"ณรงค์ชัย" รมว.พลังงานย้ำเดินหน้าปรับโครงสร้างพลังงานให้เหมาะสม คำนึงถึงประเทศระยะยาว
นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การดำเนินนโยบายของกระทรวงฯ เป็นไปตามที่แถลงต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ข้อย่อย 6.9 ที่ดำเนินการปฏิรูปพลังงานให้สอดคล้องกับต้นทุน มีภาษีที่เหมาะสม เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานไม่ให้เกิดการใช้ที่ฟุ่มเฟือย ส่งเสริมการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมโดยจะเปิดสัมปทานรอบที่ 21 และจัดการสัญญาปิโตรเลียมที่หมดอายุทั้งของแหล่งเอราวัณและบงกชให้เสร็จสิ้นภายในรัฐบาลชุดนี้ รวมทั้งจะเดินทางไปเจรจากับกัมพูชา เพื่อตกลงเรื่องพื้นที่ปิโตรเลียมทับซ้อนในทะเล ขณะเดียวกันจะมีความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการพัฒนาพลังงานร่วมกัน
“นายกรัฐมนตรีจะมีการเรียกประชุมปลัดกระทรวงทุกท่าน เพื่อนำนโยบายไปสู่แผนปฏิบัติ โดยในส่วนของแผนพัฒนาไฟฟ้าระยะยาว หรือพีดีพี ที่กำลังรับฟังความเห็นจะมีการกระจายเชื้อเพลิง ไม่ทิ้งเรื่องนิวเคลียร์ ขณะที่ถ่านหินสะอาดต้องรณรงค์ให้ประชาชนเข้าใจ เพราะขณะนี้มีแต่มโนว่าถ่านสกปรก”นายณรงค์ชัย กล่าว
ในส่วนของราคาพลังงานต้องเป็นไปตามหลักการที่เหมาะสม เพื่อให้เกิดประโยชน์ระยะยาวต่อประเทศ เช่น กรณีดีเซลซึ่งลดภาษีต่ำ ตั้งแต่เดือนเมษายน 2554 เพราะใช้นโยบายประชานิยมดูแลราคา 30 บาท/ลิตร ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะควรต้องปรับอัตราภาษีให้เท่าเทียมกับกลุ่มเบนซิน ส่วนแอลพีจี ส่งเสริมให้ใช้กับสิ่งที่เกิดประโยชน์สูงสุด คือ ปิโตรเคมีและครัวเรือน โดยไม่สนับสนุนสำหรับภาคขนส่ง แต่จะปรับราคาเมื่อไรอย่างไร ก็ต้องดูช่วงเวลาที่เหมาะสม
“ราคาพลังงานก็ต้องยึดตามหลักการ เมื่อใช้น้ำมันเหมือนกัน ภาษีและภาระก็ต้องเท่ากัน ยกเว้นผู้ด้อยโอกาสก็ต้องหาทางช่วยเหลือ หลังจากนี้จะมีการทำแผนปฏิบัติการตามนโยบายนี้ เมื่อเราอยู่ด้วยกันก็ต้องขอร้องว่าควรคำนึงถึงหลักการและประนีประนอมกัน” นายณรงค์ชัย กล่าว
นอกจากนี้ นายณรงค์ชัย ได้ย้ำด้วยว่ารู้สึกกลุ้มใจมาก เพราะขณะนี้บริษัทสำรวจและผลิตปิโตรเลียมให้ความสนใจลงทุนในไทยน้อยลง เพราะระบุว่าพบปิโตรเลียมน้อย ไม่คุ้มค่าต่อการสำรวจ ส่วนเรื่องการสร้างโรงไฟฟ้าในอนาคตจะต้องสร้างให้เพียงพอ มีการดำเนินการที่โปร่งใส เป็นธรรม มีทั้งพลังงานฟอสซิลและพลังงานทดแทน ซึ่งที่ผ่านมาประเทศไทยประสบปัญหาการคัดค้านการก่อสร้างโรงไฟฟ้า ก็ขอให้ประชาชนอย่าชะล่าใจ หากไม่สร้างเลยไทยอาจประสบปัญหาขาดแคลนไฟฟ้า





