วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สหรัฐไม่คว่ำบาตรไทยกรณีค้ามนุษย์

สหรัฐไม่คว่ำบาตรไทย จากติดบัญชีค้ามนุษย์ ด้านพาณิชย์ชี้ส่งผลดีต่อการค้า เตรียมข้อมูลชี้แจงเพิ่ม

หวังหลุดจากบัญชีกลุ่ม 3 ในปีหน้า ขณะนักวิเคราะห์ชี้ความเชื่อมั่นธุรกิจอาหารฟื้น กลุ่มประมงได้ประโยชน์สูงสุด

วานนี้ (19 ก.ย.) ประธานาธิบดี บารัก โอบามา แห่งสหรัฐ ตัดสินใจไม่คว่ำบาตรไทยและมาเลเซีย หลังจากถูกลดไปอยู่กลุ่ม 3 และถูกจัดว่าไม่ได้ตามมาตรฐานขั้นต่ำในการแก้ปัญหาค้ามนุษย์

เมื่อเดือนมิ.ย. ไทย มาเลเซีย และเวเนซุเอลา ถูกลดอันดับไปอยู่สถานภาพต่ำที่สุด อยู่ในกลุ่มที่ 3 หรือ Tier 3 ในรายงานค้ามนุษย์ประจำปี 2557 ของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ เพราะประเทศเหล่านี้ไม่ได้ปฏิบัติตามอย่างเต็มที่ให้ได้ตามมาตรฐานขั้นต่ำสำหรับขจัดการค้ามนุษย์

ในครั้งนั้นนายหลุยส์ เดบากา ทูตสหรัฐประจำสำนักงานติดตามและกำจัดการค้ามนุษย์ กล่าวว่าทำเนียบขาวจะตัดสินใจว่าอาจมีการคว่ำบาตรไทยหรือไม่ ภายใน 90 วัน

ประเทศที่ถูกขึ้นบัญชีดำในกลุ่มที่ 3 นั้น ประธานาธิบดีสหรัฐสามารถระงับการให้ความช่วยเหลือบางประการ หรือระงับการสนับสนุนเงินกู้ของสหรัฐจากธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศได้ แต่สหรัฐมักเลือกที่จะไม่ดำเนินมาตรการดังกล่าว เพราะคำนึงถึงผลประโยชน์ด้านความมั่นคงของประเทศ

ก่อนหน้านี้ สหรัฐไม่ดำเนินมาตรการคว่ำบาตรกับหลายประเทศมาแล้ว รวมถึงซาอุดีอาระเบีย อูซเบกิสถาน และเยเมน ขณะที่เจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐยอมรับว่าประธานาธิบดีโอบามาเคยตัดสินใจไม่คว่ำบาตรจีนกับรัสเซียเช่นกันหลังจาก 2 ประเทศถูกลดอันดับเมื่อปีที่แล้ว

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. ไทย มาเลเซีย และเวเนซุเอลา ถูกลดอันดับไปอยู่สถานภาพต่ำที่สุด หรือ Tier 3 ในรายงานค้ามนุษย์ประจำปี 2557 ของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ซึ่งระบุว่าส่วนใหญ่ของผู้ตกเป็นเหยื่อค้ามนุษย์ในไทย ซึ่งมีจำนวนหลายหมื่นคนตามการประเมินแบบต่ำที่สุดนั้น เป็นผู้ที่มาจากประเทศเพื่อนบ้าน และถูกบังคับหรือหลอกลวงให้ใช้แรงงานหรือถูกหาประโยชน์ในการค้าประเวณี นอกจากนั้น ยังมีจำนวนมากที่ถูกล่อลวงไปยังอุตสาหกรรมประมง การผลิตเสื้อผ้า และงานบ้าน

พาณิชย์ชี้ส่งผลดีการค้า

นางสาวปานจิตต์ พิศวง รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่าสหรัฐไม่ใช้มาตรการคว่ำบาตรไทย จะเป็นผลดี เพราะทำให้ลดความกังวลผลกระทบต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นลงไปได้ จากนี้ไปจะต้องเดินหน้าให้ข้อมูลสหรัฐเพื่อให้รายงานปีหน้าไทย ออกจากบัญชีกลุ่มที่ 3

สำหรับการที่ไทยอยู่ในบัญชี Tier 3 ตามกฎหมายป้องกันการค้ามนุษย์ของสหรัฐฯ ให้อำนาจประธานาธิบดีสหรัฐฯสามารถใช้มาตรการตอบโต้ไทยในด้านอื่นๆ ที่ไม่ใช่ด้านการค้า เช่น การตัดความช่วยเหลือในด้านการศึกษา หรือวัฒนธรรม ภายใน 90 วัน ภายหลังจากการเผยแพร่รายงาน TIP Report ไปแล้วนั้น นางสาวปานจิตต์ กล่าวว่า จะครบกำหนด 90 วันราวเดือนต.ค.นี้

ส่วนความคืบหน้าการแก้ปัญหาแรงงานไทย ขณะนี้ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อยู่ระหว่างการจัดทำรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ และการใช้แรงงานของประเทศไทย เพื่อรายงานความคืบหน้าการแก้ปัญหา ก่อนที่จะยื่นให้กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯพิจารณาในเดือนมี.ค. 2558 ใช้ประกอบการพิจารณาปลดไทยออกจากบัญชีกลุ่ม 3 ในการเผยแพร่ "TIP Report" ประจำปี 2558 ในเดือนมิ.ย.ปีหน้า

