วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชงสนช.'สภาพี่เลี้ยง'

เสนอโอนขรก.ดำรงตำแหน่งการเมืองได้ ชงสนช."สภาพี่เลี้ยง" ทีมสรรหาเคาะว่าที่สปช.10 ด้านแล้ว

นศ.วปอ.2556 เสนอ"ยุทธศาสตร์ชาติ" ชง สนช.อยู่ต่อเป็นพี่เลี้ยงดูแลการเลือกตั้ง พร้อมให้โอนย้ายข้าราชการประจำเป็นข้าราชการการเมืองได้ "ประยุทธ์" รับหนักใจในการทำงาน วอนเชื่อมั่น "คสช.-รัฐบาล" ร่วมพลิกวิกฤตเป็นโอกาสสร้างชาติ "นิด้า" จ่อคลอดโมเดลปฏิรูป 16 ด้าน "สมบัติ" เสนอให้ประชาชนเลือกนายกฯ โดยตรง "อุดม" เสนอยุบบริหารระดับอำเภอ-จังหวัด ให้ อปท.ทำหน้าที่ร่วมกับประชาชนแทน

หลายองค์กรทยอยออกมาเสนอข้อเสนอที่จะนำไปสู่การปฏิรูปประเทศ ท่ามกลางการคัดเลือกสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ที่คณะกรรมการสรรหากำลังพิจารณาคัดเลือก ก่อนเสนอให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) คัดเลือกขั้นตอนสุดท้ายให้ได้ 250 คน ภายในวันที่ 2 ต.ค.นี้

โดยบ่ายวานนี้(15 ก.ย.) ที่สโมสรทหารบก วิภาวดี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมคณะได้ไปร่วมรับฟังการแถลงยุทธ์ศาสตร์ชาติ และยุทธศาสตร์ทหาร พ.ศ. 2558-2562 ของนักศึกษาวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรรุ่นปี 2556 โดยมี พล.ท.พินิจ ฉัตรเสถียรพงศ์ ประธานรุ่นให้การต้อนรับ

สำหรับข้อเสนอยุทธศาสตร์ชาติที่เกี่ยวกับการเข้าสู่อำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายบริหาร คือการแก้ไขเพิ่มเติมระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการได้มาซึ่งตัวแทนปวงชน และบุคคลในคณะรัฐมนตรี คือคนดีจริง เก่งจริง โดยให้มีสภาพี่เลี้ยงในลักษณะสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ต้องอยู่ต่อไปอีกระยะหนึ่ง เพื่อให้แน่ใจว่าการเลือกตั้งจะได้นักการเมืองที่เป็นคนดีจริง เก่งจริง

รวมถึงการที่มีช่องทางพิเศษให้ข้าราชการสามารถขอโอนย้ายเข้าเป็นข้าราชการทางการเมือง เพื่อเพิ่มทางเลือกบุคคลที่จะเข้ามาทำงานทางการเมืองไม่ให้จำกัดอยู่เฉพาะนักการเมืองอาชีพ พร้อมสร้างคนรุ่นใหม่หรือต้นกล้าการเมืองไทยทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นความเปลี่ยนแปลง การเฝ้าระวังการเมืองสีเทา ด้วยองค์กรภาคประชาชนที่เข้มแข็ง

"ประยุทธ์"วอนร่วมพลิกวิกฤตเป็นโอกาส

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวตอนหนึ่งว่า ปัญหาที่เราเผชิญหน้าอยู่ก็ยังเป็นปัญหาเดิมๆ ทั้งสิ้น ซึ่งทุกคนทราบดีว่าต้องหยุดปัญหาทั้งหมดให้ได้ เหมือนหยุดเลือดที่กำลังไหล หยุดต้นไม้ที่ไม่เจริญเติบโต ต้องใส่ปุ๋ยให้งอกงาม ปรับประชาธิปไตยของเราให้เหมาะกับคนไทยและให้รับกับสากล

