมายที่จำเป็นต้องขอให้ใครเข้ามาช่วย เราเองก็มีตำรวจมีเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ ดูแล ดังนั้นประเทศไทยก็คือประเทศไทย สามารถร่วมมือได้กับทุก ๆ คน ต้องขอร้องว่าอย่าไปสร้างความขัดแย้งแค่เกิดความขัดแย้งในประเทศก็พอแล้ว อย่าไปสร้างความขัดแย้งภายนอกเข้ามาอีก ทำอะไรเราก็ต้องระมัดระวังและให้เกียรติกับทุกประเทศ ตนไม่เคยไปต่อต้านใคร ใครจะมาต่อต้านตนตนก็ไม่เคยไปต่อต้านตอบเพราะถือว่าเขาคือมิตรประเทศ วันข้างหน้าก็ต้องมีการพูดคุยอย่างเวทีอาเซียน เอเปค ประเด็นสำคัญคือวันนี้แม้เราจะไม่เป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ตนถือว่าสมบูรณ์เพราะเรามีทั้งรัฐธรรมนูญ รัฐมนตรีและครม. เพียงแต่อยู่ในช่วงสถานการณ์ไม่ปกติเท่านั้น แต่เราอยู่คนเดียวไม่ได้ วันนี้โลกไร้พรมแดนจึงต้องสร้างสิ่งที่ดีให้สังคมโลกรู้ว่าเรากำลังทำอะไร "ขอความกรุณาสื่อมวลชนก็ต้องช่วยกันด้วยอย่ามัวมาทะเลาะกับผมทุกวันไม่ได้ประโยชน์ ผมเองก็หงุดหงิดเสียปัญญาเสียสมอง ผมยิ่งปัญญาน้อยๆ อยู่"
เรื่องของหลักการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตนได้สั่งว่าให้เอายุทธศาสตร์การพัฒนาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวลงไปด้วย คือการเข้าใจ เข้าถึงและพัฒนา เพราะจะได้เข้าใจถึงปัญหา เข้าใจคน เข้าใจพื้นที่ นำไปสู่แนวทางแก้ปัญหา ถ้าเรานำหลักศาสนามา หลักวิชาการมารวมกับแนวคิดของคนไทย ตนคิดว่าเราไม่เพลี่ยงพล้ำให้ใคร ถามว่าคนไทยเก่งไหม คนไทยเก่ง แต่ถ้ารวมกันเมื่อไหร่ก็ทะเลาะกัน อาจจะเรียกว่าเป็นการฝึกฝีมือ สมองไว้หน่อย แต่เมื่อมีศัตรูก็จะรวมหัวกันสู้ เราต้องแก้ตรงนี้ก่อน วันนี้เรามีนักวิชาการเยอะแยะไปหมด ถ้ารวมนักวิชาการ 60 ท่าน ที่ว่ามารวมกับครูอาจารย์อีก 6 แสน นี่ล่ะจะต้องทำให้ทรัพยากรร่วมมือกันช่วยเดินหน้าประเทศอย่างไร ซึ่งวิสัยทัศน์การพัฒนาประเทศอย่าไปเขียนยาว ระบุเพียงแค่ว่าประเทศต้องการอะไรเอาแค่ใน 5 ปีก่อน ฉะนั้นต่อจากนี้จะทำอะไรต้องมีแผนการว่าทำในกำหนดการกี่เท่าไร ต้องใช้จ่ายงบประมาณอย่างไร สศช.