จับตา'13นายพล-2พลเรือน' เคาะ250สปช.รอบสุดท้าย

จับตา'13นายพล-2พลเรือน' เคาะ250สปช.รอบสุดท้าย

สิ่งที่น่าจับตาคือ "15 อรหันต์ คสช." จะสามารถดำเนินการคัดเลือก สปช. ให้ได้คนที่มีความรู้ความสามารถ..ได้หรือไม่

ในรอบสัปดาห์นี้ คาดว่า "คณะรักษาความสงบแห่งชาติ" หรือ คสช. จะได้นัดประชุมกันเพื่อเคาะผู้เสนอตัวเข้าร่วมเป็น "สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ" (สปช.) ให้เหลือ 250 คน ในขั้นตอนสุดท้าย

เพราะขณะนี้รายชื่อผู้เสนอตัวเข้ารับสรรหาเป็น สปช.จากบัญชีรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหา 11 ด้าน ได้คัดเลือกเหลือด้านละ 50 คน ถูกส่งถึงมือ คสช.แล้ว เหลือแต่เพียงบัญชีรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาประจำจังหวัด คัดเลือกยังไม่ครบทุกจังหวัด แต่จะดำเนินการและส่งให้คสช.ได้ทั้งหมดภายในวันที่ 23 ก.ย.นี้

สำหรับผู้ที่จะดำเนินการคัดเลือก สปช.ในรอบสุดท้าย ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้า คสช. ได้ออกคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือก ที่ประกอบไปด้วย "14 นายพลทหาร และ 1 นายพลตำรวจ" ขึ้นมา แต่เมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ ก็ได้ออกคำสั่งคสช.ฉบับที่ 121/2557 เพื่อยกเลิกคำสั่ง คสช.ฉบับที่ 117/2557 เรื่องตั้งคณะกรรมการสรรหาสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ

เป็นการเปลี่ยนแปลงการคัดเลือก สปช. จาก "14 นายพลทหาร และ 1 นายพลตำรวจ" มาเป็น "คสช." ที่ล่าสุดมีการแต่งตั้งสมาชิกเพิ่มเติมเข้าไปเป็น 15 คน ประกอบด้วย "11 นายพลทหาร 2 นายพลตำรวจ และ 2 พลเรือน" ดังนี้

1.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. 2.พล.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองหัวหน้า คสช. 3.พลธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองหัวหน้า คสช. 4.พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองหัวหน้า คสช. 5.พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองหัวหน้า คสช.

6.พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้าคสช. 7.พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล สมาชิก คสช. 8.พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร สมาชิก คสช. 9.พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา สมาชิกคสช. 10.พล.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ สมาชิก คสช. 11. พล.อ.อ.ตรีทศ สนแจ้ง สมาชิก คสช.

12.พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง สมาชิก คสช. 13.นายมีชัย ฤชุพันธุ์ สมาชิก คสช. 14.นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ สมาชิก คสช. และ 15.พล.อ. อุดมเดช สีตบุตร เลขาธิการ คสช.

ทั้งนี้ "15 อรหันต์ คสช." จะต้องคัดเลือกผู้สมัครจากบัญชีรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาประจำ 77 จังหวัดเสนอเข้ามาจังหวัดละ 5 คน รวม 385 คน ให้เหลือจังหวัดละ 1 คน รวม 77 คน

และจากบัญชีรายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาทั้ง 11 ด้าน เสนอ อันประกอบด้วยด้าน 1.การเมือง 2.การบริหารราชการแผ่นดิน 3.กฎหมายและกระบวนการยุติธรรม 4.การปกครองท้องถิ่น 5.การศึกษา 6.เศรษฐกิจ 7.พลังงาน 8.สาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม 9.สื่อสารมวลชน 10.สังคม และ 11.ด้านอื่นๆ ซึ่งจะต้องเคาะจากที่เสนอเข้ามาด้านละ 50 คน รวม 550 คน ให้เหลือเพียง 173 คน

สำหรับการคัดเลือก สปช.แต่ละด้านที่เสนอโดยองค์กรไม่แสวงหากำไรนั้น กฎหมายไม่ได้กำหนดไว้ว่า คสช.จะต้องคัดเลือกด้านละกี่คน ระบุแต่เพียงว่าให้เลือกจากผู้เหมาะสมที่คณะกรรมการสรรหา 11 ด้านเสนอมาเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้เคยคำนวณค่าเฉลี่ยการคัดเลือกสปช.จะอยู่ที่ด้านละ 15 คน แต่คสช.อาจคำนึงถึงภาวะของประเทศ ที่จำเป็นต้องให้น้ำหนักกับการปฏิรูปด้าน การเมือง เศรษฐกิจ ศึกษา เป็นพิเศษ จึงมีความเป็นไปได้ที่แต่ละด้านนี้ จะมี สปช.มากกว่า 15 คน หรืออาจจะถึง 20 คน แต่อย่างน้อยแต่ละด้านควรจะมีสปช. 10-12 คน

เมื่อ "15 อรหันต์ คสช." คัดเลือกสปช.ได้ครบ 250 คนแล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จะต้องนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวาย เพื่อทรงแต่งตั้ง เป็นสปช.ต่อไป ซึ่งตามแผนงานที่วางไว้นั้น คาดว่ากระบวนการทั้งหมดจะเสร็จสิ้นและประกาศรายชื่อสปช.ได้ภายในวันพฤหัสบดีที่ 2 ต.ค.นี้

สิ่งที่น่าจับตาคือ "15 อรหันต์ คสช." จะสามารถดำเนินการคัดเลือก สปช. ให้ได้คนที่มีความรู้ความสามารถ หลากหลาย กระจายตามอาชีพ ทั้งภาครัฐ เอกชน ภาคประชาชน รวมถึงมีคุณสมบัติตรงตามแต่ละด้านที่จะเข้าไปปฏิรูป อย่างที่หลายฝ่ายอยากเห็นได้หรือไม่

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ระบุว่า อยากให้รายชื่อ สปช.ที่ออกมาได้รับการยอมรับ เพราะคือ "หัวใจ" และจะช่วยให้กระบวนการปฏิรูปของ สปช.มีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จ ความรู้ ความสามารถ และความหลากหลาย จึงเป็นเกณฑ์การคัดเลือกที่ดีที่สุด

"ต้องดูทั้ง 250 รายชื่อว่ามีความเหมาะสมมากน้อยเพียงใด แต่หากสังคมไม่ยอมรับจะทำให้การปฏิรูปเดินไปได้ยาก" หัวหน้า ปชป.ระบุ

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ข้อกังวลว่าจะมีการ "ล็อกสเปค สปช."เกิดขึ้น ได้ผุดขึ้นในใจของหลาย ๆ คน แต่ข้อกังวลดังกล่าวจะเป็นจริงหรือไม่ มากน้อยแค่ไหน "คำเฉลย" จะมีขึ้นเมื่อมีการเปิดเผยรายชื่อ สปช.ทั้ง 250 คนออกมาแล้วนั่นแหละ... 2 ต.ค.นี้ได้รู้กัน