วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แง้มคำแถลงนโยบายรัฐบาล

(รายงาน) แง้มคำแถลงนโยบายรัฐบาล มุ่งงานมั่นคงรับอาเซียน-แก้ปมทุุจริต

คำแถลงนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งจะแถลงต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในวันศุกร์ที่ 12 ก.ย.นี้นั้น สาระสำคัญอยู่ที่การบริหารราชการแผ่นดิน ซึ่งมี 11 ด้าน ไฮไลต์นอกจากด้านเศรษฐกิจแล้ว ยังมีด้านความมั่นคง กระบวนการยุติธรรม และการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน

ทั้งนี้ ในภาพรวมของนโยบายการบริหารราชการแผ่นดิน รัฐบาลกำหนดเอาไว้ 11 ด้าน โดยได้นำยุทธศาสตร์ "เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา" ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นหลักในการกำหนดนโยบาย และใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งทรงเน้นความพอดี พอสมควรแก่ฐานะ ใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 11 มาเป็นแนวทางในการกำหนดนโยบาย มุ่งสร้างความเข้มแข็งแก่องค์กรการปกครองทุกระดับ ตั้งแต่ท้องถิ่นถึงระดับประเทศ

-การรักษาความมั่นคงของประเทศ ระยะเร่งด่วนจะเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในกิจการ 5 ด้าน คือการบริหารจัดการชายแดน สร้างความมั่นคงทางทะเล แก้ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ สร้างความไว้ใจกับประเทศเพื่อนบ้าน และเสริมสร้างศักยภาพในการปฏิบัติการทางการทหารร่วมกัน

นอกจากนั้น ยังเร่งแก้ปัญหาความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่งเสริมการพูดคุยสันติสุขกับผู้ที่เห็นต่าง และเคารพหลักสิทธิมนุษยชน พัฒนาเสริมสร้างศักยภาพของกองทัพและระบบป้องกันประเทศ รวมทั้งเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีกับนานาประเทศ

- การลดความเหลื่อมล้ำของสังคมและสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการของรัฐ ในระยะเฉพาะหน้าเร่งสร้างโอกาส อาชีพ และรายได้ที่มั่นคงแก่ผู้ที่เข้าสู่ตลาดแรงงาน ยกระดับคุณภาพแรงงาน ป้องกันการแก้ปัญหาค้ามนุษย์

ในระยะต่อไปจะพัฒนาระบบคุ้มครองทางสังคม ระบบการออม และสวัสดิการชุมชน เตรียมพร้อมเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ เตรียมความพร้อมสู่สังคมหลากหลายจากการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน

นอกจากนั้น จะเร่งจัดระเบียบสังคม สร้างมาตรฐานคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลแก่เจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนทั่วไปตามค่านิยมหลัก 12 ประการตามนโยบายของ คสช. ตลอดจนแก้ปัญหาการไร้ที่ดินทำกินของเกษตรกรและการรุกล้ำเขตป่าสงวน

- ส่งเสริมการบริหารราชการแผ่นดินที่มีธรรมาภิบาล และป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบในภาครัฐ ได้แก่ ปรับปรุงระบบราชการ ทบทวนการจัดโครงสร้างหน่วยงานภาครัฐที่มีอำนาจหน้าที่ซ้ำซ้อนหรือลักลั่น ปรับปรุงวิธีการปฏิบัติราชการให้ทันสมัย

ในระยะแรกกระจายอำนาจเพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการสาธารณะได้รวดเร็ว ประหยัด และสะดวก ทั้งจะวางมาตรการทางกฎหมาย กำหนดผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน ขั้นตอนที่แน่นอน ระยะเวลาดำเนินการที่รวดเร็ว และระบบอุทธรณ์ที่เป็นธรรมสำหรับประชาชนในการเข้าถึงบริการสาธารณะ มิให้เจ้าหน้าที่หลีกเลี่ยงประวิงเวลาหรือใช้อำนาจโดยมิชอบก่อให้เกิดการทุจริต

ขณะเดียวกัน ให้ยกระดับสมรรถนะของหน่วยงานรัฐให้มีประสิทธิภาพ เสริมสร้างระบบคุณธรรมในการแต่งตั้งและโยกย้าย ใช้มาตรการทางกฎหมายการปลูกฝังค่านิยมคุณธรรม จริยธรรม และจิตสำนึกในการรักษาศักดิ์ศรีความเป็นข้าราชการและความซื่อสัตย์สุจริต

ยกเลิกหรือแก้ไขกฎหมายที่ไม่จำเป็นหรือเปิดช่องทุจริต เช่น ระเบียบการจัดซื้อจัดจ้าง การอนุญาต อนุมัติ และขอรับบริการจากรัฐ ปรับปรุงและจัดให้มีกฎหมายเพื่อให้ครอบคลุมการป้องกันและปราบปรามการทุจริต โดยถือเป็นวาระสำคัญเร่งด่วนแห่งชาติ ส่งเสริมและสนับสนุนภาคีองค์การภาคเอกชนที่จัดตั้งขึ้นเพื่อสอดส่อง เฝ้าระวัง และตรวจสอบเจ้าหน้าที่ของรัฐ ร่วมต่อต้านการทุจริต และวางมาตรการคุ้มครองพยานอย่างมีประสิทธิภาพ

- ปรับปรุงกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ในระยะเฉพาะหน้าเร่งปรับปรุงกฎหมายที่ล้าสมัยไม่เป็นธรรม ไม่สอดคล้องกับความตกลงระหว่างประเทศ เป็นอุปสรรคต่อการบริหารราชการแผ่นดิน พร้อมเพิ่มศักยภาพหน่วยงานที่มีหน้าที่ให้ความเห็นทางกฎหมาย และจัดทำกฎหมายให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างรวดเร็ว

ในระยะต่อไป จะจัดตั้งองค์กรปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมที่ปราศจากการแทรกแซงของรัฐ พร้อมนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยและความรู้ทางนิติวิทยาศาสตร์มาใช้ในการคลี่คลายคดี เร่งดำเนินทุกขั้นตอนให้รวดเร็วและเป็นธรรม

นอกจากนั้น จะเร่งปรับปรุงมาตรการช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน นำมาตรการทางภาษีและป้องกันการฟอกเงินมาใช้ในการป้องกันและปราบปรามผู้มีอิทธิพล เจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทุจริตและประพฤติมิชอบ

คำแถลงนโยบายของรัฐบาล ยังระบุถึงกรอบนโยบายด้านการปฏิรูป และส่งเสริมความสามัคคี ตลอดจนความสมานฉันท์ของคนในชาติ ซึ่งกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ.2557 ด้วยว่า จะสนับสนุนการทำงานของสภาปฏิรูปแห่งชาติให้รวดเร็ว เรียบร้อย และเป็นอิสระ ส่วนการส่งเสริมความสามัคคีรัฐบาลเชื่อว่าวิธีสานเสวนาและเปิดใจให้ความเป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำของสังคม น่าจะเป็นแนวทางที่ถูกต้อง