และรัฐบาลต้องคิดว่า ทุกกระทรวง กรม ต้องทำอะไรก่อนหลัง เพื่อให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจ สังคม การเงินการคลัง การต่างประเทศ ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้ บางคนบอกว่ารัฐบาลใช้อำนาจเด็จขาด โดยไม่ฟัง ซึ่งเราฟังทุกวัน แต่เมื่อฟังก็ต้องตอบโต้กันไปมา เดี๋ยวก็ทะเลาะกัน แต่ตนก็อดทนนะ บางครั้งก็ต้องเห็นใจว่าตนเป็นปุถุชนธรรมดา ตั้งใจทำอะไรเยอะแยะ หลายอย่างก็มีผลสัมฤทธิ์บ้าง บางอย่างกำลังทำอยู่ บางอย่างยังไม่เกิดอยู่ในแผนงาน แต่ท่านเหมาว่าทำไมทำไม่ได้ ถ้าเราไม่เริ่มทำแล้วใครจะทำ ฉะนั้นจึงอยากจะฝากว่าอย่าไปหลงกับการพัฒนาที่ไร้ขอบเขต ไม่มีจุดหมาย ไม่วางแนวทาง
ทั้งนี้อยากฝากว่าสศช. นั้นวางแผนอย่างไรในทุก 3 เดือน โดยเอาแค่ 1 ปีของรัฐบาลนี้ก่อน แต่ถ้าจะให้ครบตามแผนพัฒนาฯก็วางต่ออีก 4 ปี ครบ 5 ปี ซึ่งหากตนพูดมากไปเดี๋ยวหาว่าจะอยู่นาน เอาแค่ว่าที่เหลือนั้นจะทำอะไรใน 2 ปี อยากให้เรานำปรัชญาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เข้ามาอยู่ในนี้ให้ได้ โดยปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนั้นต้องมีความรู้และคุณธรรม ต้องสร้างองค์กรให้มีคนดี ตนพูดมาเยอะก็เริ่มกดดัน เมื่อวานก็พูดมา 3-4 ชั่วโมง กลับบ้านก็คุยกับภรรยาไม่รู้เรื่อง หูอื้อ
เราต้องพัฒนาคนในหลากหลายอาชีพให้ได้ ทำอย่างไรให้กลับเข้ามาอยู่ในระบบ ซึ่งในวันนี้กระจัดกระจายจนใช้จ่ายงบประมาณทำไม่ได้ อย่างเช่นสมาคมเกษตรกรสวนยางที่มีกว่า10 สมาคม ต้องรวมกันให้ได้ เราจะได้ช่วยเหลือให้ตรงจุด เรื่องข้าวแต่ละสมาคมก็เข้ากันได้บ้างไม่ได้บ้าง ทำให้ปัญหาตกกลับมาที่รัฐบาล สำหรับการพัฒนาประเทศวันนี้สศช. ให้ความสำคัญคือคนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา แต่ถ้าคนไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหนก็ทำอะไรไม่ถูก แต่ก็กลับว่ารัฐบาลว่าทำไมไม่ดูแลแก้ไข เป็นเช่นนี้มาโดยตลอด เราต้องพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ทุกระดับตั้งแต่บัดนี้
ส่วนการประเมินคุณภาพการศึกษานั้นค่อนข้างน่าเป็นห่วงแต่ถือว่านั่นคือความท้าทาย อย่าไปดูถูกตัวเอง มันอยู่ที่การบริหารจัดการ มันอยู่ที่ระบบ ที่ความร่วมมือซึ่งกันและกันและรวมความคิดทั้งหมด ขับเคลื่อนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ตนคิดว่ามันไปได้ เราต้องนำคนเป็นศูนย์กลาง และภาครัฐ เอกชนต้องช่วยกันดึงออกมา ในช่องทางที่ต้องการ เช่นอยาก เป็นหมอ ตำรวจ ทหาร ถ้าเราไม่เตรียมการตั้งแต่วันนี้ ก็สะเปะสะปะ วันนี้เป็นทหาร ปีหน้าตำรวจ ปีต่อไปขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างดีกว่า มันไม่ใช่ เราต้องทำให้คนเหล่านี้พัฒนาตัวเอง ตนไม่ได้ดูถูก แต่สงสารมากกว่า