ชายชุดดำยิง "ร่มเกล้า" หนึ่งในนั้นรับทำจริง ปัดฝึกอาวุธ ล็อกเป้าหมาย แหล่งข่าวกองทัพเผยแก๊งนี้ยังหนีอีก3ราย
เที่ยงวานนี้ (11 ก.ย.) พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) พล.ต.ต.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (รรท.บผบช.ภ.1) พล.ต.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 พ.อ.วิจารณ์ จดแตง ผู้อำนวยฝ่ายการกฎหมาย กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) หัวหน้าส่วนปฏิบัติการคณะทำงานกฎหมายส่วนรักษาความสงบ (คสช.) แถลงจับกุมผู้ต้องหา ชายชุดดำใช้อาวุธสงครามยิงทหารและประชาชนช่วงขอคืนพื้นที่การชุมนุม ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ตะนาว คืนวันที่ 10 เม.ย.2553 จำนวน 5 คน
สำหรับผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ทั้ง 5 คน ได้แก่ นายกิตติศักดิ์ หรืออ้วน สุ่มศรี อายุ 45 ปี นายปรีชา หรือไก่เตี้ย อยู่เย็น อายุ 24 ปี นายชำนาญ หรือเล็ก ภาคีฉาย อายุ 45 ปี นายรณฤทธิ์ หรือนะ สุริชา อายุ 33 ปี และนางปุณิกา หรืออร ชูศรี อายุ 39 ปี
ทั้งนี้มีผู้ต้องหาตามหมายจับศาลในคดีเดียวกันที่ยังหลบหนีอีก 2 คน คือ นายวัฒนะโชค หรือโบ้ จีนปุ้ย อายุ 23 ปี และนายธนเดช หรือไก่รถตู้ เอกอภิวัชร์ อายุ 45 ปี พร้อมของกลางอาวุธปืน เอ็ม79 จำนวน 1 กระบอก
โดยแจ้งข้อหา ร่วมกันมีและใช้อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ที่นายทะเบียนไม่สามารถออกใบอนุญาตให้ได้ พกพาอาวุธปืนและวัตถุระเบิดไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะ โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่มีเหตุอันควร จากนั้นได้นำผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ดำเนินคดี
"สมยศ"เล่าเบื้องหลังจับกุม
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวถึงเบื้องหลังการจับกุมผู้ต้องหากลุ่มนี้ว่า เริ่มจากสืบทราบว่า ผู้สั่งการคือ นายจักรรินทร์ เรืองศักดิ์วิชิต ไม่ได้รับราชการทหารแต่ถูกเรียกว่า เสธ.ไก่ ขณะนี้ศาลจังหวัดทหารบกสระบุรี ออกหมายจับเลขที่ จ.8 ก./2557
จากนั้นการสอบสวนขยายผลทำให้พบความเชื่อมโยงกับ น.ส.กริชสุดา คุณะเสน หรือ เปิ้ล จึงมีการตรวจค้นบ้านพัก พบหลักฐานการโอนเงินจำนวนมากให้กลุ่มคนเหล่านี้
สำหรับพฤติการณ์ของกลุ่มคนร้ายกลุ่มนี้มีทั้งหมด 9 คน แต่หนึ่งในนั้นเสียชีวิตไปแล้วคือ นายธรรมรัตน์ หรือดำ สุ่มสี โดยในวันเกิดเหตุ ทั้งหมดได้วางแผนและรับมอบอาวุธกันที่คอนโดมิเนียมบ้านริมน้ำ ถนนรามอินทรา 34
ต่อมาผู้ต้องหาทั้งหมดขึ้นรถตู้สีขาวใช้เส้นทางด่วนรามอินทรามาลงที่ยมราชแล้วจอดรถที่ซอยวัดมหรรพาราม ถนนตะนาว ก่อนจะเดินเท้าไปตามถนนตะนาวมุ่งหน้าไปที่บริเวณธนาคารออมสิน แยกคอกวัว
