เปิดรายการปรับลดงบฯ 58 ของ กมธ.วิสามัญฯ 5หน่วยงานที่ปรับลดสูงสุด พร้อมเปิดงบฯ ก.กห. ที่ถูกปรับลด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้นัดประชุมสนช. ครั้งที่ 9/2557 วันที่ 16 ก.ย. เวลา 13.00 น. เพื่อพิจารณาเรื่องด่วน คือ ร่าง พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2558 วงเงิน 2,575 ล้านล้านบาท วาระสองและวาระสาม หลังจากที่คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ พิจารณาเสร็จแล้ว ทั้งนี้มีรายละเอียดการพิจารณาตามที่ปรากฎอยู่ในรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญฯที่น่าสนใจ ดังต่อไปนี้ กรรมาธิการวิสามัญฯ มีมติปรับลดงบประมาณลงทั้งสิ้น 16,823,680,500 บาท โดยมีหน่วยงานที่ปรับลดสูงสุด 5 อันดับ ได้แก่ 1.ส่วนของงบกลาง ปรับลด จำนวน 6,200 ล้านบาท โดยอยู่ในแผนงานบริหารบุคคลภาครัฐ ในหมวด ค่าใช้จ่ายการปรับเงินเดือนค่าตอบแทนบุคลากรภาครัฐ โดยตัดงบประมาณที่ตั้งไว้ จำนวน 5,000 ล้านบาทออกทั้งหมด และหมวดเงินสำรอง เงินสมทบ และเงินชดเชยของข้าราชการ จำนวน 1,200 ล้านบาทจากงบประมาณที่ตั้งไว้ จำนวน 46,611 ล้านบาท
2. กระทรวงคมนาคม ปรับลด จำนวน 1,659,626,700 บาท โดยแผนงานและโครงการที่ถูกปรับลดงบประมาณ ส่วนใหญ่จะอยู่ในหมวดแผนงานสัมมนา ฝึกอบรม เจรจา และการประชุม รวมถึงโครงการว่าจ้างที่ปรึกษา ศึกษา และสำรวจเพื่อประเมินผลและผลกระทบสิ่งแวดล้อม เช่น ค่าสำรวจออกแบบรายละเอียด และศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมในรายละเอียดโครงการก่อสร้างเขื่อนยกระดับในแม่น้ำเจ้าพระยาและน่านเพื่อการเดินเรือ, ค่าศึกษาทบทวนเหมาะสมด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรมและสำรวจออกแบบรายละเอียดและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมในรายละเอียดเพื่อก่อสร้างท่าเรือจ.ชุมพร, ค่าศึกษาทบทวนและสำรวจออกแบบเพื่อก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกสงขลาแห่งที่ 2, ค่าศึกษาความเหมาะสมเพื่อเพิ่มศักยภาพท่าเทียบเรือขนส่งสินค้าเพื่อสนับสนุนด่านชายแดนสิงขร เชื่อมโยงระบบการส่งสินค้าและการท่องเที่ยว เส้นทาง EAST-WEST FERRY เป็นต้น
3. รัฐวิสาหกิจ ปรับลด จำนวน 1,081,124,500 บาท โดยมีหน่วยงานที่ถูกปรับลดที่น่าสนใจ อาทิ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ถูกปรับลด 32,487,300 บาท จากเดิมที่ตั้งบฯ ไว้ 6,546,884,500 บาท โดยโครงการที่ถูกปรับลดอาทิ การขยายฐานตลาดนักท่องเที่ยวคุณภาพทั่วไป, การเพิ่มขีดความสามารถในการแบ่งยัน, ค่าใช้จ่ายการสร้างกระแสการเดินทางของนักท่องเที่ยว เป็นต้น, การกีฬาแห่งประเทศไทย ถูกปรับลด จำนวน 893,200 บาท จากเดิมที่ตั้งงบฯ ไว้ 3,765,561,600 บาท โดยเป็นส่วนโครงการพัฒนาบุคลากรทางการกีฬาระดับอาเซียน, การเคหะแห่งชาติ ถูกปรับลด จำนวน 37,900,000 บาท จากเดิมที่ตั้งงบฯ ไว้ 920,443,000 บาท โดยอยู่ในการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนผู้มีรายได้น้อยและค่าใช้จ่ายเพื่อซ่อมแซมอาคารเช่า, องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร ปรับลดงบฯ จำนวน 25,874,900 บาท จากเดิมที่ตั้งงบฯ ไว้ 2,328,385,300 บาท โดยอยู่ในส่วนค่าใช้จ่ายในการรับฝากและเก็บรักษาสินค้าตามโครงการรับจำนำผลผลิตทางการเกษตร ปี 2556/2557, สำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง ปรับลดงบ จำนวน 750,000 บาท จากเดิมที่ตั้งงบฯ จำนวน 280,545,800 บาท อยู่ในส่วนเงินอุดหนุนเป็นค่าครุภัณฑ์ รถยก จำนวน 5 คัน, การทางพิเศษแห่งประเทศไทย ถูกปรับลดฯ จำนวน 5000,000,000 บาท จากเดิมที่ตั้งงบฯ ไว้ 1,700,000,000 บาท โดยอยู่ในส่วนค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน โครงการทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอก กทม., การรถไฟแห่งประเทศไทย ถูกปรับลดงบฯ 12,605,200 บาท จากเดิมที่ตั้งงบฯ ไว้ 19,298,217,600 บาท โดยอยู่ในส่วนค่าจ้างที่ปรึกษาจัดประกวดราคา โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ช่วงลพบุรี-ปากน้ำโพ, ช่วงประจวบคิรีขันธ์-ชุมพร, ช่วงมาบกะเบา - ชุมทางถนนจิระ เป็นต้น รวมถึงงานจ้างที่ปรึกษาเพื่อความเหมาะสมของโครงการก่อสร้างทารถไฟสายนครสวรรค์ - กำแพงเพชร - ตาก - แม่สอด เป็นต้น, องค์การคลังสินค้า ถูกปรับลด 346,322,400 บาท ในส่วนค่าใช้จ่ายในการรับฝากและเก็บสินค้าตามโครงการรับจำนำผลผลิตทางการเกษตรปีการผลิต 2556/2557 เป็นต้น
