"ถาวร เสนเนียม" ห่วง อสส. ตกเป็นเหยื่อช่วยคนใน ระบอบทักษิณ แนะทบทวนการดำเนินคดีอภิสิทธิ์-สุเทพ
นายถาวร เสนเนียม อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานอัยการสูงสุด(อสส.) มีคำสั่งให้อุทธรณ์ คดีที่ศาลอาญามีคำสั่งให้จำหน่ายคดีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงและอดีตผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน ( ศอฉ.) ออกคำสั่งโดยเจตนาเล็งเห็นผลในการสลายการชุมนุมเมื่อปี 2553ว่า จากการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ยุคที่มี นายธาริต เพ็งดิษฐ์ เป็นอธิบดีดีเอสไอ ได้แบ่งสำนวนออกเป็น 4 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มคดีก่อการร้าย 2.กลุ่มเจ้าหน้าที่ที่ออกมาปฏิบัติตามคำสั่ง 3.กลุ่มคดีที่ประชาชนถึงแก่ความตาย 4.กลุ่มเจ้าหน้าที่ที่ตาย
อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ปรากฏว่า สำนักงานอัยการสูงสุด(อสส.)ได้แยกสั่งฟ้องคดีก่อการร้าย สำหรับผู้ต้องหาบางคน แต่อัยการไม่ฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เมื่อมีข้อเท็จจริงว่า การก่อการร้ายเมื่อปี 2553 การแยกสำนวนออกเป็นส่วนๆ เป็นการส่อเพื่อช่วยเหลือใครหรือไม่
นายถาวร กล่าวว่า ในกรณีเดียวกัน มีการไต่สวนคดีชันสูตรพลิกศพ เมื่อพนักงานสอบสวนไม่ตั้งข้อกล่าวหาว่า การตายเกิดจากเจ้าพนักงานคนใด ตำรวจและทหารจึงไม่มีโอกาสนำข้อเท็จจริง ในชั้นไต่สวนชันสูตรพลิกศพ ว่าฝ่ายกองกำลังติดอาวุธของผู้ชุมนุมได้ยิง เจตนาฆ่าและฆ่าเจ้าหน้าที่ของรัฐ รวมถึงขว้างระเบิดเพื่อสังหารเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นเหตุให้การค้นหาความจริงในการไต่สวนชันสูตรพลิกศพ ถูกบิดเบือนข้อเท็จจริง เพราะไม่เปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ออกปฏิบัติการตามหน้าที่ ได้นำเสนอความจริงต่อศาลว่า มีการใช้อาวุธ มีกองกำลังติดอาวุธ มีชายชุดดำ มาทำร้ายประชาชนก่อน
“จะเห็นได้ว่ากระบวนการทั้งหมดนี้ เป็นกระบวนการที่ช่วยเหลือผู้กระทำความผิด ซึ่งเป็นคนในระบอบทักษิณมาตั้งแต่ต้น ตนไม่อยากเห็น นายตระกูล วินิจนัยภาพ อัยการสูงสุด ตกอยู่ในวงล้อมของกระบวนการระบอบทักษิณ ตกเป็นเหยื่อของการช่วยเหลือคนในระบอบทักษิณ อัยการสูงสุดคนปัจจุบัน ต้องทบทวนการดำเนินคดีที่แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม และรวมมาเป็นหนึ่งเดียว เพราะข้อเท็จจริงเกี่ยวโยงกันทั้งหมด และสามารถให้ความเป็นธรรมตามความเป็นจริงได้ กระบวนการนี้เริ่มต้นด้วยการพลิกกลุ่มผู้ก่อการร้ายเป็นผู้ก่อการดีและพลิกเกม ให้นายอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ จากผู้ก่อการดีตกเป็นจำเลย แผนนี้เมื่อขจัดนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ ได้สำเร็จก็จะจัดการแม่ทัพ นายกอง ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่มาเป็นจำเลย เพราะอยู่ในฐานะปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่ง” อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ดังนั้นทหาร ตำรวจที่ออกมาปฏิบัติหน้าที่ขณะนี้เป็น คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เตรียมปรึกษาฝ่ายกฎหมาย และเตรียมพร้อมกับเรื่องนี้ให้ดี มิฉะนั้นจะตกอยู่ในฐานะเดียวกับนายอภิสิทธ์และนายสุเทพ ดังนั้นขอให้สำนักงานอัยการสูงสุด อย่ารับลูกและรับเกมมาเล่นต่อ และที่ตนมีความเห็น เพราะยังรักสถาบันอัยการ และเพื่อให้เกิดความยุติธรรมกับเรื่องที่เกิดขึ้น





