"สามารถ"เตือนเทียบค่าโดยสารแท็กซี่กทม.-สิงคโปร์ ชี้เงิน300บ.นั่งได้กี่กม.แนะปรับขึ้นราคาอย่าปฏิเสธรับผู้โดยสาร
นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ได้ทำตารางเปรียบเทียบค่าโดยสารรถแท็กซี่ในกรุงเทพฯ กับ สิงคโปร์ หลังจากมีข่าวว่าผู้ประกอบการขับรถแท็กซี่ จะขอปรับขึ้นอัตราค่าโดยสาร โดยได้ตั้งโจทย์ว่า เงิน 300 บาท จะนั่งแท็กซี่ในกรุงเทพฯ และสิงคโปร์ได้เป็นระยะทางกี่กิโลเมตร ในการเปรียบเทียบครั้งนี้มีเงื่อนไขดังนี้ 1. ไม่รวมค่าโดยสารในขณะรถติด 2. กรณีสิงคโปร์คิดอัตราค่าโดยสารในชั่วโมงไม่เร่งด่วน
นายสามารถ กล่าวว่า การเปรียบเทียบอัตราค่าโดยสารรถแท็กซี่ จะต้องคำนึงถึงค่าครองชีพด้วย ซึ่งเมืองที่มีค่าครองชีพสูงย่อมมีค่าโดยสารแท็กซี่สูงตามด้วย ตนได้ใช้ดัชนีผู้บริโภค (Consumer Price Index หรือ CPI) แทนค่าครองชีพ , ดัชนีผู้บริโภค (CPI) ที่ตนใช้เป็นข้อมูลจาก NUMBEO ณ กลางปี 2557 โดยเปรียบเทียบกับนิวยอร์ก (CPI = 100) เช่น ถ้าเมืองหนึ่งมี CPI = 120 หมายความว่า ค่าครองชีพในเมืองนั้นแพงกว่านิวยอร์ก 20% หรือถ้าเมืองหนึ่งมี CPI = 70 หมายความว่า ค่าครองชีพในเมืองนั้นถูกกว่านิวยอร์ก 30% โดยที่ CPI รวมค่าใช้จ่ายในการอุปโภคบริโภค ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ แต่ไม่รวมค่าเช่าบ้าน ค่าเช่า อพาร์ทเม้นท์ หรือ ค่าเช่าคอนโดมิเนียม
"จากผลการเปรียบเทียบพบว่าเงิน 300 บาท สามารถเดินทางด้วยรถแท็กซี่ในกรุงเทพฯได้ 47 กม. (คำนวณจากข้อมูลของประกาศกระทรวงคมนาคม ณ วันที่ 18 มิ.ย.51) ในขณะที่เงินจำนวนนี้สามารถเดินทางด้วยแท็กซี่ในสิงคโปร์ได้เพียง 16 กม. (คำนวณจากข้อมูลของ www.taxiautofare.com)หรือ เดินทางในกรุงเทพฯ ได้มากกว่าในสิงคโปร์ถึง 3 เท่า ในขณะที่ดัชนีผู้บริโภคในกรุงเทพฯ ถูกกว่าในสิงคโปร์ครึ่งหนึ่ง ตัวเลขเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ในการพิจารณา ปรับค่าโดยสารรถแท็กซี่ในกรุงเทพฯ แต่ก็จะต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่นด้วย เช่น คุณภาพของรถแท็กซี่ มารยาทและความซื่อสัตย์ของคนขับรถแท็กซี่ รวมถึงความปลอดภัยของผู้โดยสาร และหวังว่าถ้ามีการปรับขึ้นค่าโดยสารแล้ว จะไม่มีคนขับรถแท็กซี่คนใดปฏิเสธที่จะรับผู้โดยสาร โดยอ้างว่าแก๊สหมดบ้าง ถึงเวลาส่งรถบ้าง หรือรถติดอีกบ้าง" นายสามารถ กล่าว





