"พล.อ.ธนะศักดิ์"มอบ"กต."ทำแผนยุทธศาสตร์ด้านต่างประเทศ 10 ปี ระบุจับมือต่างชาติทำงานร่วมสปช.
พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงความรู้สึกต่อการเข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการในวันนี้เป็นวันแรกว่า ยินดีที่รู้จักกับครอบครัวใหม่ ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศเคยได้ร่วมงานกันมาก่อนหน้านี้แล้ว 3 เดือน ซึ่งวันนี้ ได้รับฟังกรอบการทำงานของกระทรวงการต่างประเทศ โดยส่วนตัวไม่ได้มอบหมายงานอะไรเป็นพิเศษ แต่มีแนวคิดเน้นภาพลักษณ์ความเชื่อมั่น และเพิ่มสวัสดิการของข้าราชการของกระทรวงให้สมเกียรติ รวมทั้งปรับปรุงสถานเอกอัครราชในต่างประเทศให้สมศักดิ์ศรี ทั้งนี้ ตนได้มอบหมายให้ไปทำยุทธศาสตร์ด้านการต่างประเทศเป็นเวลา 10 ปี ว่า ถนนปลายทางในภายภาคหน้าเป็นอย่างไร และถอยย้อนกลับมาทำแผนในระยะ 5 ปี และ 1 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล
ส่วนกรณีที่นางคริสตี้ เคนนี เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทยและนายชิเกะคะสุ ซะโต เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคาราวะ เพื่อแสดงความยินดีต่อการเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศนั้น พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า ได้มีการหารือถึงพัฒนาการและบทบาทของประเทศไทย โดยทั้งสองประเทศแสดงความมั่นใจในประเทศไทยมากขึ้นหลังจากมีรัฐบาลและการดำเนินตามโรดแมปให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยส่วนตัวมองว่า ประเทศไทยต้องมีความเข้มแข็ง เพื่อเสริมสร้างให้ประเทศในอาเซียนเกิดความแข็งแกร่ง เพราะไทยถือมีบทบาทสำคัญ และการที่ไทยมีรัฐบาล อาเซียนก็มีความยินดี
พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนการปฏิรูปประเทศ ส่วนเกี่ยวข้องกับกระทรวงการต่างประเทศ ทางกระทรวงการต่างประเทศจะเชิญผู้ที่มีความรู้ความสามารถจากต่างประเทศเข้ามาสัมมนาและพูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพื่อหาแนวทางด้านความปรองดอง และนำมาดัดแปลงใช้กับประเทศไทยให้เกิดผลดีและเป็นประโยชน์กับประเทศให้มากที่สุด ทั้งนี้ เห็นว่า เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องหารือร่วมกัน
พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่ไทยถูกสหรัฐอเมริกาจัดให้สถานการณ์การค้ามนุษย์อันดับต่ำที่สุด พล.อ.ธนะศักดิ์ กล่าวว่า ทางสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทยก็ไม่เห็นด้วย เพราะไทยได้ปฏิบัติและดำเนินการแก้ไขปัญหานี้เป็นอย่างดี แต่อาจจะติดขัดเรื่องมาตรการบางอย่าง ซึ่งไทยจะถือโอกาสเริ่มต้นใหม่ โดยจะเชิญผู้เชี่ยวชาญทั้งไทยและต่างประเทศระดมความคิดเห็นและนำข้อเสนอที่สุด เพื่อปรับปรุงแก้ไข และเชื่อว่า ไทยจะถูกจัดอันดับดีขึ้น