ในช่วงก่อเหตุได้เริ่มระดมยิงใส่ทหารที่อยู่ฝั่งตรงข้ามแล้วถอนตัวกลับมาที่จุดจอดรถตู้ ระหว่างทางนายธรรมรัตน์ ผู้ร่วมก่อเหตุถูกตำรวจจับตัวได้แต่กลุ่มคนร้ายสามารถชิงตัวกลับมาได้ โดยทั้งหมดขึ้นรถตู้เพื่อเดินทางกลับไปตามถนนตะนาว เข้าถนนดินสอ ระหว่างทางขับรถสวนกับรถฮัมวี่ของทหารหนึ่งในผู้ต้องหาได้ตะโกนด่าทหารด้วยถ้อยคำหยาบคาย ก่อนที่จะแยกย้ายกันไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้อยู่ในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ขออนุญาตดีเอสไอเข้าร่วมการสอบสวนด้วยเพื่อนำคดีดังกล่าวเป็นคดีหลักต่อไป
ปัดเตรียมการฝึกอาวุธ-ล็อกเป้า
ด้านนายกิตติศักดิ์ หนึ่งในผู้ต้องหา รับสารภาพว่า กระทำผิดจริง โดยทุกคนที่มาร่วมก่อเหตุ ไม่รู้จักกันมาก่อน ซึ่งหลังจากรวมตัวกันที่สถานีวิทยุชุมนุม เอฟเอ็ม 91.75 เพื่อรับอาวุธและสอนวิธีการใช้งานโดยนายธนเดช หรือไก่รถตู้
จากนั้นได้เดินทางไปที่เกิดเหตุ ซึ่งในวันนั้นไม่ได้ระบุเป้าหมายที่แน่นอน ไม่ได้บอกให้ยิงทหารคนใดเป็นพิเศษ เป็นการก่อเหตุแบบที่ทุกคนเดินตามกันไป
"อาวุธก็ไม่เคยฝึกมาก่อน วันเกิดเหตุก็ไปรับอาวุธที่บ้านริมน้ำ นายธนเดช หรือไก่รถตู้ ก็มาสอนการใช้อาวุธว่าทำแบบไหนเป็นครั้งแรก แล้วก็ตามๆ กันไป โดยไม่ได้เจาะจงว่าให้ยิงใครเป็นการเฉพาะ บอกให้เล็งไปที่ในซอยนั้นซอยนี้ แล้วก็ยิง ไม่ได้บอกให้ยิงทหารคนไหนเป็นพิเศษ" นายกิตติศักดิ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในการแถลงข่าวมีการระบุว่า ในวันเกิดเหตุ นายกิตติศักดิ์ ใช้อาวุธปืนเอ็ม79 และระเบิด เอ็มเค-2 นายธรรมรัตน์ ใช้อาวุธเอ็ม79 นายธนเดช ใช้อาวุธปืน เอ็ม203 นายวัฒนะโชค ใช้อาวุธปืนเอเค47
นายปรีชาใช้อาวุธปืน เอเค47 นายชำนาญ ใช้อาวุธปืน เอ็ม16 นางปุณิกาใช้ระเบิดเพลิงในขวดเครื่องดื่มชูกำลัง ส่วนนายรณฤทธิ เฝ้ารถไม่มีอาวุธ โดยนางปุณิกาเป็นผู้ต้องหาหญิงเพียงรายเดียวเท่านั้น ที่ไม่ได้นำมาร่วมแถลงข่าวกับผู้ต้องชายอีก 4 คน
ภรรยา"ร่มเกล้า"โพสต์เฟซบุ๊คขอบคุณ
วันเดียวกัน นางนิชา หิรัญบูรณะ ธุวธรรม ภรรยาของ พล.อ.ร่มเกล้า ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊คส่วนตัวที่ชื่อ "Nicha Hiranburana Thuvatham" ถึงกรณีตำรวจจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุรุนแรงเมื่อปี 2553
โดยเนื้อหาได้แสดงความชื่นชมและขอบคุณหน่วยงานต่างๆ ที่ร่วมติดตามคดี อันเป็นส่วนสำคัญในการเรียกความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม และกระบวนการปรองดอง หลังที่เคยสิ้นหวังกับกรมสอบสวนคดีพิเศษที่เคยปฏิเสธในการติดตามหลักฐานเพื่อสืบสวนหาความจริง