ถ้าเขามีอาชีพอื่นที่ดีกว่านี้ก็คงไปทำแล้ว เราจะทำอย่างไร วันนี้เมื่อไปจัดระเบียบมาก ๆ ก็เสียหายอีก เขาก็เดือดร้อน ซึ่งตนเข้าใจดี ตนเห็นใจคนจนอยู่แล้ว แต่เราจะทำอย่างไรให้ประเทศชาติเป็นระเบียบก็ต้องช่วยกัน และรัฐต้องเข้าไปดูแล ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำให้คนมีอนาคต มีวิสัยทัศน์ โดยเรื่องของคุณภาพการศึกษานั้นจะไปว่าในเรื่องของการปฏิรูป ต้องมาดูว่าการศึกษาแบบไหนที่เหมาะกับคนไทย ถ้าเราพัฒนาคนได้ สังคมก็อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ไม่ต้องทะเลาะกัน และไม่มีใครมาชี้นำ เพราะความยากจนได้
สำหรับแนวทางการขับเคลื่อนประเทศ โดยจะขอพูดถึงหลังวันที่ 22 พ.ค. ตนได้มาช่วยไม่ได้มาสั่งท่าน มาฟังและทำอย่างที่ทุกกระทรวง ทบวง กรม ต้องการ แต่ต้องอยู่ในกรอบที่คิดร่วมกันแล้วเดินไปข้างหน้าพร้อมฟังเสียงประชาชน มันจึงจะไปได้ ส่วนเรื่องของการสร้างความปรองดอง วันนี้คิดว่าความขัดแย้งไม่น่าจะมีแล้ว น่าจะเบาลงแล้ว ซึ่งการปรองดองนั้นเริ่มมาตามลำดับ และใช้ดนตรีเป็นสื่อกลาง ตนต้องการแค่นั้น ไม่ใช่ใช้ดนตรีเพื่อให้คนเลิกทะเลาะกัน แต่เพื่อให้ลืมความบางหมาง และมีเวลาในการใช้สติปัญญา ว่าสู้มานี่เพื่อใคร มีใครได้ประโยชน์หรือเปล่า ตายไปถามยมบาล ยังไม่รู้เลยตายมาได้อย่างไร เพราะอยู่เฉย ๆ ก็โดนยิงมา มันไม่ใช่ เราได้ต้องให้เวลาให้เขาตั้งสติให้ดีขึ้น ส่วนพวกที่ทำไม่ได้ก็ปล่อยไป และว่าด้ยกฎหมาย ถ้าเราไม่ปล่อยให้กระบวนการยุติธรรมเดินด้วยความเข้มแข็ง กระบวนการนี้ก็ไม่ได้รับความเชื่อถือ แล้วประเทศจะอยู่อย่างไร ก็โทษกันไปมา โทษเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ อัยการ ศาล ตกลงปะเทศนี้ไม่มีใครดี เหลือไอ้คนพูดนี่ดีคนเดียว
ส่วนของการปฏิรูป 11 ด้าน นั้น รัฐบาล ไม่สามารถปรับเปลี่ยนกฎกติกาได้ อำนาจเหล่านี้เป็นอำนาจในเชิงสร้างสรรค์ ที่ตนมีอยู่ทุกวันนี้ เป็นการใช้อำนาจเชิงสร้างสรรค์ ไม่เคยเอาไปทำร้ายใคร ไม่คิดปิดกั้นอะไร แต่ต้องการให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อยจึงต้องใช้ ฉะนั้นเรื่องเหล่านี้อย่าเร่งรัดตนมากนัก ก็เห็นว่ามีปัญหาอยู่ตลอด วันนี้ยังมีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น แสดงว่าคนส่วนหนึ่งไม่กลัวกฎหมาย เราต้องทำอย่างไรให้คนพวกนี้เลิกหมด เสร็จแล้วก็มาคุยกัน อย่าเพิ่งเรียกร้องว่าเราต้องเป็นอิสระเสรี ประชาธิปไตย มากมายนัก วันนี้เราก็เป็นประชาธิปไตยแบบไทย ๆไปก่อนแล้วกัน