4. กระทรวงมหาดไทย ปรับลด จำนวน 1,048,672,700 บาท โดยส่วนใหญ่เป็นงบประมาณในส่วนของค่าก่อสร้างโครงการต่างๆ ที่เป็นโครงการผูกพันงบประมาณ, ค่าใช้จ่ายในการสัมมนาและฝึกอบรมในหลักสูตรต่างๆ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการต่างประเทศ และค่าดำเนินการศึกษษ ออกแบบโครงการต่างๆ อาทิ วางผังพื้นที่เฉพาะชุมชนชายแดน เป็นต้น
5. กระทรวงศึกษาธิการ ปรับลด จำนวน 919,317,400 บาท โดยส่วนใหญ่เป็นงบเพื่อดำเนินโครงการสัมมนาและฝึกอบรม และค่าใช้จ่ายเพื่อเดินทางไปราชการต่างประเทศ รวมถึงโครงการก่อสร้างอาคารหอพักและอาคารเรียน
ขณะที่กระทรวงกลาโหม ถูกปรับลดงบประมาณ ลง จำนวน 550,715,300 บาท จากเดิมที่เสนอขอ จำนวน 193,499,805,500 บาท ถือว่าเป็นหน่วยงานที่ถูกปรับลด ลำดับที่ 9 โดยมีรายละเอียด ที่น่าสนใจ อาทิ กรมราชองครักษ์ สังกัดสำนักปลัดกระทรวงกลาโหม ลดงบประมาณเพื่อใช้ในโครงการสร้างอาคารปฏิบัติการและที่พักเตรียมพร้อม กรมราชองครักษ์ จำนวน 3,157,500 บาท จากเดิมที่ตั้งงบฯ ไว้ 56,431,300 บาท, กองบัญชาการกองทัพไทย ถูกปรับลดงบ จำนวน 32,310,000 บาท ส่วนค่าใช้จ่ายในการเสริมสร้างกำลังกองทัพ ตามโครงการที่ผูกพันตามสัญญาและมาตรา 23 จำนวน 6 โครงการ, กองทัพบก ถูกปรับลด จำนวน 435,000,000 บาท ในส่วนค่าใช้จ่ายในการเสริมสร้างกำลังกองทัพตามโครงการที่ผูกพันตามสัญญาและตามมาตรา 23 จำนวน 13 โครงการ, กองทัพเรือ ปรับลด จำนวน 65,120,800 บาท ในส่วน ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมและศึกษาต่างประเทศ จำนวน 4,898,300 บาท จากเดิมที่เสนอขอ 73,290,500 บาท และค่าใช้จ่ายในการเสริมสร้างกำลังกองทัพ ส่วนของโครงการที่ผูกพันตามสัญญาแล้ว จำนวน 3 โครงการ จำนวน 60,222,500 บาท จากเดิมที่เสนอขอ 145,549,700 บาท, กองทัพอากาศ ปรับลดจำนวน 7,127,000 บาท ในส่วนค่าใช้จ่ายปรับปรุงหน่วยเพื่อดำรงสภาพกำลังกองทัพ จากเดิมที่เสนอขอ 1,994,948,700 บาท, สถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ (องค์การมหาชน) ปรับลดจำนวน 3,000,000 บาท ส่วนค่าใช้จ่ายโครงการวิจัยและพัฒนาต้นแบบยุทโธปกรณ์ จากเดิมที่เสนอขอ 116,442,700 บาท
ขณะที่รายงานการปรับเพิ่มงบประมาณที่นำวงเงินที่ถูกปรับลดทั้งหมด จำนวน 16,823,680,500 บาทไปจัดสรรให้จะอยู่ในส่วนงบประมาณรายจ่ายของงบกลาง ในแผนงานเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ทั้งนี้มีวัตถุประสงค์การใช้จ่าย เพื่อเป็นเงินสำรองจ่ายในกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นให้แก่ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานของรัฐ ที่มีบทบาทหน้าที่ต้องแก้ไขปัญหาเร่งด่วนที่เกิดขึ้นและใช้จ่ายตามความจำเป็นหรือสภาพเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นโดยมิได้คาดหมายซึ่งไม่สามารถประมาณการค่าใช้จ่ายที่แน่นอนได้
ทั้งนี้กรรมาธิการวิสามัญฯ ยังมีข้อสังเกตต่อ ร่าง พ.ร.บ.งบฯ 58 ไว้คือ หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องควรมีการบูรณาการทำงานร่วมกัน ทั้งภารกิจงาน การวิจัย งบประมาณ รวมถึงการเผยแพร่องค์ความรู้จากผลศึกษาหรือผลวิจัยที่ผ่านมาให้หน่วยงานต่างๆ เข้าถึง เพื่อลดความซ้ำซ้อนของการจ้างที่ปรึกษา และสิ้นเปลืองงบประมาณ นอกจากนั้นแล้วการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานต่างๆ ควรกำหนดเป้าหมาย ตัวชี้วัด และแผนปฏิบัติงาน และบประมาณที่เหมาะสม โดยมีกลไกกำกับ ตรวจสอบ ติดตาม เพื่องานสำเร็จตามเป้าหมาย