"วันนี้เรามีทั้งวิกฤตและโอกาส แต่จะทำอย่างไรให้วิกฤตต่างๆ ในทุกด้านที่เกิดขึ้นกลายเป็นโอกาสให้ได้ ถือเป็นความท้าทายในการทำหน้าที่ของทุกคน ทั้งรัฐบาล เอกชน ภาคธุรกิจต่างๆ ฝ่ายความมั่นคง คสช. วันนี้เราต้องแก้ปัญหาให้ได้" นายกฯ กล่าวและว่า ปัญหาสำคัญวันนี้คือ การบริหารจัดการ การบริหารราชการแผ่นดินในทุกระบบ จะต้องแก้ไขให้เกิดความมีเอกภาพ มีการประสานงานและบูรณาการอย่างต่อเนื่อง

ติงม็อบสวนยางไม่รู้จะมาทำไม

"วันนี้ม็อบชาวสวนยางเตรียมตั้งขบวนกันอีกแล้ว ไม่รู้จะมาทำไม เพราะเรากำลังแก้ไขปัญหาทั้งระบบอยู่ ซึ่งต้องใช้เวลา เรารู้ว่าต้องทำอย่างไร แต่ประชาชนจะใจเย็นพอหรือไม่ วันนี้มาขอราคายางกิโลกรัมละ 90-100 บาท ผมถามว่าขายได้เท่าไรก็ขายได้เพียง 60-70 บาทเท่านั้น และจะให้ไปขายให้ใครในโลกนี้ ยางก็ไปกองรวมกันอยู่ในคลัง วันนี้เราใช้วิธีลดต้นทุนการผลิตก็ยังแก้ไขปัญหาไม่ได้เพราะประชาชนเดือดร้อน และผู้ที่มาร้องเรียนทั้งหมดไม่ใช่คนจน แต่เป็นผู้ที่อยู่ตรงกลาง ดังนั้นอยากให้คนที่เป็นเศรษฐีดูแลคนจนเสียบ้างด้วยการช่วยอุดหนุน"

รับหนักใจการทำงาน

"เราหนักใจอยู่ในการทำงาน ซึ่งขณะนี้เข้าสู่โรดแมพระยะที่สอง อะไรที่เราทำได้ก็ทำก่อน วางแผนให้ประเทศไทยให้ยั่งยืนภายใน 1 ปี ส่วนใครจะรับต่อ ก็ทำต่อไป เรามาช่วยกันก่ออิฐประชาธิปไตยที่กำลังยุบลงมาให้แข็งแรง ผมไม่ได้แย่งอำนาจใครมา แต่เพราะรัฐบาลเดิมไม่มีอำนาจเราก็เลยมาทำแทน ขอให้มั่นใจในรัฐบาลของเราทั้งคสช.และรัฐบาล วันนี้อย่าเพิ่งโทษว่าเป็นความผิดของใคร เพราะเราต้องเดินหน้านโยบายเรา นอกจากทำก่อนทำจริงทำทันทีก็ยังมี 3 ป คือ เป็นธรรม โปร่งใส ปรองดอง ไม่ใช่ 3 ปอย่างที่สื่อมวลชนเขียนนั้นไม่มี"

"นิด้า"จ่อคลอดโมเดลปฏิรูป16ด้าน

ที่สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) คณาจารย์ของสถาบัน นำโดย นายประดิษฐ์ วรรณรัตน์ อธิการบดีนิด้า และสมาชิกสภาติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ร่วมกันแถลงข่าวเปิดนิด้าโมเดล ปฏิรูปประเทศไทย 16 ด้าน

