วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ฉัตรชัย'คาดแผนบริหารน้ำเสร็จเดือนต.ค.

"พล.อ.ฉัตรชัย"รายงานครม. คาดแผนบริหารน้ำเสร็จปลายเดือนต.ค. เตรียมแผนระยะสั้น 7 มาตรการรับมือ น้ำท่วม น้ำแล้ง

ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดนโยบายและบริหารทรัพยากรน้ำ ได้รายงานต่อที่ประชุมครม. ถึงผลการทำงานของคสช. ในช่วงที่ผ่านมา และการทำงานของอนุกรรมการ 5 กลุ่ม รวมทั้งกลุ่มที่ดูแลบริหารจัดการน้ำ ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และคณะอนุกรรมการจัดทำแผนบริหารจัดการน้ำของภาคตะวันเฉียงเหนือ ภาคใต้ รวมทั้งคณะอนุกรรมการจัดเตรียมข้อมูล คณะอนุกรรมการจัดเตรียมข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ คณะอนุกรรมการจัดตั้งองค์กรข้อกำหนดและกฎหมายต่าง ๆ และคณะอนุกรรมการประชาสัมพันธ์

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทั้งหมดมี 3 ระยะในการทำงาน 1.ระยะร่างโครงการแผนงาน 2. รายละเอียดแผนงานโครงการ 3.แผนบริหารจัดการน้ำฉบับสมบูรณ์ ซึ่งขณะนี้อยู่ในระยะที่ 2 และเสร็จสิ้นปลายเดือนก.ย. และจะเข้าสู่ระยะที่ 3 คือการมีแผนบริหารจัดการน้ำฉบับสมบูรณ์ ซึ่งจะแล้วเสร็จปลายเดือนต.ค.

ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า ทั้งนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รายงานสถานการณ์น้ำ โดยเฉพาะพื้นทีที่คาดว่าจะเกิดภัยที่เกี่ยวกับน้ำในระยะสั้น ซึ่งจากนี้จะได้รับอิทธิพลพายุไต้ฝุ่น “คัลแมกี” ที่จะเข้า โดยจะเกิดปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง น่าน แพร่ สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีปัญหาขาดแคลนน้ำ เนื่องจากการระเหยสะสมสูง จำนวนวันฝนตกมาก ปริมาณฝนสะสมต่ำ ซึ่งพื้นที่เฝ้าระวัง แพร่ พิจิตร นครสวรรค์ นครราชสีมา บุรีรัมย์ เป็นต้น

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ส่วนปัญหาน้ำหลากอันเนื่องมาจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังอ่อน ยังพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ทำให้เกิดปัญหาน้ำหลาก มีพื้นที่เฝ้าระวัง แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยาว์ แพร่ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีปัญหาคลื่นซัดฝั่งเนื่องจากลมตะวันตกเฉียงใต้กำลังอ่อนยังคงพัดปกคลุมทะเลอันดามันประเทศไทย โดยมีพื้นที่เฝ้าระวังคือ ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ สตูล

ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า โดยจะมีแนวทางที่จะพิจารณาการดำเนินการในระยะสั้น คือ 1.เร่งปรับปรุงระบบการระบายของสังคมเมืองที่สำคัญคือนครราชสีมา สุโขทัย พิจิตร นครสวรรค์ กรุงเทพฯ สมุทรปราการ 2.การทำฝนหลวง ในพื้นที่ที่มีศักยภาพให้มากที่สุด และสร้างแหล่งน้ำประจำตำบล ในพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำ 3. เจาะบ่อบาดาลในพื้นที่ที่มีศักยภาพ ช่วยภัยแล้งที่จะมาถึง โดยเตรียมจ่ายน้ำโดยวิธีต่าง ๆ 4.ป้องกันระบบประปา บ่อน้ำตื้น บ่อบาดาลในพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมและน้ำหลาก เร่งฟื้นฟูเป่าล้างจากระบบดังกล่าวเมื่อน้ำลด

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า 5.มาตรการรณรงค์ใช้น้ำอย่างประหยัดในภาคอุตสาหกรรม การท่องเที่ยว และควรที่จะเร่งรัด ให้มีแหล่งน้ำของตัวเองอย่างเพียงพอ 6. การปรับแผนการผลิตด้านการเกษตรให้ใช้น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ และการหาที่เสริม 7.ลำน้ำที่ปัจจุบันมีระดับต่ำกว่าตลิ่งก็ต้องระวังในเรื่องของตลิ่งทรุด ซึ่งในประเด็นดังกล่าวนายกรัฐมนตรีได้สั่งการเพิ่มเติมให้ป้องกันภัยแล้ง โดยให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์หารือกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อกำหนดแอ็กชั่นแพลน ในการเตรียมพร้อมไว้ล่วงหน้า และนายกรัฐมนตรีได้ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูลำน้ำยม โดยเฉพาะการระบายไปสู่พื้นที่แก้มลิง และถนนที่ขวางทางเดินของน้ำ จะมีการแก้ไขอย่างไร โดยให้ลงไปจัดการให้มีผลสัมฤทธิ์

ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า นอกจากนี้อยากให้ประชาชนในพื้นที่มีส่วนร่วมหากจะต้องว่าจ้างประชาชนเป็นแรงงานในการดำเนินการ ก็ขอให้ดำเนินการเพื่อเม็ดเงินจะได้อยู่ในพื้นที่ และนายกรัฐมนตรีได้ฝากให้ดูแลโซนนิ่ง ส่งเสริมให้มีการปลูกพืชเศรษฐกิจ ฝากถึงหน่วยงานต่าง ๆ ในเรื่องการเก็บกักน้ำในช่วงภัยแล้ง