ส่วนความเดือดร้อนประชาชน กระทรวงมหาดไทยได้ดูแลเป็นหลักอยู่แล้ว ซึ่งเราเปิดช่องทางสื่อสารให้ประชาชนตลอด ไม่ใช่มีอะไรเดือดร้อนก็เข้ามาเห็นว่ามาเยอะแล้วรัฐบาลจะให้ ต่อไปนี้ต้องไปหาผู้ว่าฯ แล้วส่งเรื่องมา เราต้องฟังคนทุกระดับ ส่วนเรื่องที่มีปัญหามาเป็นสิบปี แล้วมาพูดว่าก็มาแบบนี้ทุกปีนี้คนพูดเช่นนี้น่าจะไปก่อน ทำไมไม่แก้ให้เขา
เรื่องของพ.ร.บ.งบประมาณปี 58 ที่คาดว่าจะได้ใช้ในเดือนต.ค. เราได้คุยกับสศช. และทุกกระทรวงตลอด วันนี้เราวางการใช้จ่ายเป็นลักษณะงบขาดดุล เพราะเราตั้งเกินดุลไม่ได้ เพราะรายได้เรามีน้อย บางคนบอกไม่ต้องสนใจต่างชาติมาก นั้น ทำไม่ได้ รายได้จากการส่งออกวันนี้ 60-70 เปอร์เซ็นต์มากจากต่างประเทศ เราต้องแข็งขันมากขึ้น เราเป็นทั้งหุ้นส่วน และคู่แข่งขัน เราต้องเตรียมการคนให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจ เพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ตั้งแต่พ.ค. มาตนยังไม่เห็นเป็นเรื่องเป็นราว ไม่ชัดเจน ซึ่งเราต้องพัฒนาเศรษฐกิจ การค้าชายแดนให้ทัน ประเทศไทยวันนี้ มีเพียง 7 อาชีพ ที่รับรองเออีซี จะไปกับเขาได้หรือ โดยกระทรวงศึกษาต้องดูว่าจะผลิตคนอย่างไร ทั้งนี้เราต้องทำให้รู้ว่าคนจะไปตรงไหน ถ้าเลิกปลูกข้าว ปลูกยาง ไปทำอย่างอื่นจะทำอย่างไร ใครจะช่วย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องดูแล ไม่ใช่บอกว่าตนไปสั่งให้เขาเลิกปลูกยาง จ้างเลิกปลูกยาง ก็โดนอีก มันไม่ใช่
การทำงานในขณะนี้ต้องนำแผนงานไปสู่การปฏิบัติให้ได้ คสช.กับรัฐบาล จะคุยกัน ซึ่งในวันที่(7ต.ค.) จะมีการประชุมร่วมกัน ว่าจะทำงานกันอย่างไร แต่ไม่ได้สั่งงานกัน หัวหน้าคสช.จะสั่งนายกฯ อย่างไรก็งงเหมือนกัน เราให้ความเป็นธรรมทุกคน รู้ว่าใครบทบาทไหน ฉะนั้นอย่ากังวล คสช.เรียกให้มันดี ๆ ซอฟต์ ๆ ลง เรียกคุณสมชาย อะไรก็ได้ คสช.คุณสมชายอย่างเดียวพอแล้ว ไม่มีคสจ.คุณสมจิตร อะไรอีก ทำให้มันดี จะได้ไม่ต้องมีวันนั้น ใครจะมาจะไป ใครจะเป็นรัฐบาล เลือกตั้ง ไม่เลือกตั้ง ไม่สนใจ ถ้ารัฐกระบวนการแข็งแรง ข้าราชการแข็งแรงประชาชนแข็งแรง ใครจะมาชี้นำเราในทางไม่ดีได้