นายประดิษฐ์ กล่าวว่า บทบาทของสถาบันนิด้าที่ต้องดำเนินการ คือ หาข้อมูลและปัญหาประเทศที่ควรแก้ไขปรับปรุง โดยนักวิชาการของสถาบันตระหนักถึงข้อมูลการพัฒนา เมื่อพิจารณาย้อนหลังพบว่าหลายประเทศที่เมื่อ 30-40 ปีที่ล้าหลังกว่าประเทศไทย แต่ปัจจุบันกลับมีขีดความสามารถการแข่งขันที่เหนือกว่าประเทศไทย หากไทยไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ คนรุ่นหลังจะอยู่อย่างไร

ดังนั้นอาจารย์ของสถาบันที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญ จึงร่วมเสนอแนะแนวทางปฏิรูป จำนวน 16 ด้าน อาทิ ด้านปฏิรูปการเมือง, ด้านการต่อต้านการทุจริต คอร์รัปชัน และสร้างมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้บริหารประเทศ, ด้านปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม, ด้านการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน, ด้านการปฏิรูปการศึกษา, ด้านปฏิรูปด้านข้อมูลข่าวสาร, ด้านปฏิรูปการท่องเที่ยว, ด้านปฏิรูปสิ่งแวดล้อม, ด้านปฏิรูปพลังงาน เป็นต้น

"ภายในปลายเดือนก.ย.นี้ คาดว่าจะได้ข้อสรุปต่อผลการศึกษาและข้อเสนอการปฏิรูปทั้ง 16 ด้าน รวมถึงการเปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย ในแนวทางต่าง จากนั้นจะส่งไปยังนายกฯ ส่วนนายกฯ จะส่งต่อให้สภาปฏิรูปแห่งชาติหรือไม่ ต้องรอดู อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอแนะต่อแนวทางการปฏิรูปที่สถาบันนิด้าดำเนินการถือว่ามีความเป็นรูปธรรมที่สุด นอกจากนั้นแล้วสถาบันฯ ยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วนต่อการมีส่วนร่วมปฏิรูปประเทศไทย"

นายประดิษฐ์ กล่าวด้วยว่าถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่พบว่าในสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่เป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูป มีบุคคลที่เป็นอาจารย์และศิษย์เก่าจากสถาบันนิด้า มากถึง 31 คน ถือว่าเป็นจำนวนมากที่สุดหากนับตัวแทนจากสถาบันการศึกษาอื่นๆ ยกเว้นสถาบันของทหาร

"สมบัติ"ชงให้ปชช.เลือกนายกฯโดยตรง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในงานแถลงข่าวเปิดตัวนิด้าโมเดล ปฏิรูปประเทศไทย มีร่างข้อเสนอที่ประกอบด้วยรายละเอียดแบบย่อของการปฏิรูปใน 3 ด้านที่สำคัญ คือ 1.ด้านการเมือง ที่เสนอโดยนายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อดีตอธิการบดีนิด้า เสนอว่าการปฏิรูปการเมืองต้องทำใน 2 แนวทาง ได้แก่

1.ปฏิรูประบบพรรคการเมือง คือให้พรรคการเมืองไม่อยู่ภายใต้การครอบงำของนายทุน ด้วยการกำหนดให้ประชาชนสามารถบริจาคเงินภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และภาษีเงินได้นิติบุคคลไม่เกิน 1% ของจำนวนเงินที่เสียภาษีให้แก่พรรคการเมืองที่สนับสนุน

รวมถึงกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้พื้นที่ใดเป็นของพรรคการเมืองใดโดยเฉพาะ ด้วยการกำหนดให้พรรคการเมืองที่จะส่งคนลงเลือกตั้งต้องมีสมาชิกไม่น้อยกว่า 10% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งประเทศ หรืออย่างน้อย 1% ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในแต่ละจังหวัด ขณะที่การคัดเลือกผู้สมัครต้องให้ที่ประชุมตัวแทนพรรคแต่ละจังหวัดเป็นผู้คัดเลือก