ข้อความดังกล่าวระบุว่า เมื่อเป็นนิมิตรหมายที่ดีในการร่วมสืบค้นคดีจึงได้วิงวอนให้นำข้อเท็จจริงจากผลการสอบสวนของ คอป. คณะอนุกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงคดี พล.อ.ร่มเกล้า ของวุฒิสภา และหน่วยงานอื่นๆ มาพิจารณา
พร้อมกันนั้นยังระบุความประสงค์ที่จะติดตามคดีนี้ เพื่อแสวงหาความยุติธรรมให้กับผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ เมื่อวันที่ 10 เม.ย.2553 และจะรอการได้มาซึ่งความยุติธรรมต่อไป
ความยุติธรรมนานเพียงใดก็รอได้
"สามีดิฉันไม่มีวันฟื้นคืนชีวิต มีแต่หน้าที่ในโลกที่ต้องทำต่อไปจนกว่าจะหมดเวลา เจตนาที่ติดตามคดีนี้ก็เพื่อความเป็นธรรมของสังคม เพื่อชีวิตที่บริสุทธิ์ของประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐที่จะไม่ต้องตายเหมือนสามีดิฉัน ไม่ต้องมีครอบครัวใครนั่งร้องไห้ตายทั้งเป็นเหมือนดิฉัน ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ความยุติธรรมนานเพียงใดก็รอได้" นางนิชา ระบุไว้ในข้อความ
นอกจากนี้ ในข้อความยังทิ้งท้ายไว้ว่า ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้กำลังใจและรอคอยติดตามคดีของพี่ร่มเกล้ากับดิฉันมาตลอด ขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ซึ่งมีใจบริสุทธิ์ต่อบ้านเมืองในการทำงานค้นหาความจริงเพื่อประโยชน์ของชาติบ้านเมืองต่อไป
โฆษกนปช.ชี้เสื้อแดงไม่เชื่อมีชุดดำ
ด้าน นายธนาวุฒิ วิชัยดิษฐ โฆษกแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย ชายชุดดำมีจริงหรือไม่ ใครก็รู้กันอยู่ การแถลงข่าวจับกุมทำให้ฝ่ายตรงข้ามอยากให้เป็นคนของกลุ่มเสื้อแดง แต่ที่แน่ๆ คนเสื้อแดงไม่เชื่อว่ากลุ่มคนเหล่านี้เป็นคนเสื้อแดง
เขาบอกว่า ประเด็นสำคัญอยู่ที่ต้องแยกแยะว่าการจับมีนัยหรือไม่ ใครมีหลักฐานก็มายืนยัน ส่วนที่มีการจับคนมาแถลงข่าว ถ้าเป็นจริง ถ้าทำผิดกฎหมายก็ต้องรับผิดชอบ
แต่หากมีการสร้างขึ้นมาเพื่อให้เกิดความเสียหาย ความเป็นธรรมไม่เกิด ความสามัคคีก็ไม่มีเหมือนกัน การสร้างสถานการณ์ อาจทำให้เกิดความเสียหายในอนาคตได้ ทุกอย่างต้องว่ากันไปตามหลักฐาน
ปูดชุดดำยังมีอีก3คน
แหล่งข่าวจากกองทัพ เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาที่จับกุมได้และนำมาแถลงข่าวเป็นตัวจริงทั้งหมด โดยทีมนี้ก่อเหตุเมื่อปี 2553 ทั้งทีมมี 9 คน เสียชีวิตไปแล้ว 1 คน เหลือ 8 คน จับได้ 5 คน หลบหนี 3 คนซึ่งเชื่อว่ากบดานอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน
ทั้งนี้หลังจากจับกุมและเข้าสู่กระบวนการซักถาม ปรากฏว่าผู้ต้องหาทั้ง 5 คนยอมรับสารภาพทั้งหมด
อย่างไรก็ดี กลุ่มชายชุดดำที่ปฏิบัติการความรุนแรงในช่วงวิกฤติทางการเมืองที่ผ่านมา และถูกจับกุมแล้วยังมีมากกว่าที่เป็นข่าว เพียงแต่บางส่วนไม่ได้นำมาแถลง เพราะให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่จึงต้องกันไว้เป็นพยาน