เรื่องสปช. นั้นจะคัดสรรในวันนี้(26ก.ย.)เรียบร้อย เราดูความเหมาะสมคุณสมบัติ ไม่มากน้อยเกินไปแค่นั้น เราจะล็อคไปทำอะไรถามหน่อยสิ เพื่ออะไร เพื่ออำนาจรัฐบาลหรือ รัฐบาลไม่ต้องการอำนาจ แต่ต้องการใช้อำนาจในทางที่สร้างสรรค์ ไม่จำเป็นต้องหาใครมาช่วย ถ้าทำความดีก็สำเร็จ ที่ผ่านมาก็พูดกันไปเรื่อยเปื่อยเสียเวลา เสียบรรยากาศ ตนต้องการแก้ปัญหา 11 เรื่องฉะนั้นไม่จำเป็นต้องล็อคสเปค เอาคนนั้นมาจะเป็นอย่างนี้ ตนจะทราบไหมว่าวันหน้ากระทรวงศึกษาธิการจะเดินไปอย่างไร นั่นเป็นเรื่องของคนทั้งประเทศ การปฏิรูปไม่ใช่เพื่ออำนาจ
ส่วนเรื่องการปฏิรูปพลังงานนั้นตนไม่อยากให้มีการทะเลาะกัน ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกันเท่านั้น ส่วนการปฏิรูประบบโทรคมนาคม เทคโนโลยีของชาติตอนนี้เรากำลังทำอยู่ เดี๋ยวกำลังปฏิรูปกันทีทันต่อการแข็งขันของโลก แล้วมาทะเลาะกันอยู่ เรื่องไม่เป็นเรื่อง จะจอดำ จอมืดจอขาว ตนไม่รู้ แล้วมาให้รัฐบาล หรือคสช.ไปตัดสิน มันไม่ได้ เรื่องนี้เดี๋ยวค่อยว่ากัน เดี๋ยวคอละครก็มาเล่นงาน และทำไมเราจึงไม่สร้างละครให้ดี ๆ โดยกระทรวงวัฒนธรรมกำลังทำอยู่ เป็นหนังรักประกอบท่องเที่ยว เป็นสองครอบครัวเที่ยวเมืองไทยมาเจอกัน ไม่เห็นจะต้องตบตีกันให้คนชินกับการทะเลาะเบาะแว้งสร้างความขัดแย้ง แต่ดูเพื่อความสนุกได้ ตนพูดไปเดี๋ยวทะเลาะกับผู้จัดละครอีก และตนอยากให้คนอ่านหนังสือเยอะ ว่างเมื่อไหร่ก็อ่าน ส่วนหนังสือพิมพ์ให้อ่านหน้ากลางๆ ที่มีเรื่องของการพัฒนาประเทศ ส่วนด้านหน้านั้นมีแต่เรื่องตีกันฆ่ากัน ข้าราชการไปดูงานต้องได้อะไรกลับมาให้ประเทศ
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าอย่างกังวล ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหามาโดยตลอด ซึ่งมีส่วนน้อยพื้นที่ร้อยกว่าหมู่บ้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ดูแลอยู่ตลอด ทั้งด้านความมั่นคง การพัฒนา โดยจะเป็นไปได้ช้า เนื่องจากเวลาจ้างแล้วไม่มีใครทำ ทหารต้องเป็นคนดำเนินการ ซึ่งจำนวนทหารก็มีน้อย จึงขอให้ใจเย็นๆ ตนเองไม่สบายใจ
"เราเจ็บปวดทุกวัน ดีนะที่ลูกน้องยังทำงาน ไม่ใช่เราไม่เก่ง เราไม่ได้รบกับใคร เพียงแต่บังคับใช้กฎหมาย เราเป็นเป้าหมายในทางเปิด และเราก็ไม่ต้องการให้ประเทศอื่นมาเกี่ยวข้องมากนัก เพราะมีกลไก และกฎหมายสหประชาชาติอยู่ อย่าพูดกันเรื่อยเปื่อยเพราะจะทำให้เสียโอกาส"