และ 2.ปฏิรูประบบและกระบวนการเลือกตั้ง ด้วยการใช้ระบบ E-Voting มาใช้ในการลงคะแนนและให้ประชาชนมีสิทธิเลือกนายกรัฐมนตรีได้โดยตรง ส่วนการเลือกตั้งส.ส.แบบบัญชีรายชื่อให้ใช้ระบบบัญชีรายชื่อจังหวัด โดยพรรคการเมืองจะส่งจำนวนผู้สมัครตามสัดส่วนประชากร ทั้งนี้ไม่ตัดสิทธิผู้ที่จะลงเลือกตั้งแบบอิสระ ส่วนวุฒิสมาชิกต้องมาจากการเลือกตั้งขององค์กรวิชาชีพตามกฎหมายทั้งหมด เพื่อให้ปลอดจากอิทธิพลของพรรคการเมือง

"บรรเจิด"​เสนอปฏิรูประบบยุติธรรม

2.ด้านการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม เสนอโดยนายบรรเจิด สิงคะเนติ คณบดี คณะนิติศาสตร์ นิด้า มี 3 วิธี คือ 1.ให้ประชาชนมีส่วนร่วมต่อการป้องกันอาชญากรรมและระงับข้อพิพาท รวมถึงสร้างการตรวจสอบถ่วงดุลที่เหมาะสมโดยองค์กรกึ่งตุลาการ

2.เพิ่มบทบาทให้พนักงานอัยการกลั่นกรองกฎหมาย หรือมีส่วนร่วมกับตำรวจในการทำหน้าที่ นอกจากนั้นต้องกระจายอำนาจไปยังบุคลากรในองค์กรที่เกี่ยวข้อง ที่มีความเชี่ยวชาญในการสืบสวนสอบสวน และ 3.ต้องเพิ่มกระบวนการคุ้มครอง เยียวยาเหยื่อจากกระบวนการยุติธรรมอย่างเหมาะสมและเพียงพอ

"อุดม"ดันกระจายอำนาจสู่ประชาชน

3.ด้านการปฏิรูปการบริหารราชการแผ่นดิน เสนอโดยนายอุดม ทุมโฆสิต อาจารย์คณะรัฐประศาสนศาสตร์ นิด้า ด้วยการสร้างความเข้มแข็งและสร้างธรรมาภิบาลของรัฐ ได้แก่ 1.จัดระบบการเข้าสู่อำนาจที่ดี โดยใช้ระบบมืออาชีพมาใช้กับตำแหน่งบริหารทุกตำแหน่ง รวมถึงมีระบบวัดผล ชี้วัด ประเมินผลงานในทุกตำแหน่ง นอกจากนั้นต้องสังคายนาระบบธรรมาภิบาลของรัฐอย่างบูรณาการ ทั้งด้านความซื่อสัตย์, การใช้อำนาจรัฐ และความเป็นธรรม การได้รับประโยชน์และการมีส่วนร่วมของประชาชน

2.กระจายอำนาจไปสู่ประชาชน ด้วยการสนับสนุนให้ประชาชน ชุมชนมีส่วนร่วมคิดค้นและวิจัยปัญหาด้วยตนเอง รวมถึงให้บทบาทองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นบริหารอย่างอิสระ นอกจากนั้นต้องยกเลิกระบบบริหารส่วนภูมิภาคระดับจังหวัดและระดับอำเภอ และสนับสนุนให้จังหวัดใช้หลักบริหารราชการแผ่นดินภายใต้หลักการปกครองท้องถิ่น ที่มุ่งให้ประชาชนพึ่งตนเองและปกครองตนเองในส่วนที่เกี่ยวกับทุกข์สุขของตนเองโดยไม่ปฏิปักษ์กับรัฐ และให้จัดตั้งสภาปกครองท้องถิ่นแห่งชาติ เป็นองค์ระบบไตรภาค คือ ผู้บริหารระดับสูงจากส่วนกลาง, ผู้แทนท้องถิ่น และผู้ทรงคุณวุฒิ โดยมีนายกฯ เป็นประธาน