นักวิเคราะห์ประเมินกลุ่มประมงได้ประโยชน์

นายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการสายงานวิจัยหลักทรัพย์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) กล่าวว่า การที่สหรัฐยกเลิกการปรับลดอันดับสถานการณ์ค้ามนุษย์ของไทย และยกเลิกการห้ามนำเข้าสินค้ากลุ่มอาหารจากไทย จะส่งผลบวกต่อภาพลักษณ์ของไทยมากกว่า แต่ไม่สามารถวัดออกมาเป็นมูลค่าได้

ในส่วนของตลาดหุ้นไทย เชื่อว่าความเชื่อมั่นด้านการลงทุนในหุ้นกลุ่มอาหารจะปรับตัวดีขึ้น แต่ในส่วนของปัจจัยพื้นฐานกลุ่มอาหาร การยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรสินค้ากลุ่มอาหารจากไทย ไม่มีผลกับแนวโน้มผลประกอบการมากนัก

"เมื่อยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรสินค้า บริษัทดังกล่าวก็ไม่ได้รับอานิสงส์กลับมามากนัก เว้นแต่ผลบวกด้านจิตวิทยา"

ทั้งนี้ มุมมองฝ่ายวิจัยต่อกรณีสหรัฐปรับลดอันดับสถานการณ์ค้ามนุษย์ของไทย เป็นความเสี่ยงต่อกลุ่มส่งออกอาหาร แต่คาดผลกระทบจะจำกัด เพราะคาดผู้ส่งออกไทย ยังสามารถส่งออกได้ แต่ความสามารถในการแข่งขันอาจลดลง

คาดว่าบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) ได้รับผลกระทบน้อยกว่า บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ (TUF) เพราะสัดส่วนยอดขายไปยังประเทศดังกล่าวน้อยกว่า และประเมินผลกระทบกรณีแย่สุด คือ มีการคว่ำบาตรจะกระทบกำไรบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) 8% และกระทบกำไรบริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ (TUF) 15%

บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส กล่าวเพิ่มว่า สถานการณ์ส่งออกไก่เริ่มดีขึ้น จากเหตุการณ์ประเทศรัสเซียห้ามนำเข้าไก่จากอียูและสหรัฐ สำหรับทางญี่ปุ่นได้ยกเลิกการไม่ให้นำเข้าไก่จากไทย รวมทั้งฟิลิปปินส์ อนุญาตให้นำเข้าไก่ปรุงสุกจากไทย เพื่อป้อนแก่อุตสาหกรรมอาหารฟาสต์ฟู้ดในประเทศ

ปัจจัยเหล่านี้ล้วนส่งผลดีต่อบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) ให้สามารถส่งออกไก่ได้เพิ่มขึ้น แม้จะไม่ได้ถึงกับเพิ่มรายได้เป็นจำนวนมากให้กับบริษัทเพราะคิดเป็นสัดส่วน 6% ของรายได้ทั้งหมด แต่จะมีข้อดีคือ ช่วยเพิ่มราคาขายไก่ภายในประเทศ

นอกจากนี้การห้ามนำเข้าอาหารจากรัสเซีย ส่งผลดีต่อธุรกิจปศุสัตว์ที่บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหารไปลงทุนไว้ในรัสเซียนั่นคือ ราคาเนื้อหมูได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

ฝ่ายวิเคราะห์ คาดว่า บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จะมีผลการดำเนินงานปีนี้ที่แข็งแกร่ง สืบเนื่องจากอัตรากำไรของธุรกิจเนื้อสัตว์ที่มากขึ้น อีกทั้งธุรกิจสัตว์น้ำโดยเฉพาะกุ้งมีการฟื้นตัวขึ้น ปกติแล้วราคาเนื้อหมูและเนื้อไก่จะเข้าสู่ภาวะปกติมากขึ้นในช่วงปลายไตรมาส 3 ปีนี้ แต่ยังถือว่าอยู่ในระดับที่ดี เพราะอุปทานใหม่ๆ ยังมีจำกัด และมีความต้องการจากภาคส่งออกมีอีกมาก อีกทั้งการปรับขึ้นของราคาวัตถุดิบเป็นไปอย่างจำกัด จึงคาดว่าความสามารถการทำกำไรจะอยู่ในภาวะที่แข็งแกร่ง

สำหรับธุรกิจกุ้ง เราคาดว่า จะเกิดการขาดทุนที่น้อยลง ผลพวงจากการเพิ่มการผลิต ขณะเดียวกับธุรกิจที่เวียดนาม เราคาดว่าจะมีผลกำไรที่สูงขึ้นเป็นอย่างดีสืบเนื่องจากราคาเนื้อหมูที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น และการประสบความสำเร็จในการต่อสู้กับโรคอีเอ็มเอส (EMS) ที่เกิดขึ้นกับกุ้ง

การเคลื่อนไหวราคาหุ้นวานนี้ (19 ก.ย.) หุ้นบริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ (TUF) ปิดการซื้อขายที่ 70 บาท เพิ่มขึ้น 0.75 บาท หรือ 1.06% มูลค่าการซื้อขาย 267.10 ล้านบาท ส่วนหุ้นบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) ปิดการซื้อขายที่ 31.25 บาท ไม่เปลี่ยนแปลงจากวันก่อนหน้า มูลค่าการซื้อขาย 423.91 ล้านบาท