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่าเป็นห่วงกระทรวงศึกษา ต้องดำเนินการปูพื้นฐานและคัดกรองเข้ามา ให้คัดกรองคนเข้าระบบการศึกษา เพราะส่วนใหญ่คัดออก ถามว่าถ้าสอบไม่ผ่านจะให้ไปทำอะไร ไปดูว่าสามารถเลือกเรียนอย่างอื่นได้หรือไม่ การที่คนออกนอกระบบการศึกษาถือว่าไม่ดี ความคิดพื้นฐานไม่ได้ ผลิตคนให้ตรงความต้องการของตลาด อาชีวะ มหาวิทยาลัยราขภัฎ จะทำอย่างไร ถือว่าเป็นแหล่งผลิตนักศึกษา และต่อยอดให้สามารถทำงานได้ทันที อาทิเช่น เตรียมการรองรับประชาคมอาเซียน อาชีพต่างๆ รวมถึงดูแลเรื่องของภาษา ซึ่งถ้าเน้นการเรียนให้จบปริญญาเพียงอย่างเดียวก็ยังตกงานอยู่เหมือนเดิม ทั้งนี้ความสำคัญของการทำงานคือวันนี้ฐานข้อมูล ไม่ตรงกัน ไม่ทันสมัย ไม่รวมศูนย์ ทุกคนมีกฎหมายหมด แล้วจะเอาข้อมูลไหนมาทำงาน ซึ่งจะต้องรวมมือกัน
ทุกอย่างจะต้องปรับให้ทันสมัย และทันกับสถานการณ์ในวันนี้ บ้านเราได้เปรียบเรื่องของประกันสุขภาพ มีทั้งนวดสุขภาพ สปา สถานที่ท่องเที่ยวมากมาย คนที่มาเที่ยวประเทศไทยนั้น เพราะาประเทศไทยมี 4 ภาค เหนือ กลาง ใต้ ตะวันออก มีวัฒนธรรมคนละแบบ บรรยากาศไม่เหมือนกัน ซึ่งถ้าไปเมืองนอกก็เหมือนๆ กัน ท้ายสุดไม่รู้จะทำอะไรก็ซื้อกระเป๋าแพงเล่น ประเทศไทยไม่มีเบื่อ แต่จะต้องทำอย่างไรให้เกิดความปลอดภัย ดูแลชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวให้ได้
สำหรับเรื่องการรวมตัวประชุมอาเซียน เป็นเรื่องสำคัญทุกกลุ่มต้องคิดว่า การเตรียมคนเพื่อรองรับให้ทันการเปิดประชาคมอาเซียน ซึ่งเหลือเวลาอีกประมาณ 10 กว่าเดือน ส่วนความต้องการของแรงงานในวันนี้ ถ้าสามารถเพิ่มผลิตภาพแรงงานได้ร้อยละ 15 ภายในปี 2565 ก็จะทำให้ความต้องการแรงงานภาพรวมลดลงเหลือ 42 ล้านคน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เรามุ่งการพัฒนาประเทศไปสู่ความสุข โดยความสุขวัดจากรอยยิ้ม การอยู่ดีกินดี เงินในพื้นที่มีการใช้จ่ายมากขึ้น วันนี้คนไม่มีเงินใช้จ่าย รอเงินของรัฐลงก่อนให้เกิดความหมุนเวียน เพราะฉะนั้นต้องอดทน อย่าโทษแต่ตนเอง โทษแต่รัฐบาล ตนเองรับผิดชอบอยู่แล้ว เราต้องแก้ปัญหาที่สะสมมาตั้งนานแล้วจะแก้ไขวันเดียวไม่ได้ ดัชนีตัวชี้วัดทั้งคนทั้งผลสัมฤทธิ์งานจะต้องปรับให้ทันสมัยขึ้น และมีแกนการชี้วัดของหน่วยงานด้วย ถ้าไม่มีผลสัมฤทธิ์ก็ยุบลงไปดีไหม เห็นด้วยหรือไม่ ปัญหาการบริหารจัดการบ้านเรายังขาดการบริหารจัดการที่ดี ทำอย่างไรจะเชื่อมโยงเป็นเอกภาพ มีการบูรณาการ อย่างไรก็ตาม ตนเองไม่ได้มาทะเลาะกับใครทั้งสิ้น ขอให้เริ่มดำเนินการให้ได้โดยเร็ว ขับเคลื่อนแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 11 ให้ลุล่วง ทำประเทศชาติให้เป็นอนาคต วันหน้าต้องรู้ว่าประเทศไทยอนาคตเป็นอย่างไร มองถึงอนาคตอีก 10 ปีข้างหน้า





