"ปิยสวัสดิ์ ชี้รัฐสูญรายได้ 2 แสนล้านบาทต่อปี หากไม่เร่งเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบใหม่
ขณะที่แนวโน้มนำเข้าพลังงานเพิ่มขึ้น เตรียมชี้แจงเวทีปฏิรูปพลังงาน 24 ก.ย.นี้
นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ ประธานกรรมการบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงกรณีข้อเรียกร้องของบุคคลบางกลุ่ม ที่ต้องการให้ยกเลิกการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบใหม่นั้น เพราะอ้างว่าต้องการเก็บทรัพยากรใต้ดินไว้ให้ลูกหลานนั้น ต้องชี้แจงว่ารัฐสามารถดำเนินการได้ แต่หากยกเลิกก็จะทำให้รัฐสูญเสียรายได้ จากค่าภาคหลวงหายไป 2 แสนล้านบาทต่อปี
หากต้องการจะเก็บทรัพยากรปิโตรเลียมใต้ดินไว้ให้ลูกหลาน เราก็ต้องหาเงินเพื่อนำเข้าพลังงานจำนวนมากขึ้น ในราคาที่แพงกว่าในประเทศเท่าตัว ซึ่งสุดท้ายก็ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินมานำเข้าพลังงานในส่วนนี้อยู่ดี รวมทั้งจะส่งผลกระทบต่อค่าไฟฟ้าปรับขึ้น 50% ทันทีด้วย ต้องถามว่ามีความเหมาะสมหรือไม่
นอกจากนี้การอ้างว่าไทยมีการผลิตน้ำมันเตาเพื่อส่งออก ทำไมไม่นำมาผลิตไฟฟ้า ขอชี้แจงว่าต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากน้ำมันเตาแพงกว่าก๊าซฯ โดยเมื่อสมัยรัฐบาลพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ก่อนที่จะมีการส่งเสริมโรงแยกก๊าซธรรมชาติ ไทยก็ใช้น้ำมันเตาผลิตไฟฟ้าประมาณ 90%แต่ตอนนี้ต้นทุนไฟฟ้าจากก๊าซฯถูกกว่าน้ำมันเตามาก ประเทศไทยจึงส่งออกน้ำมันเตาซึ่งได้ราคาดีกว่า อย่างไรก็ตามหากจะให้กลับมาใช้น้ำมันเตาในการผลิตไฟฟ้าก็จะทำให้ค่าไฟปรับขึ้น 30% ทันทีเช่นกัน
สำหรับการจัดเวทีเสวนา “การปฏิรูปพลังงานเพื่อความยั่งยืนในอนาคต” โดยมีพระพุทธอิสระ เป็นประธาน ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 24 ก.ย.นี้ ทางกระทรวงพลังงาน ปตท. และหน่วยของภาครัฐที่เกี่ยวข้องก็พร้อมให้ข้อเท็จจริงกับทุกฝ่าย โดยเฉพาะข้อข้องใจด้านพลังงาน ,ต้นทุนราคาพลังงาน ซึ่งในช่วงเช้าจะชี้แจงพลังงานฟอสซิล และภาคบ่ายจะเป็นพลังงานทดแทนต่อไป