และ 3.แก้ไขความพิการเชิงโครงสร้างของระบบบริหารราชการแผ่นดิน ด้วยการ ปรับบาทการบริหารราชการส่วนกลางและส่วนภูมิภาคใหม่ โดยยุบรวมหน่วยงานระดับกระทรวง ที่มีบทบาทหน้าที่ที่สัมพันธ์กันในแนวราบให้เป็นหน่วยงานเดียวกัน และตั้งกรรมการเฉพาะกิจเพื่อดูแลภารกิจอย่างบูรณาการ, เปลี่ยนหน่วยงานที่มีบทบาทให้การบริการกับประชาชน ไปเป็นผู้ที่กำหนดทิศทางและกำกับดูแลให้ไปทิศทางที่ต้องการ ส่วนการบริหารนั้นให้เป็นหน้าที่ขององค์กรมหาชน และถ่ายโอนให้ อปท.ไปทำหน้าที่แทน

ทีมสรรหาเคาะว่าที่สปช.10ด้านแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการประชุมคณะกรรมการสรรหาสมาชิก สปช. ทั้ง 11 ด้าน ยกเว้นด้านการเมือง พล.อ.นภดล อินทปัญญา สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการสรรหาสปช.ด้านสื่อมวลชน กล่าวว่า ด้านสื่อมวลชนได้เคาะรายชื่อผู้เหมาะสมแล้ว 50 คน แต่ยังไม่ขอเปิดเผยรายชื่อ

"ยืนยันว่าที่กรรมการทุกคนไม่มีการบล็อกโหวต ไม่มีการฮั้วกับใคร การคัดเลือกในครั้งนี้ยุติธรรมที่สุดในโลกแล้ว"

ด้านนพ.เจตน์ ศิรธานนท์ สนช. ในฐานะคณะกรรมการสรรหาสปช.ด้านสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า กรรมการแต่ละคนได้ลงคะแนนคัดเลือกผู้ที่มีความเหมาะสม จากนั้นนำคะแนนมาเทียบ เรียงลำดับผู้ได้คะแนนสูงสุดตั้งแต่ลำดับ 1-50 ชื่อ แต่ยังไม่เรียบร้อย ซึ่งจะประชุมอีกครั้งวันที่ 17 ก.ย.นี้ ก่อนเสนอคสช.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการสรรหาในด้านต่างๆ ยกเว้น ด้านการเมืองกับด้านสังคม สามารถคัดเลือกบุคคลได้ 50 คนแล้ว แต่จะรอรายงานผลการตรวจสอบคุณสมบัติที่ยังมีทยอยเข้ามาจนถึง 17 ก.ย. เพื่อตรวจดูว่า 50 คนที่ได้คัดเลือก มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติหรือไม่ หากไม่มีก็จะทำบัญชีเสนอต่อคสช.ทันที

ทั้งนี้กรรมการสรรหาสปช.ด้านการเมือง จะประชุมคัดเลือก 50 คนในวันที่ 17 ก.ย. และในส่วนของด้านสังคม นัดประชุมวัน 15 ก.ย. แต่การคัดเลือกบุคคลจะประชุมอีกครั้งวันที่ 17 ก.ย.

คสช.ย้ายสำนักงานไป"บ้านมนังคศิลา"

พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก และทีมโฆษกคสช. กล่าวว่า คสช.ได้หารือเบื้องต้นว่า หลังจากรัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อสนช.แล้ว และ พล.อ.ประยุทธ์ เข้าทำงานที่ทำเนียบฯ แล้ว จะย้ายสำนักงานเลขาธิการ คสช. ส่วนงานฝ่ายต่าง ๆ รวมถึงสถานที่ประชุมไปอยู่ที่บ้านมนังคศิลา ย่านสะพานขาว โดยจะมีการประชุมสัปดาห์ละ 1 ครั้ง