วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตั้งศูนย์ความมั่นคง 'ประวิตร'นั่งเป็นผอ.

ตั้งศูนย์ความมั่นคง บูรณาการงาน4กท.-1กรม "ประวิตร" นั่งผอ.ผุดแผนแอคชั่นแพลนรปภ.ประเทศ

พร้อมติดตั้งกล้อง ซีซีทีวี 283 จุดทั่ว กทม. พื้นที่ท่องเที่ยวและเศรษฐกิจ พิจารณาตามความเร่งด่วน รับ เหตุการณ์ฆ่า 2 นักท่องเที่ยว ทำให้ตื่นตัว

เมื่อเวลา 11.30 น. พ.อ.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม แถลงข่าวภายหลังการประชุมหน่วยงานความมั่นคง ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในการประชุม โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน กระทรวงทรัพยากรสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักงานข่าวกรอง กรมประชาสัมพันธ์ กองอำนวยรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร(กอ.รมน.) ตัวแทนผู้บัญชาการเหล่าทัพ เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง โดย พล.อ.ประวิตร ได้มอบนโยบายงานด้านความมั่นคง โดยให้น้อมนำพระบรมราโชวาท ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ไปปฏิบัติให้เกิดเป็นรูปธรรม ในเรื่องของความมั่นคง ที่ระบุว่า งานด้านความมั่นคงเป็นเรื่องของทุกส่วนราชการ ไม่ใช่เฉพาะทหาร หรือตำรวจ แต่เป็นเรื่องของประชาชนทุกคน ทุกภาคส่วนที่จะต้องเข้ามามีส่วนร่วม

พ.อ.คงชีพ กล่าวอีกว่า สำหรับการทำงานในเรื่องของความมั่นคงภายใต้ “แอ็คชั่นแพลน” โดยการจัดตั้งศูนย์การแก้ไขปัญหาความมั่นคงแบบบูรณาการ จาก 4 กระทรวงหลัก และ1 กรม ไว้ที่กระทรวงกลาโหม โดยมี พล.อ.ประวิตร เป็น ผู้อำนวยการศูนย์ดังกล่าว โดยจะทำหน้าที่หคล้ายกับศูนย์ “วันสต็อปเซอร์วิส”ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อวิเคราะห์ เสนอแนะ การแก้ไขปัญหาความมั่นคงในระดับนโยบาย โดยจะเปิดทำการตลอด 24 ชม. และคาดว่าจะเริ่มทำงานได้ในสัปดาห์หน้า เพื่อเน้นความรวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์ โดยให้ยึดตามโรดแมปของ คสช. และรัฐบาลเป็นหลัก พร้อมประเมินผลงานทุกๆ 3 เดือน ส่วนในเรื่องการปกป้องและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง และทำให้สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นศูนย์รวมของคนไทยตลอดไป พร้อมเสริมสร้างงานด้านความมั่นคง โดยการสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนในชาติ สร้างสภาวะแวดล้อม ที่ปลอดภัย ให้กับชีวิตและทรัพย์สิน ของประชาชน ทั้งความเป็นอยู่และการสัญจรไปมา

พ.อ.คงชีพ กล่าวต่อว่า ในส่วนของการป้องกันการก่ออาชญากรรม พล.อ.ประวิตรได้เน้นย้ำ กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ให้ทำหน้าที่อย่างแข็งขัน ลดปัญหาอาชญากรรมที่จะเกิดขึ้น พร้อมลดความขัดแย้งความเหลื่อมล้ำในสังคม ซึ่งทุกส่วนราชการจะต้องไปสำรวจและ รับทราบปัญหา อย่างจริงจัง โดยผ่านศูนย์ดำรงธรรม ทีได้จัดตั้งไว้ ในแต่ละพื้นที่ ที่ประชาชนเสนอปัญหาเข้ามา และให้ไปดำเนินการแก้ไขโดยเร็ว นอกจากนี้ในเรื่องการสร้างความปรองดองของในชาติ ขอให้หน่วยงานราชการปฏิบัติงานให้เกิดความเป็นธรรม สร้างความศรัทธา สร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นกับประชาชน ในส่วนของกระทรวงกลาโหมเอง จะเน้นในเรื่องของการเสริมสร้างขีดความสามารถของกองทัพ เพื่อให้เพียงพอและพร้อมป้องกันประเทศ ในส่วนของกำลังพลและยุทโธปกรณ์ต่างๆต้องทันสมัย มีการปรับปรุงโครงสร้างการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากกว่าที่เป็นอยู่ ส่วนงานด้านชายแดนขอให้ทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องให้ทำงานย่างใกล้ชิดกัน เพื่อแก้ปัญหาต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องแรงงานต่างด้าวที่เข้าทำงานอย่างผิดกฎหมาย ให้ใช้ศูนย์ วันสต็อปเซอร์วิส ในการดำเนินการ

พ.อ.คงชีพ กล่าวว่า ในเรื่องของการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ของให้ดำเนินการอย่างจริงจัง และเกิดรูปธรรม เช่นเดียวกับการตัดไม้ทำลายป่า ต้องมีการบูรณาการอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ยังได้เน้นย้ำกับเจ้าหน้าที่ ที่ลงไปปฏิบัติงานเกี่ยวกับความมั่นคงให้ยึดหลักความโปร่งใส เป็นธรรม ให้ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด ในส่วนของต่างประเทศ การเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนนั้น ต้องมีการทำงานร่วมกัน โดยให้ประชาชนเล็งเห็นถึงประโยชน์ถึงการมีส่วนร่วม เพื่อผลักดันประเทศเข้าสู่ประชาคมอาเซียน รวมถึงการชี้แจงให้เห็นความสำคัญ และการสร้างความเข้าใจ การรับรู้ตลอดจนการสนับสนุนจากประชาชน เพื่อคลับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาของชาติ ที่มุ่งเน้นประโยชน์เพื่อส่วนรวม

พ.อ.คงชีพ กล่าวว่า นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร ยังแสดงความห่วงใยถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน โดยได้หารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กทม. สตช. การไฟฟ้า เพื่อหารือและดำเนินการติดตั้งกล้อง ซีซีทีวี เพิ่มแสงสว่างให้คลอบคลุมพื้นที่กทม. เพื่อลดปัญหาอาชญากรรมที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน โดยจะเน้นการป้องกันมากกว่าการแก้ไข โดยเตรียมที่จะติดตั้งกล้อง ซีซีทีวี 283 จุดทั่วประเทศ ภายในเวลา2 เดือน พร้อมประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น บชน. ในการเลือกพื้นที่ที่จะติดตั้งกล้อง ในส่วนของงบประมาณก็ได้มีการเตรียมการไว้แล้ว สำหรับการติดตั้งกล้องซีซีทีวีให้ครอลคลุมพื้นที่ท่องเที่ยว และเศรษฐกิจนั้น จะพิจารณาตามความเร่งด่วน ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร ยังได้เน้นย้ำให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมโดย เฉพาะสื่อมวลชนจะต้องมีความเข้าใจ และประชาชนจะต้องให้ข้อมูลกับรัฐ ช่วยเป็นหูเป็นตา ไม่เพิกเฉย เพราะเรื่องความมั่นคงของประเทศต้องเดินไปด้วยกันระหว่างประชาชน กับรัฐบาล

พ.อ.คงชีพ กล่าวอีกว่า ยอมรับว่า กรณีที่เกิดเหตุการณ์ ฆ่านักเที่ยว 2 รายที่เกาะเต่า จ.สุราษฏธานี ถือเป็นต้นเหตุที่ทำให้หน่วยงานความมั่นคงจะต้องเร่งรัด เรื่องการรักษาความปลอดภัยภายในประเทศ เพราะเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ อย่างไรก็ตามต้องเร่งให้ความเป็นธรรมและให้เกิดความโปร่งใส